บทที่ 6 ความแตกต่างที่เหมือนกัน(3)
เธอเดินตามไปอย่างเก้ ๆ กัง ๆ จังหวะที่เธอวางถาดอาหารลงนโต๊ะ เขาก็เลื่อนแก้วน้ำที่วางอยู่ข้างกันให้เธอหนึ่งแก้ว
ท่าทีเรียบเฉยนั้นทำเอาฟาริศารู้สึกอึดอัด ทำอะไรเกร็ง กลัวว่าจะทำไม่ถูกใจเขาแล้วถูกดุ
ดวงตาคู่คมกวาดมอง กะเพราหลายจานถูกวางเรียงกัน เขารอบมองแล้วก็ต้องขมวดคิ้วเข้าหากัน ที่แต่ละอย่างมันไม่เหมือนกัน บางจานก็
ใส่ถั่ว บางจานก็มีแม้แต่หอมหัวใหญ่กับแครอต
“เห็นไหมล่ะคะ ว่าแต่ละร้านมันไม่เหมือนกัน”
เธอว่ายิ้ม ๆ เมื่อเห็นสีหน้าสงสัยของเขา แต่มันเป็นเรื่องปกติที่เธอมักจะเห็นอยู่เป็นประจำ
ฟาริศาไม่ลืมยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปแต่ละจานเอาไว้เหมือนที่ทำกับร้านแรก แล้วก็ยื่นช้อนกับถ้วยใบเล็กให้เขาได้ลองตักชิมรสชาติ
“รสชาติแต่ละจานไม่เหมือนกันจริง ๆ ด้วย”
เขาพยักหน้าเบา ๆ ขณะที่ลิ้นกำลังสัมผัสอาหารในปาก ทั้งที่มันก็เป็นแค่เมนูธรรมดา แต่กลับเป็นอาหารจานเดียวที่คนสั่งกินมากที่สุดแล้ว
หลังจากได้ลิ้มรสที่ฟู้ดคอร์ทเสร็จแล้วฟาริศา จึงเลือกไปยังร้านในภัตตาคารอาหารที่อยู่ไกลออกไปไม่มากนัก โดยที่ยังคงมีธีรณัฐตามไปด้วย
บรรยากาศที่โต๊ะกินข้าวของสองคนดูแปลกไปจากโต๊ะรอบข้าง ไม่ใช่เพราะพวกเขาคุยกันเสียงดัง แต่เป็นเพราะจานอาหารเรียงรายมากกว่าปกติต่างหาก
ธีรณัฐเอาแต่จ้องมองผู้หญิงตัวกลมตรงหน้า เวลาที่เจ้าตัวเอาแต่พูดถึง ‘ผัดกะเพรา’
“อืม รสชาติร้านนี้ใช้ได้เลยค่ะ เผ็ดกำลังดี ไม่ใส่ผงชูรสเยอะด้วย” ฟาริศาเอ่ยขึ้นขณะที่ก้มลงจดรายละเอียดลงสมุดเล่มเล็ก
“คุณรู้ได้ยังไงว่าเขาใส่ผงชูรสน้อย” ชายหนุ่มถามขึ้น ขณะที่มือยังตักหมูกรอบเข้าปากด้วยท่าทีสบาย ๆ
“คือลิ้นของฟาไวกับพวกผงปรุงรสค่ะ กินแล้วมันจะรู้สึกลิ้นชา ๆ”
เธอตอบโดยที่ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเขา ทำเอาธีรณัฐต้องเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“เชี่ยวชาญดีนี่” เขาแกล้งว่า
“ไม่ได้เชี่ยวชาญเท่าไรหรอกค่ะ แค่ฟาทานบ่อย” หญิงสาวหัวเราะแห้ง ๆ แล้วเม้มริมฝีปาก
“ชอบกินผัดกะเพราเหรอ?” ชายหนุ่มถามขึ้นด้วยความสงสัย
“อืม ... ชอบค่ะ แม่ฟาทำให้ทานอยู่บ่อย ๆ แล้วรสชาติผัดกะเพราของท่านอร่อยกว่าทุกที่ ที่ฟาเคยทานด้วยนะคะ แล้วมันก็เป็นเมนูง่าย ๆ ที่ไม่ต้องคิดอะไรเยอะแยะเวลาหิว เขาถึงเรียกว่าเมนูสิ้นคิดยังไงล่ะคะ”
