บทที่ 7 เรื่องบังเอิญแน่เหรอ?
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ บ้านหลังใหญ่ของพิมพ์พรรณกับลูกสาว ถึงจะใหญ่โตอย่างไรแต่ยังไม่อาจเรียกว่าหรูหรา พิมพ์พรรณจัดเตรียมห้องรับแขกสำหรับรับรอง อชิระอย่างตั้งใจ แม้จะกังวลอยู่มาก แต่ก็พยายามเก็บสีหน้าให้ดูผ่อนคลายที่สุด เธอกำชับให้แม่บ้านชงชาที่ดีที่สุดไว้รอ
ไม่นานนักเสียงรถยนต์หรูที่เคลื่อนเข้ามาจอดหน้าบ้าน พิมพ์พรรณที่กำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมทุกอย่างพลันชะงัก พิมพ์พรรณหันไปสั่งแม่บ้าน
“ไปเปิดประตูรับแขกให้เข้ามา แล้วไปเตรียมตัวรอ ฉันไม่อยากให้การนัดคุยวันนี้ต้องเสียเรื่อง” เพียงไม่กี่นาทีต่อมา อชิระในชุดสูทสีเข้มก็เดินเข้ามาในห้องรับแขกของบ้าน ออร่าความเยือกเย็นและอำนาจของเขาทำเอาบรรยากาศในห้องดูตึงเครียดขึ้นมาทันที
“สวัสดีครับคุณพิมพ์ หวังว่าผมคงมาไม่ช้าไปนะครับ” อชิระทักทายอย่างเป็นกันเอง พิมพ์พรรณก็ยิ้มรับ พลางผายมือเชิญ
“ไม่ช้าเลยค่ะคุณอชิ พิมพ์ก็กำลังเตรียมทุกอย่างเพื่อต้อนรับคุณอชิอยู่เลยค่ะ เชิญนั่งก่อนนะคะ” อชิระพยักหน้าพลางกวาดสายตามองหาว่าที่เจ้าสาวของเขา
“ลูกสาวคุณไม่อยู่เหรอ?”
“ยายเพียงไปเรียนค่ะ”
“ลูกคุณเรียนอยู่ชั้นไหนเนี่ย ไม่ใช่หาคุกพรากผู้เยาว์มาให้ผมหรอกนะ”
“ว้ายตายแล้ว ไม่ใช่ๆ ค่ะไม่ใช่ ยายเพียงเรียนอยู่ปี 2 แล้วอายุ 20 ปีบริบูรณ์ ไม่คุกแน่นอนค่ะ” พิมพ์พรรณรีบอธิบาย อชิระได้ยินแบบนั้นก็โล่งอก แต่ 20 ปีก็ถือว่าเด็กกว่าเขาอยู่มาก
“แต่ผม...แก่กว่าคุณพิมพ์อีกนะครับ ลูกสาวคุณจะโอเคเหรอ?” อชิระถามต่อ
“เรื่องนั้นพิมพ์คุยกับเพียงเขาไปบ้างแล้วค่ะ เขาตกลง เมื่อวานเพียงคงแค่ตกใจก็เลย...อาจจะพูดอะไรที่ไม่เหมาะไม่ควรออกมาบ้าง คุณอชิอย่าถือสาเลยนะคะ” ชายหนุ่มพยักหน้ารับ
การที่เพียงไพลินไม่อยู่ทำให้อชิระรู้สึกโล่งใจเล็กน้อย เพราะเขาต้องการคุยเรื่องนี้กับพิมพ์พรรณอย่างเป็นส่วนตัว และรวดเร็วที่สุดโดยไม่มีอารมณ์ของเด็กสาวเข้ามาเกี่ยวข้อง
“งั้นก็ดีครับ ผมเองก็ต้องการคุยกับคุณพิมพ์เป็นการส่วนตัว เพื่อให้จบเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด” พิมพ์พรรณรินชาให้เขา ก่อนจะนั่งลงเผชิญหน้า
“ค่ะ คุณอชิเองก็คงทราบแล้วว่าฉันต้องการอะไร นั่นคือการให้คุณรับผิดชอบลูกสาวของฉันด้วยการแต่งงาน”
“ผมตอบรับไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน และที่มาวันนี้ก็เพราะต้องการยืนยันคำตอบเดิม” พิมพ์พรรณรู้สึกโล่งอกที่ได้ยินแบบนั้น เธอกลัวว่าอชิระจะตอบส่งๆ อย่างที่เพียงไพลินพูด
“แต่คุณก็คงทราบดีว่าสำหรับคนอย่างผม คำว่า 'แต่งงาน' ไม่ใช่เรื่องที่ต้องรีบร้อนหรือรีบร้อนจนไร้เหตุผล คุณมีปัญหาอะไรที่ต้องให้ผมเข้าไปช่วยแก้ จนถึงกับต้องเอาลูกสาวตัวเองมาเป็นข้อต่อรองขนาดนี้” อชิระพูดอย่างตรงไปตรงมาและจ้องมองพิมพ์พรรณอย่างไม่เกรงใจ เขารู้ดีว่าเธอไม่ได้ต้องการแค่ให้เขารับผิดชอบ แต่ต้องการอำนาจและบารมีของเขา
“คุณอชิพูดเรื่องอะไรคะ?”
“ลูกสาวคุณไม่ได้ท้องไม่มีพ่อแล้วหาคนรับผิดชอบใช่ไหม?” คำถามนี้เปลี่ยนสีหน้าของพิมพ์พรรณทันที ถึงเธอจะต้องการพึ่งพาบารมีของเขา แต่มันก็ไม่ได้แปลว่าอชิระจะพูดจาหยามเกียรติลูกของเธอได้ง่ายๆ แบบนั้น
“คุณอชิ!!! ถ้าคุณไม่เต็มใจก็พูดมาเลยดีกว่า อย่ามาดูถูกลูกสาวของฉันแบบนี้”
“ผมแค่หยอกเล่นน่ะ ไม่คิดว่าคุณจะโมโหขนาดนั้น” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้ากวนประสาท
“เล่นแรงไปหน่อยนะคะ”
“ผมรู้ว่าลูกสาวของคุณยังบริสุทธิ์...หมายถึงก่อนหน้าที่จะมานอนกับผมเมื่อคืน” คำพูดจากอชิระเริ่มทำให้พิมพ์พรรณคิดหนัก เธอคิดถูกหรือคิดผิดกันแน่ ที่ส่งลูกสาวให้แต่งงานกับคนแบบนี้
“แค่อยากจะลองใจคุณพิมพ์เท่านั้นเอง ว่าจริงใจกับผมขนาดไหน” พิมพ์พรรณเริ่มใจเต้นแรง เธอกลัวว่าอชิระจะรู้ทันเกมของเธอ แล้วจะเปลี่ยนใจไม่ยอมแต่งงาน
“พิมพ์จะไม่จริงใจ...เรื่องอะไรละคะ?” พิมพ์พรรณแกล้งถามลองเชิง
“ผมเปิดทางให้ขนาดนี้แล้ว คุณพิมพ์ยังจะโยนหินกลับมาถามอีกหรือไง” อชิระเริ่มพูดด้วยเสียงที่เข้มขึ้น ทำให้พิมพ์พรรณเริ่มหวั่น
“อยู่ๆ ลูกสาวของคุณพิมพ์ก็มาเสิร์ฟไวน์ให้ผมด้วยตัวเอง แต่งตัวมาเหมือนกับเป็นเด็กดริ้ง มาเคาะห้องตอนที่พนักงานบอกว่าเด็กที่คุณส่งมากำลังจะมาที่ห้อง” อชิระพูดพลางหยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบ
“ถึงจะมีกลิ่นเหล้าติดตัวมาพอสมควร แต่จากที่ยอมผมง่ายๆ แบบนั้น คิดว่า...เขาคงจะมีอย่างอื่นผสมในเหล้าที่กินมาก่อนหน้านั้น เพื่อให้ยอมเสียตัวง่ายๆ ทั้งที่เป็นสาวบริสุทธิ์”
“คุณอชิกำลังจะบอกว่า ฉันตั้งใจส่งลูกสาวไปหาคุณอย่างนั้นเหรอคะ?”
“แล้วมันใช่ไหมละครับ?”
“เมื่อวานอยู่ๆ คุณก็ติดต่อมาจะจัดปาร์ตี้ พนักงานของฉันไม่พอ ก็เลยต้องดึงลูกมาช่วยงาน ส่วนเรื่องชุดฉันไม่ได้เป็นคนเอาให้เขาใส่ เพื่อนๆ นัดกันจะไปงานวันเกิดแต่งตัวธีมเดียวกัน จะขอดูกล้องวงจรปิดก็ได้นะคะ” อชิระยังคงฟังเงียบๆ และจ้องหน้าพิมพ์พรรณเพื่อรอฟังเรื่องสุดท้ายที่เขาสงสัย
“ถ้าคุณพิมพ์ยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจ ก็เป็นอันว่าไม่ได้ตั้งใจก็แล้วกัน ผมยินดีแต่งกับน้องเขาอยู่แล้ว แต่ก็อยากมั่นใจว่าเธอไม่ได้ถูกแม่บังคับ หรือหลอกให้แต่ง ผมไม่ชอบฝืนใจใคร”
“พิมพ์สาบานได้ว่าพิมพ์ไม่ได้จัดฉาก ส่วนเรื่องที่คุณสงสัยว่ามีอะไรอยู่ในเหล้า เรื่องนั้นพิมพ์ก็ไม่รู้จริงๆ”
“ดูเหมือนว่าคุณพิมพ์จะ...เตรียมคำแก้ตัวไว้หมดแล้วสินะครับ”
“แหมคุณอชิ อย่างกับว่าฉันจะสามารถจับคุณได้ง่ายๆ ถ้าฉันจัดฉากจริงๆ โอกาสที่ลูกฉัจะเสียตัวให้คุณฟรีๆ มันสูงมากเลยนะคะ ฉันจะใจยักษ์ใจมารทำเรื่องแบบนั้นกับลูกตัวเองลงได้ยังไง”
“หึ...คุณพิมพ์ อย่าว่าอย่างงั้นอย่างงี้เลยนะ แต่ดูหน้าลูกคุณก็รู้แล้วมั้ง ว่าถ้าผมเห็นยังไงผมก็ยอมแต่ง หรือจะปฏิเสธว่าไม่จริง?”
