บทที่ 9 ทะเลหวาน

บรรยากาศภายในห้องชุดเลขที่ 2801 ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาดูจะเงียบเหงากว่าปกติ แม้แสงไฟนวลตาจะยังคงทำหน้าที่ส่องสว่าง แต่ความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นหลังจากเหตุการณ์แขกไม่ได้รับเชิญอย่างหมอมายด์บุกมาถึงที่ กลับทิ้งตะกอนแห่งความน้อยใจไว้ในหัวใจดวงน้อยของนีน่า อย่างยากจะลบเลือน

คำว่า ‘น้องสาว’ ที่หลุดออกมาจากปากของคนตัวโตต่อหน้าผู้หญิงคนอื่น แม้จะรู้ดีว่ามันคือการปกป้องสถานะของทั้งเธอและเขา แต่มันกลับบาดลึกและย้ำเตือนถึงความไร้ตัวตนของเธอในโลกภายนอก

หมอภีมรับรู้ได้ถึงกระแสความเงียบเชียบนั้นผ่านการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ของนีน่า ไม่ว่าจะเป็นการที่เธอเริ่มนอนหันหลังให้เขา หรือการที่เธอไม่ยอมสบตาเวลาเขาพยายามจะหยอกล้อเหมือนเคย กุมารแพทย์หนุ่มผู้ชาญฉลาดรู้ดีว่ายาขนานเดียวที่จะรักษาแผลใจครั้งนี้ได้ คือการพาเธอหลบหนีไปจากโลกที่วุ่นวายนี้... ไปยังที่ที่มีเพียงแค่เขาและเธอเท่านั้น

เขาตัดสินใจทำเรื่องลาพักร้อนซึ่งหาได้ยากยิ่งในรอบปี และวางแผนเซอร์ไพรส์คนตัวเล็กด้วยทริปทะเลหัวหิน โดยอ้างกับจิรัชยา มารดาของเด็กสาวว่า ‘พาน้องไปพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศหลังสอบมิดเทอม’ ซึ่งคุณแม่ผู้ไวใจก็อนุญาตอย่างไม่รีรอ

เช้าวันออกเดินทาง แสงแดดรำไรทอแสงอ่อน ๆ เหนือท้องถนนที่มุ่งหน้าสู่ทิศใต้ ภีมพัฒน์อยู่ในชุดลำลองที่ดูแปลกตาแต่กลับส่งเสริมเสน่ห์ของเขาให้พุ่งทะยาน เสื้อฮาวายผ้าเนื้อดีสีน้ำเงินเข้มลายใบไม้สีขาวถูกปลดกระดุมเม็ดบนออกสามเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและสร้อยเงินเส้นบางที่ซ่อนอยู่ข้างใน กางเกงขาสั้นสีเบจเหนือเข่าโชว์เรียวขาที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามประสาคนดูแลตัวเอง

นีน่าที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับลอบมองเขาเป็นระยะ เธอพยายามจะทำหน้านิ่งใส่คนขี้แกล้ง แต่ทว่าลุค ‘แดดดี้สายชิล’ ของหมอภีมกลับทำให้หัวใจเธอสั่นคลอนจนแทบเสียอาการ

“ยังไม่หายงอนพี่อีกเหรอครับ ?” ภีมพัฒน์เอ่ยขึ้นพลางหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางเลียบชายหาด มือหนาเอื้อมมาคว้ามือเล็กของเธอไปกุมไว้แล้วกดจูบลงบนหลังมืออย่างแผ่วเบา

“นีน่าไม่ได้งอนค่ะ แค่เรียนเหนื่อยเฉย ๆ” เธอบ่นอุบพลางสะบัดหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง

“งั้นทริปนี้พี่จะดูแลเราให้หายเหนื่อยเอง พี่ขอโทษที่พูดแบบนั้นวันก่อน แต่นีน่ารู้ใช่ไหมว่าในห้องนี้ พี่มีไว้ให้เราคนเดียว”

น้ำเสียงทุ้มหวานและสายตาที่สื่อความหมายลึกซึ้งทำให้คนขี้ใจน้อยใจอ่อนยวบ ความน้อยใจที่สะสมมาหลายวันมลายหายไปกับสายลมทะเลที่เริ่มพัดผ่านเข้ามาในรถ เธอค่อย ๆ ขยับตัวเข้าไปใกล้แล้วซบหัวลงกับไหล่กว้างของเขา บรรยากาศในการเดินทางเริ่มอบอวลไปด้วยความหวานที่หวนกลับมาอีกครั้ง

พูลวิลล่าหรูที่ภีมพัฒน์เลือกตั้งอยู่ริมหาดส่วนตัวที่เงียบสงบ ตัวบ้านพักเป็นสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลที่มีสระว่ายน้ำระบบเกลือทอดยาวขนานไปกับเส้นขอบฟ้า ทันทีที่มาถึง นีน่าก็ตื่นเต้นจนลืมเรื่องขุ่นมัวไปหมดสิ้น เธอรีบเปลี่ยนชุดนักศึกษาเป็นชุดว่ายน้ำบิกินี่ตัวจิ๋วสีขาวสะอาดตาที่เธอแอบซื้อมาเพื่อทริปนี้โดยเฉพาะ

ทว่า... ทันทีที่เธอก้าวเท้าออกมาที่ริมสระน้ำ หมอภีมที่กำลังนั่งจิบน้ำผลไม้รออยู่ถึงกับสำลัก

ดวงตาคมกริบภายใต้แว่นกันแดดทรงหรูสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อเห็นสัดส่วนโค้งเว้าของเด็กสาวในปกครอง ผิวขาวจัดของเธอท้าทายแสงแดดยามบ่ายจนเขาแทบจะคลั่ง บิกินี่ชิ้นเล็ก ๆ นั้นปิดบังอะไรต่อมิอะไรแทบไม่มิด และที่สำคัญคือมันเผยให้เห็นรอยรักจาง ๆ ที่เขาทิ้งไว้เมื่อวันก่อน

“นีน่า ! ไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้ !” เขาผุดลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าถมึงทึง

“ทำไมล่ะคะพี่ภีม นี่ทะเลนะ จะให้นีน่าใส่ชุดกันหนาวลงน้ำเหรอ ?” เธอแกล้งทำลอยหน้าลอยตา ท้าทายอารมณ์ของคุณหมอจอมหวง

“พี่ไม่ได้บอกให้ใส่ชุดกันหนาว แต่ชุดนี้มัน... มันโป๊เกินไป !” ภีมพัฒน์เดินตรงเข้าไปหาร่างบางทันที ความหวงพุ่งทะยานจนเขาฟิวส์ขาด เขาไม่พูดพร่ำทำเพลงแต่กลับอุ้มร่างเล็กขึ้นพาดบ่าแล้วเดินมุ่งหน้ากลับเข้าสู่ตัวบ้าน

“กรี๊ด ! พี่ภีมปล่อยนะ ! นีน่าจะว่ายน้ำ !”

“ว่ายในอ่างอาบน้ำแทนแล้วกันครับ วันนี้พี่ไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาเห็นเมียพี่ในสภาพนี้แน่ !”

เขาพานีน่ามาวางลงบนเตียงกว้างในห้องนอนที่มองเห็นวิวทะเล แววตาคมกริบจ้องมองเธอราวกับจะกลืนกินไปทั้งตัว ความหึงหวงที่แสดงออกมาอย่างโจ่งแจ้งทำให้นีน่าแอบยิ้มในใจ... เพราะนี่คือหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดว่าเขาแคร์เธอมากแค่ไหน

ค่ำคืนที่หัวหินช่างเงียบสงบ แสงจันทร์นวลตาฉายส่องลงบนผิวน้ำในสระจนเกิดเงาวับวาว ภีมพัฒน์พานีน่าออกมานั่งดื่มไวน์เบา ๆ ที่ริมสระน้ำหลังจากที่เขายอมใจอ่อนให้เธอใส่ชุดคลุมทับชุดว่ายน้ำออกมาเดินเล่นได้ บรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายทะเลและความเป็นส่วนตัวทำให้กำแพงความขัดแย้งพังทลายลงสิ้นเชิง

เขาดึงร่างบางเข้ามากอดไว้จากด้านหลัง กดจูบซับที่ลำคอระหงอย่างทะนุถนอม

“พี่ขอโทษนะครับที่ต้องให้เราเป็นความลับในตอนที่อยู่กรุงเทพฯ... แต่ขอให้รู้ไว้ว่าที่นี่ และในหัวใจของพี่ นีน่าคือเจ้าของที่แท้จริงคนเดียว”

คำพูดที่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจทำให้นีน่าหันกลับมาประจันหน้ากับเขา เธอใช้แขนเรียวโอบรอบลำคอหนาแล้วโน้มใบหน้าเขาลงมาจูบแผ่วเบา สัมผัสที่โหยหาและลึกซึ้งเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนท่ามกลางเสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้าหาฝั่ง

ภีมพัฒน์ค่อย ๆ ปล่อยชุดคลุมของเธอให้ร่วงลงไปบนพื้นหญ้าเทียม เหลือเพียงร่างเปลือยเปล่าใต้ชุดบิกินี่ที่ขยับเขยื้อนตามแรงอารมณ์ เขาอุ้มเธอลงไปในน้ำที่อุ่นกำลังดี บทรักที่นุ่มนวลและลึกซึ้งเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางเงาจันทร์ที่สะท้อนอยู่ในน้ำ ริมสระน้ำกลายเป็นเวทีแห่งการง้อและแสดงความรักที่ตราตรึงใจที่สุด

“อื้อ... พี่ภีม นีน่ารักพี่นะคะ”

“พี่ก็รักเราครับ... รักจนไม่รู้จะหวงยังไงแล้ว”

สัมผัสที่แผ่วเบาแต่หนักแน่นนำพาทั้งคู่ทะยานไปสู่สรวงสวรรค์ครั้งแล้วครั้งเล่า ความเงียบของรัตติกาลถูกเติมเต็มด้วยเสียงหอบหายใจและคำบอกรักที่พรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย ภีมพัฒน์ตั้งใจมอบทุกสัมผัสเพื่อให้เด็กสาวรู้ว่าเธอสำคัญที่สุดในชีวิตของเขา และทริปหนีโลกครั้งนี้ก็กลายเป็นความทรงจำที่หวานที่สุดเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้

เช้าวันต่อมา นีน่าตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของภีมพัฒน์ที่ยังคงนอนกอดเธอไว้แน่นประหนึ่งกลัวว่าเธอจะหายไป แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ เห็นภาพศัลยแพทย์ผู้เก่งกาจในมุมที่อ่อนโยนที่สุด

เขาลืมตาขึ้นมาเห็นเธอกำลังจ้องมองอยู่ จึงกดจูบที่หน้าผากมนหนึ่งทีอย่างแสนรัก

“ตื่นนานหรือยังครับ ? หิวไหม เดี๋ยวพี่ลงไปทำมื้อเช้าให้กิน”

“ยังไม่ค่อยหิวค่ะ นีน่าแค่อยากมองหน้าพี่ภีมแบบนี้นาน ๆ” เธอกระซิบพลางซุกหน้าเข้ากับอกแกร่ง

“พี่สัญญาครับนีน่า... ทันทีที่ทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง พี่จะเป็นคนจูงมือเราไปบอกแม่เราเอง พี่จะไม่ให้เราต้องซ่อนตัวแบบนี้ไปตลอดหรอก” ภีมพัฒน์กระชับอ้อมกอด

“อดทนเพื่อพี่อีกนิดนะเด็กดี”

ทริปทะเลหวานครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การพักผ่อน แต่มันคือการเติมเต็มความเชื่อมั่นและพันธนาการหัวใจของทั้งคู่ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น นีน่ารับรู้ได้ว่าแม้ภายนอกเขาต้องรักษามาดคุณหมอผู้สุขุม แต่เมื่ออยู่ใน ‘โลกของเรา’ เขาคือผู้ชายที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อรักษาความรักครั้งนี้ไว้ให้นานที่สุด

ภีมพัฒน์มองภาพนีน่าที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ที่ชายหาดด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง เขาโดดเดี่ยวมานานในโลกของวิชาชีพที่เคร่งครัด จนกระทั่งเด็กดื้อคนนี้ก้าวเข้ามาป่วนหัวใจ เขาอาจจะดูเห็นแก่ตัวที่ดึงเธอมาอยู่ในความลับ แต่เขารู้ดีว่าเขากำลังสร้างรากฐานที่มั่นคงเพื่ออนาคตของเธอและเขา

ในขณะที่นีน่ามองไปยังแผ่นหลังกว้างของหมอภีมที่ยืนมองทะเลอยู่ เธอไม่ได้รู้สึกน้อยใจอีกต่อไปแล้ว เพราะการกระทำของเขาตลอดทั้งทริปนี้มันชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใด ๆ ว่าเธอคือ ‘คนของเขา’ และเธอก็พร้อมจะเดินเคียงข้างเขาไป ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะต้องปิดบังหรือเผชิญกับพายุใหญ่แค่ไหนก็ตาม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป