บทที่ 4 แม่หมายความว่าไง

“แม่!!! ไอ้บ้านี่มัน...”

“เข้าไปคุยข้างใน” เพียงไพลินไม่ทันได้พูดจนจบ พิมพ์พรรณก็รีบออกคำสั่ง แล้วเดินนำเขาไปในห้อง เธอไม่อยากให้ใครเห็นลูกสาวของตัวเอง กับลูกค้าในสภาพนี้ เพราะสภาพของทั้งสองคนดูก็รู้ว่าเพิ่งจะเกิดอะไรขึ้น

เพียงไพลินแม้จะอยากบอกกับแม่ก่อนว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อเห็นว่าแม่เดินนำไปแล้ว เธอก็รีบเดินตามเข้าไปติดๆ อชิระเองก็เหมือนกัน

“คุณอชินี่มันเรื่องอะไรกัน?” ทันทีที่เขาปิดประตู พิมพ์พรรณก็เอ่ยถามทันที

“ไอ้บ้านี่มันข่มขืนเพียง แม่ให้เพียงมาเสิร์ฟไวน์เมื่อคืน แต่...”

“พูดต่อสิ เจ๊พิมพ์จะได้รู้ว่าเธอเองก็ชอบที่เราทำแบบนั้น แล้วฉันก็ไม่ได้ขืนใจเธอด้วย” อชิระแทรกขึ้น

“คุณต้องรับผิดชอบด้วยการแต่งงานกับยายเพียง” พิมพ์พรรณเอ่ยขึ้น นี่เป็นทางออกที่เธอมองว่ายุติธรรมที่สุดแล้วสำหรับทุกฝ่าย

“เพียง? เด็กคนนี้…” อชิระเอ่ยถามพลางเลิกคิ้ว และมองไปยังเด็กสาวที่นอนกับเขาเมื่อคืนอีกครั้ง

“เพียงไพลิน ลูกสาวของฉันเอง”

“แม่คะ? นี่มันเรื่องอะไร? แม่รู้จักกับผู้ชายคนนี้ด้วยเหรอ?” เด็กสาวถามอย่างสับสน ทำไมทุกคนถึงได้ทำเหมือนว่าเรื่องนี้ไม่น่าตกใจอะไรเลย ทั้งที่มันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเธอมาก

“นี่คุณอชิ ลูกค้า VVIP ที่ร้านของแม่ เรื่องนั้นแกไม่ต้องสนใจหรอก”

“แม่…เพียงไม่ได้อยากแต่งงาน เมื่อคืนเพียงไม่ได้เต็มใจ เพียงจะแจ้งความ” เด็กสาวยังคงยืนยันความต้องการของตัวเอง เธอไม่ได้อยากจะแต่งงานกับผู้ชายที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับแม่ของตัวเองแบบเขา แถมเรื่องเมื่อคืนเธอก็ไม่ได้เต็มใจด้วย

“ว่ายังไงคุณอชิ ถ้าคุณไม่รับผิดชอบด้วยการแต่งงานกับยายเพียง ฉันก็จะแจ้งความแบบที่ลูกสาวฉันพูด” พิมพ์พรรณร้องขู่ แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่า การแจ้งความทำอะไรคนอย่างอชิระไม่ได้

“ตกลง ผมจะแต่งงานกับลูกของคุณ” เขามองไปที่เด็กสาวก่อนจะตอบ แน่นอนว่าอชิระไม่ได้กลัวว่าพวกเธอทั้งสองจะไปแจ้งความ ตามที่เธอขู่หรอก เพราะถึงทำจริงเขาก็เคลียร์ได้สบายๆ อยู่แล้ว

แต่ที่ตอบตกลงก็เพราะเขาดันติดใจสาวน้อยเมื่อคืนนี้เสียแล้วต่างหาก และเขาก็คิดว่าแค่แต่งงานไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร

“ฉันไม่แต่ง!!!” เพียงไพลินรีบปฏิเสธ

“ฉันจะนัดคุยรายละเอียดกับคุณอีกทีนะคะ”

“แม่ ฟังเพียงอยู่หรือเปล่า”

“เงียบไปเลยยายเพียง เดี๋ยวแม่จะคุยกับแกทีหลัง” พิมพ์พรรณหันไปพูดกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงเข้ม

“คุณพิมพ์จะเอายังไงก็โทรหาผมแล้วกัน แต่วันนี้ผมมีธุระต้องไปทำก่อน ขอตัวนะครับ” อชิระบอกกับพิมพ์พรรณ ก่อนจะหันไปยักคิ้วข้างหนึ่งให้กับว่าที่เจ้าสาวของตน และมันก็ยิ่งทำให้เธอโมโหมากเข้าไปอีก

เมื่อตกลงกันได้คร่าวๆ แล้วอชิระก็สวมเสื้อ แล้วเดินออกจากห้องไปตามที่คุยกันก่อนหน้านี้ เพียงไพลินได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างของเขา ด้วยสายตาไม่พอใจ

“ทำไมแม่ทำแบบนี้ เพียงบอกแล้วว่าเพียงไม่เต็มใจ เพียงไม่แต่งเด็ดขาด” พิมพ์พรรณเดินเข้าไปหาลูกสาวของเธอ ก่อนจะยกมือขึ้นแตะที่ไหล่ทั้งสองข้างของเด็กสาว

“แม่บอกแล้วไง ว่าผู้ชายคนนี้เป็นลูกค้าที่ร้านของแม่ แม่รู้จักเขาดี และเพียงเชื่อแม่เถอะ ว่านี่คือทางออกที่ดีที่สุดแล้ว” พิมพ์พรรณพูดด้วยเสียงที่สั่นเพราะความโกรธ เธอเองก็เจ็บปวดไม่น้อยกับเรื่องนี้ และเธอก็เชื่อคำพูดของลูกสาวว่าไม่ได้เต็มใจ แต่ในเมื่อทุกอย่างมันเกิดขึ้นมาแล้ว เธอก็ต้องหาทางออกที่ดีที่สุด และมันไม่ใช่การแจ้งความเอาผิดคนคนนี้แน่นอน

“แม่หมายความว่าไง”

“คุณอชิเป็นมาเฟีย เขามีอิทธิพลมาก การแจ้งความทำอะไรเขาไม่ได้หรอก”

“แม่ก็เลยให้เพียงแต่งงานกับเขาน่ะเหรอ?” เด็กสาวถามอย่างสิ้นหวัง เธอไม่คิดเลยว่าแม่จะเลือกทางออกนี้

“เพราะการแต่งงานกับเขามันได้ประโยชน์ มันดีกับตัวเพียงเอง แล้วก็ดีกับแม่ด้วย” เพียงไพลินอึ้งกับสิ่งที่ได้ยินพอสมควร เธอไม่ได้อยากคิดว่าแม่จะหาผลประโยชน์จากเธอ แต่สิ่งที่พิมพ์พรรณเพิ่งจะพูดออกมาเมื่อครู่ มันก็ชวนให้คิดแบบนั้นจริงๆ

“เพียงไม่เห็นว่ามันจะดีกับเพียงตรงไหน แต่ที่แม่บอกว่าดีกับแม่ ไม่ใช่ว่าแม่จงใจให้เขามานอนกับเพียงตั้งแต่แรกหรอกใช่ไหมคะ?”

เพี๊ยะ!!!

เสียงฝ่ามือตบเข้าที่แก้มนวลของเพียงไพลินดังสนั่น มันแรงพอที่จะทำให้เธอหน้าหันไปตามแรงตบของพิมพ์พรรณ

“ที่ฉันเสนอทางออกนี้ให้เพราะมันดีที่สุดแล้ว หรือถ้าแกไม่เชื่ออยากจะแจ้งความก็เชิญ แกจะได้รู้ว่าเสียตัวฟรีๆ มันเป็นยังไง” พูดจบคนเป็นแม่ก็เดินหนีออกมาทันที ปล่อยให้ลูกสาวยืนอึ้งอยู่คนเดียว ภายในห้องที่ว่างเปล่า หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งไปบนเตียง ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง

ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนบางส่วน ยังคงฉายชัดอยู่ในความทรงจำที่พร่าเบลอของเธอ แม้ว่าเมื่อคืนเธอจะเมามาก แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เธอก็พอจะจำได้อยู่บ้าง ถึงแม้ว่ามันไม่น่าจะจดเลยก็ตาม

เพียงไพลินนั่งทรุดตัวอยู่บนเตียง มือยกขึ้นกุมแก้มข้างที่ถูกตบอย่างแรง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลลงมาอย่างช้าๆ แต่ไม่มีเสียงสะอื้นใดๆ เธอรู้สึกชาไปหมด ทั้งจากความเจ็บปวดทางกายและความเจ็บปวดที่เกิดจากคำพูดของแม่

“แกจะได้รู้ว่าเสียตัวฟรีๆ มันเป็นยังไง”

คำพูดนั้นของพิมพ์พรรณวนเวียนอยู่ในหัว มันยิ่งตอกย้ำความรู้สึกว่าเธอถูกทอดทิ้ง ในช่วงเวลาที่ควรได้กำลังใจแม่ที่สุด ควรได้รับการปกป้องมากที่สุด แม่ของเธอกลับเลือกที่จะยกเธอให้กับเขาโดยที่เธอไม่เต็มใจ และแม่ก็รู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่ใช่คนดี

เธอปัดผ้าห่มที่ยับยู่ยี่บนเตียงออก ก่อนจะลุกขึ้นยืนด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง สายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าดูหม่นครึ้มทั้งที่แดดจ้า

เพียงไพลินเปิดประตูห้องพักออกไปอย่างเงียบๆ เธอพยายามตั้งสติ เพื่อที่จะลองพูดกับแม่ดูอีกสักครั้งเธอเห็นพิมพ์พรรณกำลังนั่งคุยโทรศัพท์อยู่ที่โซฟาในห้องรับแขกของห้องโถงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด น่าจะกำลังคุยเรื่องรายละเอียดการแต่งงาน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป