บทที่ 8 แขกไม่ได้รับเชิญ
ภายในห้องผ่าตัดหมายเลข 4 ของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและบรรยากาศอันหนาวเหน็บจากเครื่องปรับอากาศไม่ได้ทำให้สมาธิของนายแพทย์ภีมพัฒน์สั่นคลอนลงได้แม้แต่น้อย แสงไฟผ่าตัดดวงใหญ่เหนือศีรษะส่องสว่างกระทบลงบนร่างของคนไข้เด็กที่นอนอยู่บนเตียง เสียงสัญญาณชีพจรจากเครื่องมอนิเตอร์ดังก้องเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เป็นเครื่องยืนยันว่าทุกอย่างยังอยู่ภายใต้การควบคุม
ภีมพัฒน์ในชุดผ่าตัดสีเขียวเข้มสวมทับด้วยหน้ากากอนามัยมิดชิด กำลังจดจ่ออยู่กับการใช้มีดผ่าตัดเล่มเล็กจัดการกับถุงน้ำในช่องท้องของเด็กน้อยอย่างประณีต ดวงตาคมกริบภายใต้แว่นขยายสำหรับผ่าตัดฉายแววเด็ดเดี่ยวและมุ่งมั่น มือหนาที่สวมถุงมือยางปราศจากเชื้อเคลื่อนไหวอย่างลื่นไหลและแม่นยำ ทุกฝีเข็มที่เขาลากผ่านผิวเนื้อเต็มไปด้วยความทะนุถนอมประหนึ่งว่าคนตรงหน้าคือแก้วตาดวงใจของตัวเอง
ทว่าภายใต้ใบหน้าอันเรียบเฉยนั้น ลึก ๆ ในใจของกุมารแพทย์ผู้เก่งกาจกลับมีความกังวลบางอย่างรบกวนอยู่เป็นระยะ เขาเพิ่งจะแยกจากนีน่ามาได้ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเหตุการณ์ที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้า ความรู้สึกผิดที่ต้องทิ้งให้เธออยู่คนเดียวในวันที่ความลับเริ่มสั่นคลอนทำเอาเขาอยากจะรีบเย็บแผลนี้ให้เสร็จภายในวินาทีเดียว
“เรียบร้อยครับ รบกวนพี่พยาบาลเช็กเครื่องมือและผ้าซับเลือดให้ครบถ้วนด้วยนะครับ” ภีมพัฒน์เอ่ยเสียงทุ้มผ่านหน้ากากอนามัย พลางถอยออกมาเพื่อให้ทีมพยาบาลจัดการส่วนที่เหลือ
เขาเดินออกมาที่โซนล้างมือ ถอดชุดผ่าตัดออกด้วยท่าทางที่ดูอ่อนล้าเล็กน้อย สายน้ำที่ไหลผ่านมือช่วยเรียกสติเขากลับมา แต่ทันทีที่เขาเดินกลับมาที่ห้องพักแพทย์และหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู ความว่างเปล่าของหน้าจอที่ไม่มีข้อความตอบกลับจากนีน่าก็ทำให้คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันที
“ไปไหนของเขานะ...” เขาพึมพำพลางรีบเปลี่ยนชุดเพื่อเตรียมตัวกลับคอนโด โดยไม่รู้เลยว่าที่ห้องพักเลขที่ 2801 ในตอนนี้ กำลังมีพายุอีกลูกที่ไม่ได้นัดหมายรอเขาอยู่
ในขณะเดียวกันที่คอนโดมิเนียมหรูชั้น 28 นีน่ากำลังยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าประตูห้องพักของตนเอง
หลังจากที่แยกกับน้ำหวานที่ห้างสรรพสินค้าด้วยความรู้สึกอึดอัดใจ เธอรีบกลับมาที่นี่เพื่อหวังจะใช้พื้นที่ปลอดภัยสงบสติอารมณ์ แต่ทว่าสิ่งที่รอเธออยู่หน้าห้องกลับเป็นผู้หญิงที่เธอคาดไม่ถึงว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้
หญิงสาวร่างระหงในชุดเดรสทำงานสีแดงเลือดนกที่ดูมั่นใจ ใบหน้าสวยเฉี่ยวถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างประณีต ‘หมอมายด์’ หรือ แพทย์หญิงมลินดา เพื่อนร่วมงานรุ่นพี่ของภีมพัฒน์กำลังยืนกอดอกพิงผนังห้องพลางมองมาที่นีน่าด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
“อ้าว... นีน่าใช่ไหมจ๊ะ ?” หมอมายด์ทักขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา
“มาหาภีมเหมือนกันเหรอ ?”
“เอ่อ... สวัสดีค่ะพี่มายด์ นีน่าพักอยู่ที่นี่ค่ะ” นีน่าตอบเสียงเบา พลางกำสายกระเป๋าแน่น
“อ๋อ... พี่ลืมไปเลยว่าภีมเขามี ‘ภาระ’ ต้องดูแลอยู่ที่นี่” หมอมายด์หัวเราะเบา ๆ พลางก้าวเข้ามาหานีน่า
“พอดีพี่มีเอกสารด่วนเรื่องเคสงานวิจัยที่ต้องให้ภีมเซ็นน่ะจ้ะ โทร.หาเขาก็ไม่รับสาย พี่เลยคิดว่าเขาคงลืมมือถือไว้ที่ห้อง... นีน่าพอจะเปิดประตูให้พี่เข้าไปรอข้างในหน่อยได้ไหมจ๊ะ ? ยืนข้างนอกนี้นาน ๆ มันปวดขา”
นีน่าอึกอัก เธอรู้ดีว่าภีมพัฒน์หวงพื้นที่ส่วนตัวแค่ไหน โดยเฉพาะกับผู้หญิงคนอื่นที่มักจะแวะเวียนเข้ามาขายขนมจีบเขา แต่ด้วยความที่อีกฝ่ายเป็นรุ่นพี่ที่สนิทกับเขา และเธอก็ยังอยู่ในสถานะที่เปิดเผยไม่ได้ นีน่าจึงจำใจต้องแตะคีย์การ์ดเปิดประตูให้แขกผู้ไม่ได้รับเชิญก้าวเข้าไปในพื้นที่ลับของเธอและเขา
ภายในห้อง 2801 ยังคงเงียบสนิทและเป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนเดิม หลังจากประตูเปิดออก หมอมายด์ก็ก้าวเท้าเข้าไปพลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องด้วยความสนใจเป็นพิเศษ เธอเดินไปนั่งลงบนโซฟาหนังตัวแพงด้วยท่าทางที่ดูคุ้นเคยอย่างประหลาดจนนีน่ารู้สึกไม่สบายใจ
“ภีมเขาไม่เปลี่ยนไปเลยนะจ๊ะ ยังเจ้าระเบียบเหมือนเดิม... แต่ดูเหมือนช่วงนี้จะมีของใช้ที่ ‘ผิดหูผิดตา’ เพิ่มมาเยอะเชียว” หมอมายด์เปรยขึ้นพลางหยิบกิ๊บติดผมลายการ์ตูนของนีน่าที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาพิจารณา
“นีน่าจะไปเอาน้ำมาให้นะคะ” นีน่าเลี่ยงเดินเข้าครัวไปเพื่อหาทางสงบสติอารมณ์
ทว่าหมอมายด์กลับเดินตามเข้ามาติด ๆ เธอเดินไปที่เคาน์เตอร์ครัว พลางหยิบแก้วน้ำสองใบที่วางคว่ำอยู่ขึ้นมาดู
“แปลกนะ... ปกติภีมเขาไม่ชอบใช้ของร่วมกับใคร แม้แต่พี่ที่สนิทกับเขามากที่สุดก็ยังแทบจะไม่เคยได้ดื่มน้ำจากแก้วในห้องนี้เลย แต่นี่... ดูเหมือนจะมีคนดูแลดีเหลือเกิน”
“พี่ภีมเขาแค่เมตตาน่ะค่ะ” นีน่าพยายามฝืนยิ้ม พลางยื่นแก้วน้ำให้อีกฝ่าย
“เมตตาเหรอจ๊ะ ?” หมอมายด์รับแก้วน้ำมาแต่ไม่ได้ดื่ม สายตาของเธอเลื่อนลงไปมองที่ลำคอของนีน่าที่พยายามจะซ่อนไว้ภายใต้ผมสลวย
“แล้วผ้าพันคอผืนนี้... ภีมเขาซื้อให้ใช่ไหม ลายนี้เป็น Limited Edition ที่เขารักมากเลยนะ เขาเคยบอกพี่ว่าถ้าเจอคนที่เป็นเจ้าของหัวใจ เขาถึงจะยอมยกผืนนี้ให้”
นีน่ารู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุด เธอรีบจัดระเบียบผมให้ปิดคอมากขึ้น
“พี่ภีมคงเห็นว่านีน่าไม่มีผ้าพันคออุ่น ๆ ใช้มั้งคะ เลยแบ่งให้”
“แบ่งให้... หรือตั้งใจให้เพื่อปิดอะไรบางอย่างจ๊ะ ?” หมอมายด์ขยับเข้ามาประชิดตัวนีน่า แววตาของเธอวาวโรจน์ด้วยความริษยา
“รอยแดงจาง ๆ ตรงฐานคอนั่นน่ะ พี่เป็นหมอนะนีน่า พี่มองปราดเดียวก็รู้ว่ามันไม่ใช่รอยจากการบาดเจ็บหรือรอยแมลงกัด แต่มันคือรอยที่ใครบางคนตั้งใจทำทิ้งไว้”
นีน่าตัวสั่นระริก เธอพยายามจะก้าวถอยหลังแต่กลับติดเคาน์เตอร์ครัว
“พี่มายด์พูดเรื่องอะไรคะ นีน่าไม่เข้าใจ”
“เข้าใจดีจ้ะ พี่แค่อยากรู้ว่าภีมเขาคิดยังไงถึงได้เลือกเด็กอย่างเธอมาทำเรื่องเสื่อมเสียชื่อเสียงแบบนี้ หรือว่าเธอใช้ความใสซื่อไปยั่วเขากันล่ะ ?” หมอมายด์เอื้อมมือจะมาดึงผมของนีน่าออกเพื่อให้เห็นรอยชัด ๆ
“ขอดูให้เต็มตาหน่อยสิ ว่า ‘พี่ชาย’ เขาใจดีกับเธอขนาดไหน !”
