บทที่ 6 บทรักกลางห้องพักแพทย์

“พี่ภีม... เราจะไปไหนกันคะ ? นี่ไม่ใช่ทางกลับห้อง”

“พี่มีเคสด่วนที่ต้องเข้ามาดู” เขาตอบโดยไม่หันมามอง

“และพี่จะไม่ปล่อยให้เธอไปเถลไถลที่ไหนอีก ในสภาพใจแตกยอมรับของจากผู้ชายคนอื่นง่าย ๆ แบบนี้ นีน่าต้องอยู่ใต้สายตาพี่ตลอดเวลาจนกว่าพี่จะมั่นใจว่าเธอจะไม่ดื้ออีก”

นีน่าหน้าร้อนผ่าวด้วยความอายระคนน้อยใจ คำว่า ‘ใจแตก’ มันรุนแรงเกินไปสำหรับสิ่งที่เธอทำ แต่เธอก็ทำได้เพียงก้มหน้ามองมือตัวเองที่ประสานกันแน่นบนตัก จนกระทั่งรถจอดสนิทที่ลานจอดรถ VIP ของโรงพยาบาล

ภีมพัฒน์ก้าวลงจากรถแล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูฝั่งนีน่า เขาคว้าข้อมือเล็กให้ก้าวตามเขาไปอย่างรวดเร็ว แรงบีบที่ข้อมือไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันหนักแน่นและเป็นการแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน พยาบาลและเจ้าหน้าที่หลายคนที่เดินผ่านไปมาต่างพากันยกมือไหว้คุณหมอหนุ่มสุดฮอตด้วยความเคารพ แต่ภีมพัฒน์เพียงแค่พยักหน้ารับแกน ๆ สายตายังคงมุ่งตรงไปข้างหน้า

เขาพานีน่าเข้ามาในแผนกกุมารเวชกรรม ก่อนจะเปิดประตูเข้าสู่ห้องทำงานส่วนตัวที่ตั้งอยู่ท้ายสุดของโถงทางเดิน ห้องนี้กว้างขวางและตกแต่งอย่างเรียบหรู กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกับกลิ่นสะอาด ๆ ของเขาลอยอวลอยู่ทั่วบริเวณ

“นั่งรอที่โซฟานี่ ห้ามออกไปไหน ห้ามคุยโทรศัพท์ และห้ามเปิดประตูให้ใครเด็ดขาดถ้าไม่ใช่พี่”

เขาสั่งเสียงเฉียบขาดพลางหยิบเสื้อกาวน์ตัวยาวมาสวมทับเชิ้ตสีเข้มอย่างคล่องแคล่ว แววตาที่มองนีน่าก่อนออกจากห้องนั้นเต็มไปด้วยความคาดโทษ ก่อนที่เขาจะเดินหายออกไปทิ้งให้เด็กสาวนั่งจมอยู่กับความเงียบเพียงลำพัง

เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง นีน่าที่เริ่มเบื่อหน่ายกับการนั่งนิ่ง ๆ จึงเดินไปที่หน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นพื้นที่รอตรวจของแผนกเด็ก และนั่นคือครั้งแรกที่เธอได้เห็นโลกอีกใบของหมอภีม... โลกที่เขาเป็นที่รักและนับถือของทุกคน

ภีมพัฒน์ในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตาดูสง่างามและมีรัศมีของความเป็นผู้นำ เขากำลังย่อตัวลงนั่งยอง ๆ ต่อหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังร้องไห้จ้า นีน่าเห็นเขาใช้มือลูบหัวเด็กน้อยอย่างเบามือ ริมฝีปากที่เคยดุดันกลับคลี่ยิ้มอ่อนโยนอย่างที่นีน่าไม่เคยเห็นมาก่อน เขาพูดคุยหยอกล้อจนเด็กน้อยหยุดร้องและยอมให้เขาตรวจอาการแต่โดยดี

ภาพนั้นทำให้นีน่ารู้สึกตัวลีบเล็กลงไปอีก เธอรับรู้ได้ถึงภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่เขารับผิดชอบ แต่เธอกลับทำให้เขาว้าวุ่นใจด้วยเรื่องความหึงหวงไร้สาระ ความโกรธที่มีต่อเขาในตอนแรกมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกผิดและความหลงใหลในตัวผู้ชายคนนี้ที่เพิ่มพูนขึ้นจนล้นใจ

แกรก...

เสียงปลดล็อกประตูทำให้นีน่าสะดุ้งสุดตัว เธอรีบผละออกจากหน้าต่างแล้วยืนตัวตรงเหมือนนักเรียนที่รอพบครูฝ่ายปกครอง ภีมพัฒน์เดินกลับเข้ามาด้วยท่าทางเหนื่อยล้า เขาถอดเสื้อกาวน์พาดไว้ที่เก้าอี้ทำงาน ก่อนจะดึงเนกไทให้หลวมออกและปลดกระดุมเม็ดบน แววตาคมกริบจ้องเขม็งมาที่นีน่าด้วยความรู้สึกที่ยังคุกรุ่น

เขาก้าวเท้าเข้ามาหาช้า ๆ ทว่ามั่นคง นีน่าก้าวถอยหลังไปตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังบางพิงเข้ากับบานประตูห้องทำงาน ภีมพัฒน์ใช้แขนทั้งสองข้างยันประตูไว้ กักขังเด็กสาวไว้ในอาณาเขตของเขา

“ดูพี่ทำงานจนเพลินเลยเหรอ ?” เขาถามเสียงทุ้มต่ำ แววตาที่เคยอ่อนโยนกับเด็กคนไข้เมื่อครู่หายไปหมดสิ้น เหลือเพียงความหิวโหยและความหึงหวงที่ปิดไม่มิด

“พี่ภีม... นีน่าขอโทษค่ะ นีน่าไม่รู้ว่าพี่ภีมยุ่งขนาดนี้” นีน่าก้มหน้ามองหน้าอกกว้างที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ

“นีน่าจะไม่ทำตัวให้พี่ต้องเป็นห่วงอีกแล้วค่ะ”

“ห่วงเหรอ ?” ภีมพัฒน์เค่นยิ้มที่มุมปาก

“คำว่าห่วงมันน้อยไปนีน่า พี่กำลังจะบ้าตายต่างหาก วินาทีที่เห็นไอ้เด็กนั่นมันยื่นน้ำแดงให้เธอ แล้วเธอก็ส่งยิ้มหวานกลับไปให้มัน... รู้ไหมว่าพี่อยากจะกระชากเธอขึ้นรถแล้วตีให้เข็ดแค่ไหน”

“พี่ภีมขี้หวงเกินไปแล้วนะคะ” นีน่าพยายามดื้อแพ่งเล็กน้อยเพื่อกลบความอาย

“พี่กายเขาก็แค่รุ่นพี่...”

“ยังจะเรียกชื่อมันอีกเหรอ !”

ภีมพัฒน์โน้มใบหน้าลงมาหาจนจมูกโด่งแทบจะชนกับจมูกรั้นของเธอ นีน่าได้กลิ่นน้ำหอมเย็น ๆ ปนกับกลิ่นกายชายหนุ่มที่เธอเริ่มเสพติด มือหนาเชยคางหวานขึ้นมาบังคับให้สบตา

“ที่พี่จัดหนักให้เมื่อคืน... มันยังไม่พอให้เธอจำใช่ไหมว่าร่างกายนี้เป็นของใคร หรือต้องให้พี่แสดงความเป็นเจ้าของตรงนี้เลย นีน่าจะได้เลิกไปยิ้มโปรยเสน่ห์ให้คนอื่นเสียที”

“พี่ภีม... อย่าค่ะ นี่มันโรงพยาบาลนะ เดี๋ยวใครมาได้ยิน...”

“ห้องนี้เก็บเสียง... และไม่มีใครกล้าเข้ามาถ้าพี่ไม่อนุญาต” ภีมพัฒน์ไม่รอช้า เขาบดเบียดริมฝีปากลงมาครอบครองกลีบปากบางอย่างรวดเร็วและดุดัน มันเป็นจูบที่ร้อนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เต็มไปด้วยรสชาติของความโกรธและความโหยหาที่อัดอั้นมาตลอดทั้งวัน

นีน่าครางแผ่วในลำคอ มือเล็กพยายามผลักอกกว้างออกไปแต่กลับกลายเป็นว่าเธอยิ่งถูกรวบตัวเข้าไปแนบชิดกับร่างกายแกร่งของเขามากขึ้น สัมผัสจากปลายนิ้วหนาที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังทำให้นีน่าตัวสั่นระริก เธอพ่ายแพ้ให้กับจูบที่เปี่ยมไปด้วยชั้นเชิงของคุณหมอหนุ่มจนต้องวาดแขนโอบรอบลำคอของเขาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว

ภีมพัฒน์ผละริมฝีปากออกมาเพียงนิด เขาอุ้มร่างบางขึ้นมาวางบนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสาร นีน่าร้องอุทานด้วยความตกใจแต่ก็ถูกจูบปิดปากไว้อีกครั้ง มือหนาเลื่อนลงไปจัดการกับชุดนักศึกษาของเธออย่างชำนาญ

“พี่ภีม... ไม่เอาบนโต๊ะค่ะ นีน่าอาย” เธอประท้วงเสียงพร่าขณะที่เขากำลังซุกไซ้ซอกคอระหง

“ก็ดูเอาเถอะว่าเพราะความดื้อของใคร พี่ถึงต้องลงโทษแบบนี้” เขาพึมพำชิดผิวเนียน ทิ้งรอยรักสีกุหลาบเข้ม ๆ ไว้ตามไหล่และหน้าอกเพื่อเป็นการตีตราว่าเธอเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว

บทรักกลางห้องทำงานที่เงียบสงัดทว่ากลับตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ภีมพัฒน์ใช้สัมผัสที่อ่อนโยนสลับกับความหนักแน่นเพื่อให้เด็กสาวจดจำบทเรียนครั้งนี้ เด็กสาวที่เคยดื้อรั้นบัดนี้กลับทำได้เพียงครางเรียกชื่อเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าท่ามกลางความซ่านสยิว

“พี่ภีม... อ๊ะ... นีน่าขอโทษ นีน่ารักพี่ภีมคนเดียวค่ะ”

“จำคำพูดตัวเองไว้ให้ดีนะนีน่า...” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าพลางนำพาทั้งคู่ทะยานไปสู่สรวงสวรรค์ที่หอมหวานที่สุดท่ามกลางบรรยากาศที่แสนอันตราย

หลังจากทุกอย่างสงบลง ภีมพัฒน์จัดแจงแต่งตัวให้นีน่าอย่างประณีต เขาหยิบทิชชู่เปียกมาเช็ดคราบแป้งที่หลงเหลืออยู่บนใบหน้าของเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยนลงมาก เขาอุ้มเธอกลับไปนั่งที่โซฟาแล้วหยิบน้ำดื่มมาให้

“น้ำเปล่าขวดนี้... อร่อยกว่าน้ำแดงแก้วนั้นไหม ?” เขาถามพลางจ้องเข้าไปในดวงตาฉ่ำน้ำของเธอ

นีน่าพยักหน้าหงึก ๆ ไม่กล้าสบตา

“อร่อยค่ะ... พี่ภีมอย่าโกรธนีน่าเลยนะคะ นีน่าไม่ได้ตั้งใจจะทำให้พี่ไม่สบายใจจริง ๆ”

ภีมพัฒน์ถอนหายใจยาว เขานั่งลงข้าง ๆ แล้วดึงร่างบางเข้ามากอดไว้แนบอก

“พี่รู้ว่าเราไม่ได้ตั้งใจ แต่โลกภายนอกมันน่ากลัว ผู้ชายพวกนั้นมันไม่ได้หวังดีเหมือนพี่ พี่แค่ไม่อยากให้ใครมามองหรือมาแตะต้องสมบัติล้ำค่าของพี่”

เขากดจูบที่หน้าผากมนแล้วพูดต่อ

“กลับคอนโดฯ กันเถอะ คืนนี้พี่จะทำพาสต้าของโปรดให้กินเป็นการปลอบใจ แต่ต้องทานยาที่พี่เตรียมไว้ให้ด้วยนะ รอยที่คอจะได้จางไว ๆ”

“รอยเยอะขนาดนี้ พรุ่งนี้นีน่าต้องใส่เสื้อคอเต่าไปเรียนแน่เลยค่ะ” นีน่าบ่นอุบ แต่ใบหน้ากลับเปื้อนยิ้ม

“ก็ดีครับ... เพื่อนผู้ชายจะได้รู้ว่าผู้ปกครองเรา ‘หวง’ แค่ไหน”

ภีมพัฒน์จูงมือนีน่าเดินออกจากห้องทำงานด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยตามสไตล์คุณหมอมาดนิ่ง ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายของความลับที่แสนหวานไว้เบื้องหลัง โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งผ่านมาแอบเห็นเงาของทั้งคู่ที่ดูสนิทสนมเกินกว่าคำว่า ‘ผู้ปกครองกับน้องสาว’ จนเธอต้องเก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป