บทที่ 2 แผนการเลวร้าย
ผ่านไปร่วมสองสัปดาห์หลังจากคำสั่งประกาศิตคราวนั้น ภาคินทร์ยังคงใช้ชีวิตตามปกติในสายตาของคนภายนอก ทว่าในความเป็นจริง จิตใจของเขากลับไม่เคยสงบลงได้เลย รายงานจากคนของกิตส่งตรงถึงเขาทุกฝีก้าว ยิ่งได้รู้ว่า ‘เจ้าขา’ ไปไหนมาไหนกับไอ้เด็กที่ชื่อนนท์นั่น หัวใจของเสือหนุ่มวัยสามสิบห้าปีก็แทบจะลุกเป็นไฟด้วยความหึงหวงที่ไร้สิทธิ์
จนกระทั่งเย็นวันหนึ่ง ในขณะที่ภาคินทร์กำลังเคลียร์เอกสารชุดสุดท้ายบนโต๊ะทำงาน เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวก็แผดเสียงดังขึ้น
“บอสครับ สายรายงานมาว่า คืนนี้คุณเจ้าขาไปเที่ยวที่ผับแถวทองหล่อกับแฟนครับ”
คำรายงานจากปลายสายทำให้ปากกาด้ามหรูในมือของภาคินทร์ชะงักกึก นัยน์ตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยความระแวดระวัง สัญชาตญาณบางอย่างบอกเขาว่าผู้ชายเจ้าเล่ห์ท่าทางกะล่อนแบบนั้น ไม่มีทางพาดอกไม้บริสุทธิ์อย่างเจ้าขาไปในสถานที่อโคจรด้วยเจตนาที่ดีแน่ ยิ่งไปกว่านั้น...ผับที่พวกมันกำลังจะไป ดันเป็นผับหรูของ ‘ธนา’ เพื่อนสนิทของเขาเอง
"อืม... ฉันจะไปที่นั่นเดี๋ยวนี้"
ภาคินทร์ตัดสายพลัน คว้าเสื้อสูทและกุญแจรถสปอร์ตคู่ใจตรงดิ่งไปยังจุดหมายทันที เขาปล่อยให้เธอคลาดสายตาในที่แบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด
เสียงดนตรีจังหวะหนักหน่วงบวกกับแสงไฟนีออนสลัวที่สาดส่องไปทั่วบริเวณผับหรู ไม่ได้ทำให้จิตใจของภาคินทร์สงบลงได้เลย ชายหนุ่มในชุดสูทลำลองทว่าเรียบโก้นั่งอยู่ที่โซฟาหนังโซนวีไอพีชั้นสอง สายตาคมกริบทอดมองลงไปยังเบื้องล่างอย่างเงียบเชียบ จับจ้องร่างบางในชุดเดรสสีหวานน่ารักซึ่งดูไม่เข้ากับสถานที่แห่งนี้เลยสักนิด
เจ้าข้ากำลังนั่งอยู่ท่ามกลางกลุ่มเพื่อนของนนท์
นนท์ไม่ได้ดูแลเจ้าขาอย่างที่คนรักควรจะทำ มันเอาแต่ชนแก้วเหล้ากับกลุ่มเพื่อน พูดคุยเสียงดัง และหันไปโอบไหล่เธอด้วยท่าทางอวดอ้างราวกับเป็นเพียงเครื่องประดับชิ้นหนึ่ง ทว่าใบหน้าหวานของเจ้าขากลับมีรอยยิ้มที่เจื่อนลงเรื่อยๆ เธดูอึดอัดและไม่เป็นตัวเองเลยสักนิด
"คินทร์ ลมอะไรหอบมาถึงนี่ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นโผล่มา" ธนา เจ้าของผับเดินเข้ามาทักทายพร้อมแก้วเครื่องดื่มในมือ
