บทที่ 8 ความบังเอิญ(2)

หลังจากนั้นไม่นานคนตัวกลมที่เขากำลังยืนดูอยู่ก็เดินถือถุงที่มีถ้วยกระดาษมาให้ เขารับมาถือไว้แล้วก็ยืนกินตรงนั้นมันเสียเลย

“อร่อยไหมคะ”

“อืม อร่อยเหมือนที่คุณบอกจริง ๆ ด้วย” ตอบทั้งที่ปากยังเคี้ยวอยู่

เพียงพริบตาเดียวหมึกย่างในถ้วยก็หมดลงอย่างรวดเร็ว เธอเชื่อแล้วว่าเขาชอบกินหมึกย่างอย่างที่บอกจริง ๆ

ธีรณัฐยืนอยู่ไม่นานก็ขอตัวกลับ เพราะไม่อยากรบกวนเวลาของฟาริศาที่จะต้องช่วยแม่ขายของ

“ผมคงต้องกลับก่อน ขอบคุณสำหรับหมึกย่างนะครับ” เขายิ้มบางๆ รอยยิ้มนั้นเรียบง่ายแต่กลับทำให้หัวใจหญิงสาวกระตุกเล็กน้อย

“ไม่เป็นไรค่ะ ท่านประธานขับรถกลับดี ๆ นะคะ”

เขาพยักหน้ารับ พอเธอจะเดินกลับไปที่ร้านธีรณัฐจึงเรียกเอาไว้ใหม่อีกรอบ

“คะ มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“คุณช่วยเรียกผมว่าคุณแทนคำว่าเรียกว่าท่านประธานได้ไหม ผมไม่ชอบคำนี้สักเท่าไร มันเหมือนแบ่งชนชั้นยังไงไม่รู้”

“ค่ะ” เธอตอบรับสั้น ๆ

คราวนี้เขายิ้มที่มุมปากทว่าเกือบมองแทบไม่ทัน ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป แต่เดินผ่านไปแค่สามร้านเท่านั้น ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลัง

“ธีคะ”

เสียงเรียกนั้นทำให้เขาชะงัก แล้วจึงหันไปมองต้นเสียงที่เดินตรงเข้ามา หญิงสาวผมยาว ใบหน้ารูปไข่ ตาโต แต่งตัวดีในชุดเดรสผ้าลูกไม้สีอ่อน มือถือกระเป๋าแบรนด์เนมห้อยที่ข้อมือ

“ณลิน” เขาครางชื่อนั้นในลำคอ

“บังเอิญจังเลยนะคะ ที่ได้มาเจอคุณที่นี่...” เธอพูดด้วยรอยยิ้ม

ปกติแล้วธีรณัฐไม่ค่อยมาเดินเล่นตลาดนัดกลางคืนแบบนี้ แล้วเธอก็เหลือบมองร้านหมึกย่างที่เขาเพิ่งเดินออกมาเมื่อครู่ ก่อนจะขยับเท้าเข้าไปยืนใกล้ ๆ

ชายหนุ่มเก็บความรู้สึกตัวเองเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรีบเฉย

“อืม ผมมาซื้อของนิดหน่อยน่ะ”

ณลินยิ้มมุมปาก แล้วหลุบตามองพื้น “เราก็มาคนเดียว มาเดินเล่นน่ะ”

พูดจบเธอก็เงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง “ธีสนใจเดินเล่นด้วยกันไหม”

ชายหนุ่มนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบเสียงเรียบ

“คงไม่ได้ ผมกำลังจะกลับพอดีมีทำงานค้างเอาไว้”

หญิงสาวเบะปากเล็กน้อยอย่างคนที่อดเสียดายไม่ได้ แล้วลดเสียงลงราวกับพูดกับตัวเองมากกว่าคนตรงหน้า

“งั้นลินคงต้องไปเดินคนเดียว ... อีกแล้วสินะ”

ธีรณัฐถอนหายใจเบา ๆ เขาไม่ชอบการถูกกดดัน แต่ก็ไม่ใช่คนใจร้าย ก่อนจะเหลือบมองหญิงสาวตรงหน้า พลางเอ่ยถามขึ้นเสียงราบเรียบ

“แล้วศราวินไปไหน? ทำไมไม่ด้วยกัน”

คำถามนั้นทำให้สีหน้าของณลิน สลดลงทันที แววตาเศร้านั้นฉายชัดขึ้นราวกับเธอกำลังพยายามกลืนบางอย่างลงคอ

“อย่าพูดถึงเขาได้ไหม”

ธีรณัฐรู้ได้ทันทีว่าทั้งคู่คงมีปัญหากันอีกเหมือนเคย จึงไม่ได้ถามซ้ำแค่พยักหน้ารับเงียบ ๆ ก่อนจะเปลี่ยนใจไปเดินเล่นเป็นเพื่อนเธอ

ในขณะที่เดียวกันฟาริศาที่กำลังง่วนอยู่กับการหยิบของใส่ถุงให้ลูกค้า จังหวะเงยหน้ามองลูกค้า สายตาเธอเหลือบไปเห็นร่างสูงคุ้นตาเดินผ่านไปอีกทาง โดยมีผู้หญิงคนหนึ่งที่เธอไม่รู้จักเดินเคียงข้างกัน

เธอคนนั้นดูสวย สูง ผอมเพรียว และแต่งตัวดูดี แตกต่างจากเธอโดยสิ้นเชิง แม้จะไม่ได้เดินใกล้ชิดกันจนเกินไป แต่ก็ไม่ได้ห่างพอจนเรียกว่าห่างเหินได้

‘ใครกัน...’

ฟาริศามองตามทั้งสองจนลับตา และคิดไปเองต่าง ๆ นานา จนไม่ได้ยินเสียงเรียกของผู้เป็นมารดา จนกระทั่งมือเหี่ยวเอื้อมมาสะกิดไหล่

“ยัยฟา”

“คะ ... คะแม่?”

“เหม่ออะไร รีบเอาของใส่ถุงให้ลูกค้าสิ”

“ค่ะ ๆ”

เธอรีบขานรับ พร้อมกับสะบัดหัวไล่ความคิด พอหันไปมองลูกค้าแล้วก็หุบยิ้มแทบไม่ทัน เพราะหน้าที่บอกบุญไม่รับ ทำให้รู้ได้ว่าลูกค้ากำลังไม่พอใจ

เวลาเพียงแค่สองชั่วโมงหมึกย่างที่เตรียมมาหลายร้อยไม้ก็หมดลง บางคนที่มาเข้าแถวรอไม่ได้กินก็มี แม้ว่าจะเพิ่มปริมาตรแล้วแต่มันก็ยังไม่พออยู่ดี

“วันนี้ลุงนัยถามหาแกกับน้องด้วยนะ”

ขณะเข็นรถกลับบ้าน อินตานึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้จึงบอกกับลูกสาว เพราะเห็นว่าทั้งคู่สนิทกัน

“ลุงนัยมาเหรอแม่ เสียดายจังไม่ได้เจอตั้งหลายวัน”

“กลับไปก่อนแกมาไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำมั่ง”

“หือ เสียดายอ่า ฟามีเรื่องจะเล่าให้ลุงเขาฟังเยอะแยะเลยนะ”

หญิงสาวทำหน้าเสียดาย จนผู้เป็นแม่อดที่จะยกมือขึ้นมาโยกหัวไม่ได้ หากสามีเธออยู่ลูกสาวคงมีเรื่องคุยจ้อเยอะแยะไปหมด

“วันนี้งานยุ่งอีกแล้วล่ะสิ”

“ก็นิดหน่อยค่ะ เออ ... แม่จะว่าอะไรไหมหากท่านประธานจะขอมาทานฝีมือผัดกระเพาะของแม่ พอดีว่าฟาไปโม้ไว้เยอะว่าแม่ทำกะเพราอร่อยที่สุดแล้วตั้งแต่กินมา”

อินตาย่นคิ้วเขาหากัน ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไปพูดแบบนั้น ฟาริศาจึงเล่าเรื่องงานที่ตัวเองรับผิดชอบให้ฟัง

“ถ้าเป็นเรื่องงานแม่ไม่ถือหรอก มาเถอะ แต่เขากินได้แน่นะ”

“ฟาลองโยนหินถามทางดูแล้วค่ะ เขาบอกว่าไม่เคยถือ”

หญิงสาวพูดออกมาด้วยใบหน้าสดใส และยิ้มกว้างทุกครั้ง จนอินตาหรี่ตามองแล้วเอ่ยในสิ่งที่ตัวเองสงสัย

“ผู้ชายคนนี้หรือเปล่า?”

“แม่หมายถึงอะไรอ่า ฟาไม่เข้าใจ”

“คนที่ลูกเคยบอกว่าเป็นเหมือนแรงบันดาลใจ และต้นแบบในการทำงาน แล้วถ้าให้แม่เดาก็คงเป็นคนที่ลูกชอบด้วยใช่ไหม...”

หญิงสาวอึ้งไปครู่ใหญ่ “แม่รู้ด้วยเหรอคะ”

“แกเป็นลูกสาวแม่นะ ทำไมจะไม่รู้คลอดออกมาเองกับท้อง อีกอย่างเวลาที่ลูกพูดถึงเขา รู้ตัวหรือเปล่าว่าดวงตาเป็นประกายแค่ไหน”

“ฟาก็แค่ชอบค่ะ แล้วก็มันคงไม่มีทางเป็นจริงได้”

ว่าพร้อมกับยิ้มขืนออกมา แล้วก็หันกลับไปตั้งใจเข็นรถกลับบ้านต่อ

เธอกับเขาต่างกันราวฟ้ากับเหว แค่ได้เห็นเขาใกล้ ๆ มันก็น่าจะเพียงพอแล้ว...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป