บทที่ 8 ผมพอใจมาก

“ดูหน้าลูกคุณก็รู้แล้วมั้ง ว่าถ้าผมเห็นยังไงผมก็ยอมแต่ง หรือจะปฏิเสธว่าไม่จริง?” พิมพ์พรรณเงียบไปสักครู่ เธอประเมินสถานการณ์แล้วว่า ตัวเองไม่สามารถที่จะเถียงอชิระได้อีกต่อไปจึงต้องยอมจำนนในที่สุด

“ก็คงจะอย่างนั้นละมั้งคะ”

“เป็นอันว่ายอมรับ ว่าวางแผนทั้งหมด ไม่ทราบว่าลูกสาวรู้หรือเปล่า ว่าตัวเองเป็นหมากบนกระดานของแม่” คนถูกถามนิ่งไปครู่หนึ่ง เธอรู้สึกเจ็บกับคำถามนี้อยู่ไม่น้อย แต่ก็ฝืนยิ้มก่อนจะพูด

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกมั้งคะ ก็แค่อยากให้ลูกได้ลงเอยกับคนที่ดี” อชิระหัวเราะลั่น กับคำแก้ตัวส่งเดชของพิมพ์พรรณ

“คนดี? คนดีเลยเหรอครับ? ตลกนะเนี่ย”

“ถ้าคุณอชิรู้ว่าทำไมฉันถึงมั่นใจว่าคุณจะยอมแต่งงานกับลูกของฉัน คุณก็น่าจะพอจำได้ว่าเราเคยรู้จักกันดีแค่ไหน” กลายเป็นอชิระที่เป็นฝ่ายเงียบบ้าง

“เรื่องนั้นช่างเถอะค่ะ คุณอชิคงจะรู้แล้วว่าทำไมฉันถึงได้เรียกร้องให้คุณรับผิดชอบลูกสาวของฉันด้วยการแต่งงาน” อชิระพยักหน้ารับช้าๆ

“ฉันรู้ว่าคุณอชิคงจะให้คนของคุณเช็กมาแล้ว แต่เพื่อให้เข้าใจตรงกัน นี่คือข้อมูลของกลุ่มคนที่กำลังพยายามโค่นล้มธุรกิจของฉัน พวกเขาจ้องจะปิดคลับและเล่นงานฉันด้วยเรื่องผิดกฎหมายหลายอย่าง” อชิระรับซองเอกสารมาเปิดดูอย่างรวดเร็ว ข้อมูลที่ได้รับตรงกับที่เขาเช็กมาทั้งหมด เมื่อดูจนครบแล้ว เขาก็วางเอกสารลง

“ไม่เห็นจะต้องเล่นใหญ่ขนาดที่ต้องแต่งงานกันเลย บอกดีๆ ผมก็เต็มใจช่วยคุณ”

 “ถ้าไม่แต่งงานคุณก็จะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับฉัน ช่วยครั้งนี้ก็จบแค่ครั้งนี้ ตำรวจพวกนั้นคงจะวนกลับมาอีก ครั้งหน้าคุณจะช่วยฉันทำไม”

 “วางแผนมาอย่างดีแล้วจริงๆ แต่ถึงผมจะแต่งกับลูกคุณแล้ว มันก็ไม่ได้การันตีว่าผมจะอยู่กินกับลูกของคุณได้นาน ผมขี้เบื่อแค่ไหนคุณก็รู้”

“คุณพูดเองนี่คะ ว่าลูกของฉันมีบางอย่างที่ทำให้คุณรู้สึกพิเศษ จนยอมแต่งงานด้วย”

“ก็ไม่ได้พูดนี่ว่าจะไม่เบื่อ ถึงจะเหมือน ก็ไม่ใช่คนเดียวกันสักหน่อย” 

“เรื่องนั้นให้มันเป็นเรื่องของอนาคตก็แล้วกันนะคะ แล้วก็...หวังว่าเรื่องนี้จะไม่ถึงหูยายเพียงหรอกนะคะ”

“ผมจะมีโอกาสได้คุยกับลูกของคุณหรือเปล่าก็ไม่รู้ เรามาตกลงกันดิบดี ไม่ใช่ว่าคนที่ไม่แต่งจะกลายเป็นฝ่ายของคุณหรอกนะ” 

“บอกแล้วไงคะ ว่าฉันคุยกับลูกฉันเรียบร้อยแล้ว ไม่มีอะไรต้องห่วง”

“แต่ลูกคุณยังเรียนอยู่ไม่ใช่หรือไง จะให้ผมแต่งกับเด็กที่ยังเรียนไม่จบ คนจะมองยังไง”

“เรื่องนั้น...” พิมพ์พรรณลังเล เธอก็ลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปเลย ถึงแม้ว่าสมัยนี้แต่งงานแล้วก็ยังไปเรียนได้ แต่ลูกสาวของเธอจะยอมหรือ เธอเองก็ไม่ได้อยากให้ลูกต้องหยุดเรียนแค่เพราะว่าจำเป็นต้องแต่งงาน แถมยังเป็นการแต่งเพื่อผลประโยชน์ของเธออีกต่างหาก

“หมั้นไว้ก่อน แต่ผมต้องไปมาหาสู่ลูกของคุณได้ตลอด เรียนจบเมื่อไหร่ก็แต่ง แบบนี้ดีไหม?” อชิระเสนอทางออก พิมพ์พรรณมองคนพูดด้วยสายตาที่ไม่ค่อยพึงพอใจนัก เดิมทีที่เธออยากให้เขาแต่งกับลูกสาวของเธอ ก็เพราะอยากให้มีพันธะผูกพันกัน เพื่อที่ธุรกิจของเธอจะกระทบกับเขาถ้ามันเกิดอะไรขึ้นมา

“แต่ว่า...ถ้าห่วงกลัวจะเกี่ยวพันกันไม่พอ งั้นก็...จดทะเบียนกันแบบลับๆ ผมไม่ติดใจอะไรอยู่แล้ว” พิมพ์พรรณฟังแล้วคิดตาม ก่อนจะพยักหน้า

“ฉันจะลองคุยกับเพียงเขาดูนะคะ” พิมพ์พรรณเองก็ไม่มั่นใจว่าเพียงไพลินลูกสาวของเธอนั้นจะยอมหรือไม่

“งั้นก็ตกลงตามนี้ ขอข้อมูลที่จะติดต่อกับลูกของคุณด้วย จะหมั้นกันแล้วก็ให้ได้ทำความรู้จักกันหน่อยนะ” พิมพ์พรรณมองคนตรงหน้าด้วยสายตาจับผิด อชิระดูไม่เก็บอาการเสียบ้างเลยเวลาที่กล่าวถึงลูกสาวของเธอ

“ทำไมมองแบบนั้น ผมก็ต้องเก็บแรงไว้ทำงานนะ ไม่ใช่จะพาลูกคุณทำเรื่องแบบนั้นได้บ่อยๆ หรอกน่า อีกอย่างเจ้าตัวเขาก็ไม่ได้เต็มใจสักหน่อย”

“ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลย คุณอชิ...ร้อนตัวเกินไปหน่อยหรือเปล่าคะ”

“งั้นเหรอ ช่างเถอะแล้วลูกคุณเรียนที่ไหน”

“มหาลัย F ค่ะ คณะบริหารธุรกิจ”

“ขอพิกัดมหาลัยด้วยก็แล้วกัน”

“คุณจะเอาพิกัดไปทำไม?”

“ผมรู้ว่าต้องรับมือกับลูกของคุณยังไง ถ้าแต่งกันโดยไม่รู้จักกันเลย คงไม่ราบรื่นแน่ เอาเป็นว่าผมจะทำความรู้จักกับลูกของคุณไปด้วย ระหว่างที่รอเขาเรียนจบ แบบนี้ดีไหม?” พิมพ์พรรณคิดตามคำพูดของอชิระอย่างรอบครอบ เธอเข้าใจว่าเขากำลังจะจีบลูกสาวของเธอ แต่ในเมื่อทั้งสองคนจะแต่งงานกัน ก็คงไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร

“ค่ะ แต่ฉันก็ไม่รับประกันหรอกนะคะ ว่าวิธีของคุณจะปราบพยศยายเพียงได้”

“เรื่องนั้นผมไม่สนใจหรอก แต่ก็ขอเตือนไว้เลยนะ ถ้าทำให้ผมเบื่อ ผมก็ไม่ทน คุณน่าจะรู้จักผมดีอยู่แล้วนี่ ใช่ไหม?” พิมพ์พรรณพยักหน้ารับ เรื่องนี้เธอก็กำลังหาทางจัดการอยู่เหมือนกัน เพราะถึงเพียงไพลินจะยอมรับปากว่าจะแต่งงากับอชิระตามที่เธอต้องการ ก็ไม่ได้แปลว่าเธอจะทำหน้าที่นั้นให้ดี และถ้าทุกอย่างมันไม่ราบรื่นขึ้นมา ความตั้งใจครั้งนี้กจะไร้ประโยชน์

“ยังไงฉันก็จะพยายามคุยกับลูกฉันนะคะ ว่าต้องวางตัวยังไง”

“ไม่ต้องพยายามเอาใจกันขนาดนั้นหรอกน่า ถึงผมเบื่อลูกคุณแล้ว ร้านคุณก็มีประโยชน์กับผมอยู่นะ ยังไงก็ไม่ยอมให้ใครมาปิดง่ายๆ อยู่แล้ว อันที่จริงไม่จำเป็นต้องเอาลูกสาวคุณมาต่อรองเลยนะ”

“ฉันบอกแล้วไงคะ...”

“แต่มาแบบนี้ก็ดีแล้วล่ะ เพราะผมพอใจมาก” ไม่ทันที่พิมพ์พรรณ์จะได้พูดอะไร อชิระก็แทรกขึ้นก่อน จากนั้นเขาก็บอกลาเธอแล้วออกจากบ้านเธอไปทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป