บทที่ 3 นางร้าย : 3
:: รั่วอิงเหยาคนใหม่ ::
ตำหนักอี้คุน
อิงอิงถูกองครักษ์ตู้ชิงหลางนำตัวมาเข้าเฝ้าองค์ชายใหญ่หลัวอี้เฟิง
ครั้งที่นางเห็นตู้ชิงหลางเข้าไปหาที่คุกหลวงถึงกับปากคอสั่นด้วยกลัวว่าจะถูกดำเนินไปตามเนื้อเรื่องในนิยายที่ตัวเองแต่ง แต่โชคดีนายทหารผู้นั้นทำตามคำสั่งเธอสำเร็จ หลังจากนำความของรั่วอิงเหยาไปแจ้งแก่ 'ราชครูรั่วหนานเฉิน' เขาจึงเร่งเข้าเฝ้าองค์ชายใหญ่เพื่อทูลขอให้นำตัวบุตรีใหญ่ของตนออกจากคุกเพื่อมาช่วยบุตรีรองอย่างรั่วเชียนชิง
ครานั้นอิงอิงเริ่มรู้สึกผิดที่แต่งให้รั่วอิงเหยาเป็นที่ชังของบิดาอย่างราชครู ก่อนออกมาจากคุกจึงได้สาบานกับตนเองไว้ว่า นางจะกลายเป็นรั่วอิงเหยาคนใหม่เพื่อเอาตัวรอดจากนิยายของตนเองและกลับสู่โลกที่เธออยู่
“ถวายบังคมองค์ชายใหญ่”
รั่วอิงเหยาย่อคำนับองค์ชายใหญ่หลัวอี้เฟิงอย่างมารยาทงาม บนใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเรื่องราวใหม่ที่เพิ่งแต่งขึ้นในหัว
“ราชครูแจ้งว่าเจ้ามียาถอนพิษ”
องค์ชายใหญ่หลัวอี้เฟิงไม่รีรอ เขารีบนำคำที่ว่าที่พ่อตาทูลถวายถามความจริงจากรั่วอิงเหยาทันที
“กราบทูลองค์ชายใหญ่ หม่อมฉันไม่มียาถอนพิษเพคะ”
“บังอาจ! เจ้ากล้ากราบทูลความเท็จต่อข้าเชียวรึ”
องค์ชายใหญ่หลัวอี้เฟิงบันดาลโทสะทันทีที่ได้ยินรั่วอิงเหยาบอกความจริงว่าไม่มียาถอนพิษ
ราชครูรั่วหนานเฉินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถึงกับตกใจมองบุตรีคนโตที่เกิดจากฮูหยินเอกด้วยแววตาดุกร้าว
“อิงเหยา เจ้ากล้าให้ทหารมาแจ้งความเท็จกับข้าเพื่อหลอกลวงเบื้องสูงหรือ!”
“ท่านพ่อโปรดใจเย็น องค์ชายใหญ่โปรดระงับโทสะ”
รั่วอิงเหยารีบบอกทั้งสองให้สงบสติอารมณ์ จากนั้นนางจึงก้าวไปด้านหน้าสองก้าวก่อนเอ่ย
“น้องหญิงรั่วมิได้ถูกพิษอันใดเพคะ”
“เจ้าเล่นตลกอะไร ชิงเอ๋อร์สลบไปสองชั่วยามยังไม่ฟื้น หมอหลวงตรวจอาการแล้วต่างบอกว่านางถูกพิษที่เจ้าใส่ไว้ในอาหาร”
องค์ชายใหญ่หลัวอี้เฟิงอธิบายรายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยสุ้มเสียงเจ็บปวดและเคียดแค้นสตรีตรงหน้า
“เรื่องนี้หม่อมฉันอธิบายได้ หากแต่องค์ชายอนุญาตให้หม่อมฉันเข้าเฝ้าส่วนพระองค์”
รั่วอิงเหยาใข้สายตาท้าทายสบมองพระเนตรขององค์ชายใหญ่อย่างไม่เกรงกลัว
“บังอาจ! คุณหนูใหญ่กล้าหมิ่นเบื้องสูงสมควรเพิ่มโทษ”
องครักษ์ตู้ชิงหลางรีบออกหน้าแทนองค์ชายตน
“องครักษ์ตู้โปรดใจเย็น เรื่องนี้อิงเหยาต้องกราบทูลองค์ชายใหญ่เป็นการส่วนพระองค์จริง ๆ”
อิงอิงในร่างรั่วอิงเหยาเริ่มใจคอไม่ดีที่หลัวอี้เฟิงนิ่งมากจนนางเดาตัวละครตัวเองไม่ออก
“ให้นางเข้ามา”
สิ้นคำสั่งนั้น องค์ชายใหญ่หลัวอี้เฟิงก็สะบัดแขนเสื้อทั้งสองข้างแล้วไพร่หลังไว้เดินเข้าไปในห้องส่วนพระองค์พร้อมกับรั่วอิงเหยาที่เดินตามเข้าไปช้า ๆ
พรึ่บ!
รั่วอิงเหยานั่งลงบนพื้นโดยมีหลัวอี้เฟิงนั่งสูงกว่าหนึ่งระดับ
“เจ้ารีบบอกวิธีถอนพิษให้ชิงเอ๋อร์ ก่อนที่ข้าจะหมดความอดทน”
ทันทีที่ได้ยินคนที่แอบรักเอ่ยอย่างไร้เยื้อใย รั่วอิงเหยาถึงกับเจ็บแค้นในอก
“องค์ชายใหญ่ทรงเย็นชากับเหยาเอ๋อร์เกินควรกระมังเพคะ
หลัวอี้เฟิงได้ยินคำถากถางของสตรีตรงหน้าถึงกับขบฟันแน่น
“หากไม่มีเหยาเอ๋อร์คอยเป็นสะพานรักให้องค์ชายใหญ่กับน้องหญิงเกรงว่าคงไม่มีพระราชทานสมรสระหว่างทั้งสองคนเกิดขึ้น”
“เจ้าต้องการทวงบุญคุณ?”
“อิงเหยาหรือจะกล้าเพคะ”
รั่วอิงเหยารีบเปลี่ยนสรรพนามของตนเองเมื่อเห็นท่าทีเกรี้ยวกราดของหลัวอี้เฟิง
“เช่นนั้นก็เลิกเล่นลิ้นรีบบอกวิธีช่วยชิงเอ๋อร์มา”
คำก็ห่วงชิงเอ๋อร์ สองคำก็มีแต่เยื่อใยให้รั่วเชียนชิง เหตุใดพระองค์ถึงได้ทำร้ายจิตใจของสตรีที่หลงรักพระองค์เช่นนี้
หากรู้ว่าจะข้ามมิติมาอยู่ในนิยายที่ตนเองแต่งนางคงไม่ปูเรื่องมาให้รั่วอิงเหยาไร้คนรักและจริงใจเช่นนี้
