บทที่ 11 ผู้ปกป้องความลับ
บรรยากาศภายในมหาวิทยาลัยหลังสัปดาห์ของการไปออกทริปทะเลดูเหมือนจะเปลี่ยนไปสำหรับนีน่าไม่น้อย แม้ภายนอกเธอจะยังคงเป็นนักศึกษาเฟรชชี่คณะนิเทศศาสตร์ที่สดใสเหมือนเดิม แต่ลึก ๆ ในใจกลับมีความรู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก เมื่อความลับที่เคยแบกไว้เพียงลำพัง บัดนี้มีน้ำหวาน เพื่อนสนิทผู้เงียบขรึมก้าวเข้ามาเป็นพันธมิตรคนสำคัญ การมีใครสักคนที่เข้าใจและพร้อมจะช่วยปกปิดร่องรอยของความสัมพันธ์ลับระหว่างเธอกับหมอภีม ทำให้นีน่ารู้สึกมั่นใจขึ้นท่ามกลางสายตาช่างจับผิดของเจนนี่และบิวตี้
ทว่าความสบายใจนั้นกลับถูกสั่นคลอนด้วยตัวแปรใหม่อย่าง กรกันต์ หรือ พี่กาย รุ่นพี่เดือนคณะจอมตื้อที่ไม่ยอมแพ้ แม้จะโดนหมอภีมสกัดดาวรุ่งไปเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่กายกลับมองว่านั่นคือความท้าทาย เขายังคงวนเวียนเข้ามาหาเศษหาเลยกับนีน่าทุกครั้งที่มีโอกาส โดยหารู้ไม่ว่าพฤติกรรมเหล่านั้นกำลังถูกรายงานส่งตรงถึงผู้ปกครองจอมหวงผ่านสัญญาณเตือนภัยบางอย่าง
ช่วงเวลาเลิกเรียนยามเย็นที่คณะนิเทศฯ คือช่วงเวลาที่เสี่ยงที่สุด รถยุโรปสีดำคันหรูของภีมพัฒน์มาจอดรออยู่ที่จุดลับหลังคณะเหมือนเช่นทุกวัน นีน่าที่ยืนอยู่กับกลุ่มเพื่อนมีอาการประหม่าอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นแสงไฟหน้ารถวับวาบส่งสัญญาณ
“นีน่า วันนี้เธอกลับยังไง ให้พี่กายไปส่งไหม เห็นพี่เขายืนรอกันท่าอยู่หน้าคณะน่ะ” เจนนี่ถามพลางบุ้ยปากไปทางรุ่นพี่หนุ่มที่กำลังทำท่าทางเก๊กหล่อรออยู่
นีน่าอึกอักพยายามจะปฏิเสธ แต่ทว่าน้ำหวานกลับก้าวเข้ามาขัดจังหวะได้อย่างแนบเนียน
“พวกแก ฉันหิวว่ะ ไปกินบิงซูที่สยามกันไหม ฉันเลี้ยงเอง !” น้ำหวานโพล่งขึ้นมาเสียงดัง ดึงความสนใจจากเจนนี่และบิวตี้ไปได้ทันที
“จริงเหรอ ! น้ำหวานร้อยปีจะเลี้ยงที ไปสิ !” บิวตี้รีบตอบรับอย่างตื่นเต้น
“นีน่า แกไปไม่ได้ใช่ไหม เห็นว่าต้องรีบไปช่วยงานแม่ที่ร้าน” น้ำหวานพูดพลางหันมาส่งสายตาเป็นนัยให้นีน่า
“เดี๋ยวฉันพายัยพวกนี้ไปเอง แกรีบไปเถอะ เดี๋ยวรถเมล์หมด”
นีน่าส่งซิกขอบคุณเพื่อนรักผ่านทางสายตา ก่อนจะรีบอาศัยจังหวะที่เพื่อน ๆ กำลังวุ่นวายเรื่องการเดินทาง วิ่งอ้อมไปทางหลังคณะแล้วแทรกตัวขึ้นรถของภีมพัฒน์ไปได้อย่างหวุดหวิด โดยมีน้ำหวานยืนบังมุมสายตาของพี่กายไว้ให้จนมิด
ภายในรถที่ติดฟิล์มมืดสนิท ภีมพัฒน์ไม่ได้ออกรถทันที เขาโน้มตัวมาช่วยนีน่าคาดเข็มขัดนิรภัย แต่ทว่าสายตาของเขากลับจ้องมองใบหน้าหวานด้วยความคะนึงหา มือหนาเชยคางเธอขึ้นมากดจูบที่ริมฝีปากเบา ๆ เป็นการทักทาย
“เพื่อนเราที่ยืนอยู่ตรงนั้น ใช่น้ำหวานไหม พี่ฝากขอบคุณเขาด้วยนะที่ช่วยกันท่าให้” ภีมพัฒน์เอ่ยเสียงทุ้มพลางลูบผมเธออย่างแสนรัก
“น้ำหวานน่ารักมากค่ะพี่ภีม ถ้าไม่มีน้ำหวาน นีน่าคงโดนเจนนี่จับได้ไปนานแล้ว”
ภีมพัฒน์ยิ้มจาง ๆ ก่อนจะหยิบกล่องสี่เหลี่ยมหรูหราออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วส่งให้นีน่า
“นี่รางวัลสำหรับเด็กดื้อที่สอบมิดเทอมผ่านฉลุยครับ”
นีน่าเปิดออกดูพบว่าเป็นโทรศัพท์สมาร์ทโฟนรุ่นท็อปที่สุดในตลาด สีสันและดิไซน์ดูแพงระยับ
“พี่ภีม ! นี่มันแพงมากเลยนะคะ นีน่าไม่กล้าใช้หรอกค่ะ เดี๋ยวเพื่อนสงสัย ฐานะอย่างนีน่าจะซื้อของแพงแบบนี้ใช้เองคงไม่มีใครเชื่อ”
“ใส่เคสทึบ ๆ ไว้ก็ได้ครับ พี่แค่อยากให้เราใช้เครื่องที่มีระบบรักษาความปลอดภัยดี ๆ พี่จะได้เช็กพิกัดเราได้แม่น ๆ ไง” เขาเอ่ยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง แต่แววตานั้นจริงจังจนนีน่าสัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่ล้นอก
แต่ถึงอย่างนั้น นีน่าก็รู้ดีว่าของขวัญชิ้นนี้คือระเบิดเวลาอีกหนึ่งลูก เธอต้องซ่อนมันไว้ในกระเป๋าอย่างดี และคงกล้าหยิบออกมาใช้ก็ต่อเมื่ออยู่กับเขาเท่านั้น
ความสุขที่ได้รับมันช่างขมปร่าเมื่อต้องแลกมาด้วยการหลบซ่อนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
ค่ำคืนนั้นในห้องนอนของคอนโดฯ หรู หลังจากที่ทั้งคู่เสร็จสิ้นจากภารกิจส่วนตัว นีน่าหลับปุ๋ยไปในอ้อมกอดของภีมพัฒน์ด้วยความเหนื่อยล้าจากการเรียน ทว่าแสงสว่างจากหน้าจอโทรศัพท์เครื่องใหม่ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงกลับสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืด
ภีมพัฒน์ที่ยังคงนอนไม่หลับหยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมาดูด้วยความสงสัย เขาใช้รอยนิ้วมือของนีน่าที่เขาสแกนสำรองไว้เปิดเข้าไปดู และนั่นทำให้เลือดในกายของคุณหมอผู้สุขุมเดือดพล่านขึ้นมาทันที
ข้อความจาก LINE ที่ไม่ได้รับเชิญปรากฏชื่อ ‘P’Guy (Senior)’
“ฝันดีนะครับนีน่า วันนี้พี่เสียดายมากที่ไม่ได้ไปส่ง พรุ่งนี้เช้าพี่มีขนมมาฝากนะ เจอกันที่โต๊ะเดิมนะครับเด็กดี”
คำว่า ‘เด็กดี’ ที่ไอ้รุ่นพี่นั่นใช้เรียกนีน่า มันเป็นคำเดียวกับที่ภีมพัฒน์ใช้เรียกเธอในยามที่เขากำลังปรนเปรอความสุขให้บนเตียง ความหึงหวงที่พุ่งทะยานทำให้เขารวบตัวนีน่าเข้ามากอดแน่นจนคนตัวเล็กที่กำลังฝันหวานสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ
“อื้อ... พี่ภีม มีอะไรคะ กอดแน่นไปแล้ว นีน่าเจ็บ” เธอประท้วงเสียงแผ่วพลางปรือตามอง
“นีน่า บอกไอ้เด็กนั่นไปว่าเธอมีเจ้าของแล้ว และเจ้าของคนนี้ก็หวงมากด้วย !” ภีมพัฒน์กดเสียงต่ำพร่า แววตาของเขาในความมืดดูวาวโรจน์จนน่ากลัว เขากดจูบหนัก ๆ ลงที่ซอกคอระหงซ้ำ ๆ เหมือนจะฝังรอยจารึกความเป็นเจ้าของให้ชัดเจนกว่าเดิม
“พี่ภีมใจเย็น ๆ ก่อนค่ะ นีน่าไม่ได้ตอบเขาเลยนะ” นีน่าพยายามลูบแผ่นหลังกว้างเพื่อปลอบประโลม
“พี่ไม่สน... พรุ่งนี้พี่จะไปส่งเราที่หน้าคณะด้วยตัวเอง และพี่จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องคนของพี่อีก !”
บทรักยามดึกที่เต็มไปด้วยความต้องการครอบครองและอารมณ์หึงหวงรุนแรงเริ่มขึ้นอีกครั้ง ภีมพัฒน์ใช้ทุกสัมผัสเพื่อตอกย้ำให้นีน่ารู้ว่าร่างกายและหัวใจของเธอนั้นถูกพันธนาการไว้กับเขาเพียงผู้เดียว นีน่าทำได้เพียงโอนอ่อนไปตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงของคุณหมอจอมเผด็จการ ท่ามกลางความหวาดกลัวว่าในเช้าวันพรุ่งนี้ ความลับที่พยายามรักษาไว้อาจจะระเบิดออกมาเพราะความหึงของเขาเอง
ในขณะเดียวกันที่หอพักนักศึกษา น้ำหวานนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์พลางถอนหายใจ เธอเห็นสตอรี่ไอจีของพี่กายที่ลงรูปคู่กับขนมหวานพร้อมแคปชั่นสื่อถึงใครบางคน น้ำหวานรู้ดีว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะเข้าถล่มนีน่าในไม่ช้า
“นีน่าเอ๊ย... มีผัวเป็นหมอมาดนิ่งมันน่ากลัวกว่ามีผัวเป็นมาเฟียอีกนะแก” น้ำหวานพึมพำกับตัวเอง
เธอตัดสินใจกดส่งข้อความหานีน่าทันทีว่า
“พรุ่งนี้เช้าฉันจะไปรอหน้าคณะแต่เช้า เดี๋ยวฉันจัดการไอ้รุ่นพี่นั่นให้เอง แกกับคุณหมอทำตัวปกติที่สุดก็พอ”
ภีมพัฒน์มองข้อความนั้นแล้วลดอารมณ์ลงเล็กน้อย เขาเริ่มเห็นข้อดีของการมี ‘สายลับ’ อย่างน้ำหวาน แต่กระนั้นความเป็นเจ้าของที่พลุ่งพล่านในใจก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย เขาจ้องมองนีน่าที่หลับไปอีกรอบในอ้อมแขน พลางกระซิบชิดใบหู
“ใครกล้ามาแย่งเธอไปจากพี่... พี่จะทำให้มันรู้ว่า มีชีวิตอยู่เหมือนตายมันเป็นยังไง”
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยความกดดัน นีน่าต้องสวมชุดนักศึกษาที่ปิดมิดชิดกว่าปกติเพื่อปกปิดรอยรักที่คุณหมอฝากไว้ด้วยความหึงหวง หมอภีมยังคงไปส่งเธอที่หน้าคณะเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้จอดรถแล้วลดกระจกลงเพียงนิดเดียวเหมือนทุกที เขากลับดับเครื่องยนต์และนั่งมองนีน่าจนเธอก้าวเท้าเข้าไปหาน้ำหวานที่ยืนรออยู่
สายตาของคุณหมอที่ส่งผ่านฟิล์มมืด ๆ ไปยังกายที่ยืนถือถุงขนมอยู่นั้น เต็มไปด้วยอำนาจและการข่มขวัญจนรุ่นพี่หนุ่มถึงกับมือสั่นและไม่กล้าก้าวเท้าเข้ามาหา
น้ำหวานจูงมือนีน่าเดินผ่านหน้ากายไปอย่างเย็นชา พลางกระซิบข้างหูเพื่อน
“รอยที่คอแกวันนี้ชัดกว่าวันไปทะเลอีกนะนีน่า ระวังหมอภีมจะคลั่งจนพาแกหนีไปอยู่บนเกาะจริง ๆ ล่ะ”
นีน่าหน้าแดงซ่าน เธอรับรู้ได้ถึงพันธนาการที่แน่นหนาขึ้นทุกวัน ความลับนี้อาจจะรั่วไหลไปถึงน้ำหวานแล้ว แต่มันกลับทำให้เธอมั่นใจว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอจะมีมือหนา ๆ ของหมอภีมที่กุมมือเธอไว้เสมอ และมีเพื่อนแท้อย่างน้ำหวานที่พร้อมจะลุยพายุไปด้วยกัน
แสงแดดยามเช้าทอดลำแสงยาวผ่านตึกอาคารเรียน คณะนิเทศศาสตร์ที่แสนวุ่นวายยังคงดำเนินต่อไป แต่ในความเงียบสงบของการเรียนการสอน ความรักที่แสนอันตรายและร้อนแรงยังคงดำเนินไปอย่างลับ ๆ ภีมพัฒน์ขับรถออกไปทำงานด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความคาดหมาย ในขณะที่นีน่านั่งเรียนด้วยใจที่จดจ่ออยู่กับข้อความฝันดีที่เธอเพิ่งแอบส่งกลับไปให้เขา
ความรักครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคนอีกต่อไป แต่มันคือการเดิมพันด้วยมิตรภาพ ศักดิ์ศรี และอนาคต... ที่นีน่าพร้อมจะจ่ายทุกราคาเพื่อให้ได้อยู่เคียงข้างเจ้าของที่ขี้หวงคนนี้ตลอดไป