คำพูดนั้นทำให้ธีรณัฐเงียบไป เขามองร่างอ้วนตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย เธอเป็นพนักงานที่ไม่เหมือนคนอื่นที่เขารู้จัก ดูเป็นคนเรียบง่าย แต่กลับมีคำพูดบางคำซ่อนอยู่ให้คิดตาม
“เมนูสิ้นคิดเหรอ? ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ”
“ก็เพราะมันเป็นเมนูง่าย ๆ ยังไงล่ะคะ ไม่ซับซ้อน นึกไม่ออกผัด
กะเพราก็จะลอยเข้ามาในความคิด”
“อืม มันก็จริง”
เขาพยักหน้าเล็กน้อย คิดตามคำพูดของหญิงสาว แต่ยังไม่ทันที่จะเอ่ยอะไรต่อ อาหารจานอื่นก็ค่อย ๆ ทยอยนำเข้ามาเสิร์ฟ
ฟาริศาลงมือชิมทุกจาน อย่างละไม่กี่คำแล้วก็จดบันทึกเหมือนเช่นทุกครั้ง โดยมีสายตาของธีรณัฐจ้องไม่วางตา แม้เธอจะแสดงท่าทีเรียบนิ่งออกมา ทว่าในใจกลับเต้นไม่เป็นจังหวะ
เวลาผ่านไปพักใหญ่ ทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย แต่พอมองออกไปด้านนอก ฟ้าที่เคยสว่างก็เริ่มมืดลงแล้ว เธอรีบยกข้อมืออวบดูเวลา
“ตายจริง 6 โมงกว่าแล้ว”
“มีนัดต่อเหรอ?”
“เปล่าค่ะ ไม่ได้มีนัดที่ไหน พอดีว่าฟาต้องรีบกลับไปช่วยแม่ขายของค่ะ เพราะช่วงนี้น้องสาวสอบก็เลยไม่มีคนไปช่วย” ขณะที่พูดมือก็กวาดอุปกรณ์ทุกอย่างลงกระเป๋าไปด้วย
“ถ้างั้นเดี๋ยวผมไปส่ง”
ธีรณัฐขันอาสา มือของฟาริศาที่กำลังเก็บของอยู่ถึงกับชะงัก คิดว่าตัวว่าเองฝันไป พอเงยขึ้นสบตาก็เห็นว่าดวงตาคมคู่นั้นกำลังมองมาที่ตนเองเหมือนกัน
“ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะ เผื่อท่านประธานต้องไปทำอย่างอื่นต่อ ฟาคิดว่าทางที่เราจะไปคงเป็นคนละเส้นกัน”
“แล้วร้านที่แม่เธอขายของอยู่ที่ไหนล่ะ”
“แม่ของฟาขายหมึกย่าง ที่ตลาดนัดกลางคืนแถวพระรามเก้าค่ะ”
“อืม งั้นก็ทางเดียวกัน คอนโดผมอยู่แถวนั้นพอดี คืนนี้ผมคงไม่กลับไปนอนบ้าน กะว่าจะนอนค้างที่นั่น”
เขาว่าเสียงราบเรียบแล้วก็ผายมือไปยังประตูทางออก คราวนี้ฟาริศาไม่สามารถปฏิเสธ หรือหาข้ออ้างได้อีก จึงจำใจเดินนำไปยังลานจอดรถ
มือป้อมประสานเข้าหากันขณะนั่งรถมากับเขา มันเปียกชื้นไปด้วยเม็ดเหงื่อ ไม่รู้ว่าตื่นเต้น หรือว่ากำลังข่มความรู้สึกที่มันแทบจะเอ่อล้นออกมากันแน่
เธอไม่คาดคิดเลยว่าจะมีวันนี้ วันที่เธอได้นั่งรถมากับคุณธีรณัฐ ผู้ชายที่เธอแอบมองตั้งแต่เข้ามาทำงานวันแรก ผู้ชายที่เป็นเหมือนแรงบันดาลใจในการทำงาน และเป็นแบบอย่างให้เธอเสมอมา...