"มีเรื่องต้องดูนิดหน่อย" คินทร์ตอบเสียงเรียบ สายตายังคงไม่ละไปจากร่างบาง
"มองอะไรขนาดนั้น..." ธนามองตามสายตาเพื่อนสนิทไปจนเจอคนกลุ่มนั้น "อ๋อ กลุ่มไอ้นนท์ ลูกชายนักธุรกิจอสังหาฯ คู่แข่งแกนี่หว่า แต่ผู้หญิงข้างๆ มันสวยหวานชะมัด ไม่เข้ากับพวกก๊วนเสเพลนั่นเลย"
คำว่า 'เสเพล' ทำให้ภาคินทร์นัยน์ตาวาวโรจน์ขึ้นมาทันที "พวกมันทำไม"
"แกไม่รู้เหรอ ไอ้นนท์นี่เสือผู้หญิงตัวพ่อเลยนะ ปากบอกคบคนนี้จริงจัง แต่ลับหลังก็ฟันแล้วทิ้งไปเรื่อย เห็นว่าผู้หญิงคนนี้ใสซื่อมาก ยอมมันทุกอย่างเพราะคิดว่ามันรักจริง ฉันล่ะสงสารน้องเขาฉิบหาย" ธนาส่ายหัวอย่างระอา
ก้อนเนื้อในอกซ้ายของภาคินทร์บีบรัดรุนแรงจนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง สรรพนามที่เพื่อนพูดถึงเจ้าขามันทำให้เขาอยากลงไปกระชากไอ้เด็กนั่นออกมาต่อยให้หน้าหงาย แต่เขาต้องสะกดกลั้นอารมณ์ไว้
จังหวะนั้นเอง เจ้าขาขอตัวลุกออกจากโต๊ะเพื่อไปเข้าห้องน้ำ ภาคินทร์เห็นดังนั้นจึงลุกขึ้นยืนทันที เขาก้าวสับเท้าอย่างรวดเร็วเลี่ยงออกไปทางโซนห้องน้ำด้านหลังที่ค่อนข้างเงียบสงบ ทว่าในระหว่างทางเดินผ่านมุมมืด เสียงพูดคุยหัวเราะอย่างคึกคะนองของชายกลุ่มหนึ่งกลับทำให้ฝีเท้าของภาคินทร์ต้องชะงักลง
"เฮ้ยไอ้นนท์ คืนนี้มึงเอาจริงดิ่ น้องเจ้าขาคนซื่อของมึงนะ" เสียงเพื่อนของนนท์คนหนึ่งเอ่ยขึ้น
"เอออิวะ คบมาตั้งเป็นปี แม่งตัวก็ไม่ยอมให้กูแตะ วันนี้กูเบื่อละ กะฟัดคืนนี้ให้หนำใจแล้วทิ้งเลย ชวนมาผับน้องเขาเลยยอมมา" เสียงของนนท์หัวเราะร่าอย่างผู้ชนะ
"แล้วที่มึงบอกว่า... จะแบ่งพวกกูด้วยนี่จริงป่ะวะ" เพื่อนอีกคนถามด้วยน้ำเสียงหื่นกระหาย
"เออ กูเตรียมแผนไว้แล้ว พวกมึงรอดูได้เลย"
หมับ!
หมัดหนาของภาคินทร์กำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดจนถึงขีดสุด นัยน์ตาคมกริบวาวโรจน์ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังจะขย้ำเหยื่อ หัวใจของเขาร้อนรุ่มปานไฟเผาเมื่อได้ยินแผนการชั่วช้าที่พวกมันกำลังจะทำกับเธอ
พวกมึงกล้าดียังไง... กล้าดียังไงจะมาทำลายดอกไม้ที่กูเฝ้าทะนุถนอมด้วยสายตา!
คินทร์แทบจะพุ่งเข้าไปหักคอพวกมันตรงนั้น แต่เวลาของเจ้าขากกำลังจะหมดลง เขาต้องช่วยเธอให้เร็วที่สุด ชายหนุ่มหมุนตัวกลับและกดโทรศัพท์หาธนาทันทีด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
"ธนา เอาการ์ดฝีมือดีมาให้ฉันสักสามสี่คน"
"เฮ้ย คินทร์ เกิดอะไรขึ้น"
"ทำตามที่สั่ง! เรื่องความเสียหายเท่าไหร่ฉันจ่ายเอง" คินทร์ตัดสายทันที
เขาก้าวสับเท้าอย่างรวดเร็วกลับมาที่โซนด้านล่าง สายตาคมกริบกวาดหาเจ้าขา ทว่า... เขาช้าไปก้าวหนึ่ง เจ้าขาเดินกลับมาที่โต๊ะเรียบร้อยแล้ว และภาคินทร์มองเห็นจากระยะไกลว่า นนท์กำลังยื่นแก้วน้ำเปล่าส่งให้เธอด้วยรอยยิ้มหน้าเนื้อใจเสือ
"ดื่มน้ำหน่อยนะเจ้าขา เดินไปเดินมาคงเหนื่อย" นนท์แสร้งทำเป็นหวังดี
"ขอบคุณค่ะนนท์" เจ้าข้ายิ้มบางๆ เธอไม่รู้เลยว่าปีศาจในคราบคนรักกำลังยื่นยาพิษให้ ร่างบางยกแก้วน้ำขึ้นดื่มรวดเดียวจนเกือบหมดแก้ว โดยมีสายตาหื่นกระหายของนนท์และเพื่อนๆ จ้องมองอย่างลุ้นระทึก
ภาคินทร์ที่ยืนมองอยู่ห่างๆ ใจร่วงหล่นไปที่ตาตุ่ม ความรู้สึกห่วงใยแทรกซึมเข้าสู่กระดูก เขาจับจ้องอาการของเจ้าขาไม่วางตา
เวลาผ่านไปเพียงไม่ถึงสิบนาที ยาชนิดแรงเริ่มออกฤทธิ์ ใบหน้าหวานของเจ้าขาเริ่มขึ้นสีแดงก่ำ ดวงตากลมโตปรือปรอยและฉ่ำวาวอย่างแปลกประหลาด ร่างบางเริ่มบิดเร้าด้วยความอึดอัด มือเล็กยกขึ้นลูบไล้ตามลำคอและหน้าอกของตัวเองเพราะความร้อนรุ่มที่ปะทุอยู่ภายในกาย
"อือ... นนท์ เจ้าขาอึดอัด จู่ๆ ก็ร้อน... เจ้าขาอยากกลับบ้าน" เสียงหวานครางแผ่วเบาอย่างไร้สติ
"บ้านไม่ต้องกลับหรอกนะ เดี๋ยวนนท์พาไปพักห้องข้างบนนะ" นนท์กระตุกยิ้มร้าย มันรีบเข้าไปประคองร่างบางที่แทบจะทรงตัวไม่อยู่ให้ลุกขึ้น เพื่อนอีกสองคนรีบเดินตามเพื่อบังสายตาคนภายนอก
ภาคินทร์เห็นดังนั้นก็ไม่รอช้า ร่างสูงใหญ่ก้าวตรงดิ่งเข้าไปขวางทางพวกมันทันที รังสีความเหี้ยมโหดและทรงอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวของภาคินทร์ทำให้กลุ่มของนนท์ถึงกับชะงักกึก
"ปล่อยเธอซะ ถ้าไม่อยากตาย" เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของภาคินทร์ดังกังวานจนน่าขนลุก
"มึงเป็นใครวะ! มายุ่งอะไรกับแฟนกู หลีกไป!" นนท์ตวาดกลับอย่างวางอำนาจ
ทว่ายังไม่ทันที่นนท์จะได้ทำอะไร การ์ดร่างยักษ์สี่คนของผับที่ธนาสั่งมาก็กรูเข้ามาล็อกแขนของนนท์และเพื่อนๆ ทั้งสองคนไว้แน่นหนาจากด้านหลัง ท่ามกลางความตกใจของพวกมัน
"เฮ้ย! ปล่อยกูนะเว้ย! รู้ไหมกูลูกใคร!" นนท์โวยวาย