“ไม่นะคะ ! อย่าทำแบบนี้ !” นีน่าร้องเสียงหลงพลางปัดมืออีกฝ่ายออก
ปัง !
ประตูห้องถูกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงในชุดเชิ้ตที่ปลดกระดุมเม็ดบนออก ภีมพัฒน์ยืนหอบหายใจอยู่ที่หน้าประตู ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธและเป็นกังวลทันทีที่เห็นเหตุการณ์ตรงหน้า
เขาก้าวเท้าเข้ามาระหว่างคนทั้งสองอย่างรวดเร็ว แล้วดึงนีน่าไปไว้ข้างหลังตัวเขาอย่างปกป้อง มือหนาบีบมือนีน่าเบา ๆ เป็นเชิงปลอบประโลม
“มายด์ คุณมาทำอะไรที่นี่โดยที่ผมไม่ได้อนุญาต ?” เสียงทุ้มต่ำและเย็นเฉียบทำเอาบรรยากาศในห้องลดฮวบลงจนติดลบ
“ภีมมาพอดีเลยค่ะ มายด์แค่จะเอาเอกสารวิจัยมาให้เซ็นน่ะค่ะ แต่เห็นน้องนีน่าเขาดูแปลก ๆ เลยอยากจะช่วยตรวจดูอาการนิดหน่อย” หมอมายด์เปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มหวานทันที
“แต่ดูเหมือนน้องเขาจะขวัญอ่อนไปนิดนะคะ มายด์แค่จะขอดูรอยที่คอนั่นเอง”
“ผมบอกคุณกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามายุ่งกับคนในปกครองของผม” ภีมพัฒน์จ้องหน้าเพื่อนร่วมงานสาวไม่กะพริบตา สายตาของเขามีรังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจนหมอมายด์ต้องก้าวถอยหลัง
“เอกสารวางไว้บนโต๊ะนั่น แล้วเชิญคุณกลับไปได้แล้วครับ”
“ภีมดูแลงน้องนีน่าดีจังเลยนะคะ ดีจนมายด์แอบคิดว่าถ้าไม่รู้ว่าเป็นพี่น้องกัน คงคิดว่าเป็นอย่างอื่นไปแล้ว” หมอมายด์ยังไม่ยอมลดละ
“รอยนั่นน่ะ คุณคิดว่าคุณจะปิดมันได้นานแค่ไหน ในเมื่อคุณแอบเอาเมียเด็กมาไว้ในคอนโดฯ ส่วนตัวแบบนี้”
ภีมพัฒน์แค่นยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นชา เขาไม่ได้ปฏิเสธและไม่ได้ยอมรับ แต่เขากลับวาดวงแขนไปโอบไหล่นีน่าต่อหน้าแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ
“นีน่าเป็นน้องสาวที่ผมต้องดูแลเป็นพิเศษ และรอยนั่นก็เป็นเรื่องส่วนตัวของบ้านเรา มายด์ไม่มีสิทธิ์มาสอดรู้สอดเห็น”
“น้องสาวเหรอคะ หึ... งั้นมายด์จะรอดูวันที่ความลับของคุณมันระเบิดออกมา” หมอมายด์กระแทกเสียงพลางคว้ากระเป๋าเดินออกไปจากห้องทันที ทิ้งท้ายไว้ด้วยเสียงปิดประตูที่ดังสนั่น
เมื่อความวุ่นวายจบลง ภีมพัฒน์ถอนหายใจยาวพลางหันกลับมามองคนตัวเล็กข้างกาย เขาสังเกตเห็นแววตาที่สั่นระริกและริมฝีปากที่ขบกันจนแน่นของนีน่า
“เขาทำอะไรเราหรือเปล่านีน่า พี่ขอโทษ พี่ไม่น่าปล่อยให้เราอยู่คนเดียวเลย” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงมาก พลางใช้นิ้วเกลี่ยแก้มใสเบา ๆ
“พี่ภีมคะ คำว่าน้องสาวที่พี่พูดเมื่อกี้ พี่พูดเพื่อปกป้องพี่ภีมเอง หรือปกป้องนีน่ากันแน่คะ” นีน่าถามเสียงสั่น แววตาเต็มไปด้วยความตัดพ้อ
ภีมพัฒน์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาพยายามจะหาคำตอบที่ดูดีที่สุด แต่เขารู้ดีว่าคำพูดเมื่อครู่มันบาดลึกเข้าไปในใจของเด็กสาว
“พี่ต้องพูดแบบนั้นเพื่อให้มายด์เลิกสงสัย พี่ไม่อยากให้เราเสียชื่อเสียง”
“แต่นีน่าเจ็บค่ะ เจ็บที่ต้องเป็นคนในความลับ เจ็บที่พี่ภีมพูดเหมือนนีน่าไม่มีตัวตนในฐานะผู้หญิงของพี่” น้ำตาของนีน่าร่วงเผาะลงบนหลังมือหนา “
นีน่าไม่อยากเป็นน้องสาว ไม่อยากเป็นเมียเก็บ นีน่าอยากเป็นคนพี่ภีมที่เปิดตัวได้เหมือนคนอื่นบ้าง”
ความเงียบครอบคลุมไปทั่วห้อง ภีมพัฒน์ดึงร่างบางเข้ามากอดไว้แนบอก เขาซุกใบหน้าลงกับกลุ่มผมหอมพลางหลับตาแน่น
“พี่ขอโทษนีน่า พี่ขอเวลาอีกนิด พี่สัญญาว่าวันหนึ่ง พี่จะประกาศให้โลกรู้ว่าเธอคือเจ้าของหัวใจพี่ แต่ตอนนี้ขอให้พี่ได้รักษาหน้าที่การงานนี้ไว้เพื่ออนาคตของเราก่อนนะ”
นีน่าสะอื้นฮักในอ้อมกอดของเขา เธอรู้ดีว่าสถานะของเขาเสี่ยงแค่ไหน แต่ความน้อยใจมันก็ห้ามไม่อยู่ ภีมพัฒน์ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาทำเพียงแค่กอดเธอไว้แน่นประหนึ่งจะใช้ร่างกายของเขาเป็นเกราะป้องกันทุกความขมขื่นที่เธอกำลังเผชิญ
ค่ำคืนนั้น บรรยากาศในคอนโดฯ เงียบเหงากว่าทุกวัน ภีมพัฒน์พยายามเอาใจนีน่าด้วยการสั่งอาหารโปรดมาให้และคอยดูแลไม่ห่าง แต่ทว่าความอึดอัดใจจากคำพูดของหมอมายด์ยังคงทิ้งร่องรอยไว้ในใจของทั้งคู่
หมอภีมนั่งมองเมียเด็กที่นอนขดตัวอยู่บนเตียงด้วยความรู้สึกผิด เขาเอื้อมมือไปลูบผมเธอเบา ๆ ก่อนจะโน้มตัวลงกดจูบที่ขมับ
“พี่รักนีน่านะรักมากกว่าที่ใครจะจินตนาการได้”
“นีน่าก็รักพี่ภีมค่ะ แต่ความรักของเรามันช่างเหนื่อยเหลือเกิน” นีน่าพึมพำทั้งน้ำตา
ภีมพัฒน์ทิ้งตัวลงนอนข้าง ๆ แล้วดึงเธอเข้ามาในอ้อมแขน เขาตั้งใจแน่วแน่ว่านับจากนี้ เขาจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนเข้ามาทำร้ายจิตใจนีน่าได้อีก แม้จะต้องแลกด้วยความลับที่สั่นคลอนหน้าตาทางสังคมของเขาเองก็ตาม
ในมุมมืดของค่ำคืน หมอมายด์นั่งอยู่ในรถเพียงลำพัง เธอมองรูปถ่ายกิ๊บติดผมลายการ์ตูนในโทรศัพท์ด้วยสายตาอาฆาต
“ถ้าฉันไม่ได้คุณ เด็กนั่นก็อย่าหวังว่าจะมีความสุข ภีม... คุณเลือกเองนะ”
ระเบิดเวลาเริ่มนับถอยหลังอย่างเป็นทางการ และครั้งนี้... ชื่อเสียงของคุณหมอผู้เพอร์เฟกต์กำลังเดิมพันด้วยหัวใจที่แหลกสลายของเด็กสาวในปกครอง
