บทที่ 8 นางร้าย : 8

“จำไว้นะเหยาเอ๋อร์ ช่วยเชียนเชียนก็สำคัญ แต่ชีวิตลูกสำคัญกว่า”

สอนสั่งบุตรสาวไป น้ำตาที่เกือบจะแห้งก็ไหลออกมาอาบแก้มอีกระรอก

“ลูกจดจำไว้แล้ว”

รั่วอิงเหยาสวมกอดมารดาอีกครั้งเพื่อกล่าวลา

“ลูกไปก่อนนะเจ้าคะ ทิงโย ดูแลท่านแม่ให้ดี ๆ”

“เจ้าค่ะคุณหนู”

เมื่อบอกลาเสร็จแล้ว รั่วอิงเหยาก็เดินออกมาจากศาลาสระบัวพร้อมหยียนตู้อย่างไม่หวนกลับไปมองมารดาสักเสี้ยวเดียว

“บรรพบุรุษคุ้มครองเหยาเอ๋อร์ด้วย”

นี่คือเสียงสุดท้ายที่รั่วอิงเหยาได้ยินตามหลังมาก่อนจะขึ้นหลังม้าพร้อมองครักษ์เหยียน

.

.

: ตลาดมืดหนานเหอ ::

กลางดึกสงัดความมืดมิดแผ่ปกคลุมทั่วท้องฟ้า มีเพียงแสงจันทร์เลือนรางทอประกาย สายลมเย็นเยียบดุจหยาดน้ำแข็งกระทบร่างกายของหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีที่กำลังควบอาชาเร็วย่ำผ่านเส้นทางขรุขระนอกเมือง มุ่งสู่เขตเมืองเบื้องหน้าให้ทันยามรุ่งสาง

ผ้าคลุมหน้าสีขาวปลิวสะบัดตามแรงลม โอบคลุมสองร่างบนหลังอาชาพันธุ์ดี

“หยุด!”

เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมดึงบังเหียนเพื่อให้อาชาแสนองอาจหยุดอยู่กับที่

“คุณหนูขอรับ เลยป่านี้ไปก็จะถึงโรงพักม้าจุดสุดท้ายแล้ว เราต้องไปเปลี่ยนม้าที่นั่นขอรับ”

เหยียนตู้รายงานรั่วอิงเหยาที่นั่งซ้อนท้ายบนม้าตัวเดียวกัน

“ได้” รั่วอิงเหยาตอบสั้น ๆ

จากนั้นเสียงกีบม้ากระทบกับพื้นดินเพื่อทยานสู่โรงพักม้าเบื้องหน้าอีกครั้ง

โรงพักม้าจิ้นเหอ

ทั้งสองควบม้าไม่ถึงก้านธูปก็ถึงโรงพักม้าจิ้นเหอที่อยู่สุดเขตแดนของแคว้นฉีหลัว

“องครักษ์เหยียน แห่งจวนราชครู”

ทันทีที่มาถึงโรงพักม้าของทางการ เหยียนตู้ก็ส่งป้ายประจำตัวให้ทหารที่เฝ้าอยู่ดูพร้อมจดหมายผ่านทางขององค์ชายใหญ่

“ท่านทั้งสองจะพักค้างคืนก่อนหรือเปลี่ยนม้าขอรับ”

ทันทีที่เห็นจดหมายขององค์ชายใหญ่ นายทหารชั้นผู้น้อยก็รีบค้อมเคารพพร้อมถามไถ่เหยียนตู้พลางเหลือบมองไปยังสตรีที่สวมหมวกคลุมหน้ายืนอยู่ด้านหลังเขา

“พวกเราจะพักจิบชาสักหน่อย ช่วยเตรียมม้าเร็วที่แข็งแรงที่สุดให้ด้วย”

“ขอรับ”

เหยียนตู้เดินนำรั่วอิงเหยาเข้ามาในเรือนของโรงพักม้า หาห้องว่างให้นายเขานั่งพักผ่อนสักครู่เพื่อเตรียมเดินทางต่อ

“อากาศที่นี่ดีจัง”

รั่วอิงเหยาถอดหมวกคุมศีรษะออกพลางเดินไปแง้มหน้าต่างมองเขาเขียวขจีที่อยู่ไม่ไกล พลางสูดกลิ่นอายธรรมชาติที่โลกเก่าของนางหาได้เพียงจากแหล่งท่องเที่ยว

“คุณหนูขอรับ ข้านำอาหารมาให้”

เสียงเคาะประตูดังขึ้นไม่กี่ที เหยียนตู้ก็ผลักประตูเข้ามาพร้อมอาหารไม่กี่อย่าง

“ทานด้วยกันสิ”

เห็นองครักษ์เหยียนวางอาหารเสร็จหันหลังจะเดินออกไปจึงรั้งไว้

“ข้าน้อยจะออกไปกินที่ครัวด้านหลัง”

“ไม่ต้องเกรงใจ มานั่งนี่”

“แต่ว่า…”

“ไม่ต้องแต่อะไรทั้งนั้น นี่คือคำสั่ง!”

เห็นรั่วอิงเหยาเสียงแข็งสั่งมีหรือเหยียนตู้จะกล้าขัดนาง รีบนั่งลงเก้าอี้ตรงข้ามรั่วอิงเหยาทันที

“ข้ากินหมั่นโถกับนี่… ส่วนที่เหลือให้เจ้า”

มือแน่งน้อยหยิบหมั่นโถกับผลไม้ไปหนึ่งลูก พร้อมกับเลื่อนจานอาหารอีกสองอย่างที่เหยียนตู้นำมาไปให้เขา

“คุณหนูทานแค่นั้นจะอิ่มหรือขอรับ”

“ไม่ต้องเกรงใจ รีบกินรีบเดินทางต่อเถอะ”

พวกนางเดินทางมาสามชั่วยามแล้ว แสงสว่างรำไรจากขอบฟ้าของพระอาทิตย์เริ่มส่องให้เห็นบ่งบอกเวลาเช้าตรู่ ถ้าขืนยังนั่งเอ้อระเหยลอยชายพักตามสบายมีหวังถึงที่หมายพลบค่ำเป็นแน่

“ขอรับ”

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เหยียนตู้รับคำสั่ง รีบกินอาหารตรงหน้า ส่วนรั่วอิงเหยาก็ได้แต่แอบมองตัวละครที่นางสร้างขึ้นมีชีวิตจริง ๆ เหมือนฝันอยู่

ฝันหรือ…

ถ้าเป็นแค่ฝันก็คงดี นางจะได้กลับไปนั่งจิบกาแฟ เล่นเกมระบายสี พูดคุยเถียงเล่นกับเพื่อนรักอย่างฉิงฉิง

ตลาดมืดหนานเหอ

ในที่สุดการดินทางเป็นเวลาเกือบหนึ่งวันก็สิ้นสุดลงเมื่อช่องแคบด้านหน้าพวกเขาคือทางเข้าตลาดมืดเขตแดนระหว่างเหมืองหนานโจวและเหอโจว

“เจ้ารู้วิธีเปิดประตูตลาดมืดหรือไม่”

รั่วอิงเหยาถามขึ้นเพื่อทดสอบดูว่านิยายของนางเนื้อเรื่องเปลี่ยนไปหรือไม่

“รู้ขอรับ”

รั่วอิงเหยาพยักหน้าขึ้นลงเบา ๆ ภายใต้หมวกคลุมศีรษะสีขาวสะอาด

โชคดีที่เนื้อเรื่องในนิยายนางไม่เปลี่ยนไป เหยียนตู้รู้วิธีเข้าไปในตลาดมืดเพราะเดิมทีหลังจากรั่วอิงเหยาในนิยายถูกลอบสังหาร องครักษ์เหยียนเป็นคนอาสามานำยาชุบชีวิตที่ตลาดมืดเพื่อไถ่โทษให้คุณหนูของเขาที่ตายไปแล้วเพื่อให้มีชื่อสลักในสานบรรพชน

เหยียนตู้หยิบเอาปี่เล็กที่เหน็บอยู่เอวออกมาพร้อมกับเป่าส่งสัญญาณ ไม่นานช่องแคบของสองเขตแดนก็มีกลุ่มควันหมอกลอยออกมาคลุมบริเวณพื้นที่ที่พวกเขายืนอยู่ จากนั้นตรงน้าจึงปรากฎเป็นประตูทางเข้าสู่ตลาดมืดหนานเหอ

ที่ที่มีทั้งคนดีคนเลวอยู่ปะปนโดบที่กฎหมายบ้านเมืองเข้าไม่ถึง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป