บทที่ 9 นางร้าย : 9

“เดี๋ยวก่อน”

รั่วอิงเหยารั้งเหยียนตู้เอาไว้ก่อนที่เขาจะก้าวเข้าไปยังประตูที่ปิดอยู่

“คุณหนูกลัวหรือขอรับ”

เหยียนตู้มองผ่านผ้าสีขาวของหมวกคลุมราวกับเห็นทะลุสีหน้าคนด้านใน

“ข้าไม่ได้กลัว ข้ามีเรื่องตกลงกับเจ้า”

เหยียนตู้ขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างใคร่สงสัย

“คุณหนูมีเรื่องอะไรหรือขอรับ”

“เรื่องนี้นี่แหละ”

รั่วอิงเหยายิ่งพูด เหยียนตู้ยิ่งทำหน้างุนงง

“ต่อไปเจ้าเรียกข้าว่าอิงเหยา เข้าใจหรือไม่”

“แต่ว่าคุณหนู…”

“ทำเหมือนตอนที่เราอยู่เพียงลำพัง ไม่ต้องสนใจกฎมารยาท”

ใช่ว่าเหยียนตู้ไม่เคยเรียกนางเช่นนี้เสียเมื่อไร

“อีกเรื่อง หากเราพลัดหลงกันขึ้นมา ให้ไปเจอกันที่ร้านยาที่มียาชุบชีวิตขาย”

รั่วอิงเหยาคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า แต่นางก็ไม่กล้าบอกชื่อร้านยาไปตรง ๆ เพราะกลัวเหยียนตู้จะสงสัยเอา

“ขอรับ” เหยียนตู้รับคำอย่างว่าง่าย

“ดีมาก เข้าไปหายามาช่วยน้องหญิงกัน”

รั่วอิงเหยาไม่รอเหยียนตู้รับคำ นางเดินนำบุรุษเช้าไปยังตลาดมืดราวกับไม่เกรงกลัวสถานที่อันตรายเช่นนี้

แท้จริงแล้วที่เรียกตลาดมืดเพราะสถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นใต้ดิน มีบันไดดินลงมาซับซ้อนหากแต่มีสัญลักษณ์บอกทางตลอดจึงไม่หลง

รั่วอิงเหยายืนมองรอบตลาดมืด ในนิยายที่นางเขียนเอาไว้แท้จริงแล้วเป็นสถานที่อับชื้น ร้านค้าเถื่อนมากมาย ผู้คนมากหน้าหลายตา หลากหลายชนเผ่าต่างเดินกันขวักไขว่ บ้างก็มองรั่วอิงเหยาที่ปรากฎกายอยู่ตรงนี้ด้วยความอยากรู้อยากเห็นใบหน้าภายใต้หมวกคลุมของนาง บ้างก็มองหาถุงเงินเพื่อขโมย

“ทางไหนนะ”

รั่วอิงเหยาพยายามนึกถึงรายละเอียดที่เขียนไว้ในนิยายถึงร้านค้าที่ต้องไป หากแต่นึกออกก็ไร้ประโยชน์เมื่อกวาดมองรอบตัวแล้วถึงกับมึนแปดทิศ ไม่รู้ไหนทิศเหนือทิศใต้เพราะไม่มีท้องฟ้าแลหมู่ดาวบอกทิศทาง

“แม่นางผู้นี้กำลังหลงทางอยู่หรือไม่”

พ่อค้าผู้หนึ่งแต่งตัวเหมือนชาวเปอร์เซียเดินเข้าาถามไถ่

เหยียนตู้มองเห็นนายหญิงถูกคนแปลกหน้าเข้ามาใกล้จึงรีบเดินคั่นกลาง

“ไม่เป็นไรพี่ใหญ่”

รั่วอิงเหยาสะกิดเหยียนตู้ให้ถอยหลบ ส่วนตนเองยืนประจันหน้ากับพ่อค้าอย่างไร้เกรงกลัว

“ข้ากับพี่ใหญ่เพิ่งมาตลาดมืดหนานเหอครั้งแรกเลยเดาทิศทางไม่ถูก”

พ่อค้าคนเดิมได้ยินถึงกับยิ้มดีใจเงียบ ๆ

“แม่ทางกับคุณชายสับสนเรื่องทิศทางที่ตลาดมืดย่อมเป็นเรื่องปกติ”

กล่าวจบพ่อค้าคนเดิมจึงก้มลงไปหยิบบางอย่างจากแคร่เล็ก ๆ ด้านหลังออกมายื่นให้รั่วอิงเหยาดู

“นี่คือเข็มทิศบอกทางสำหรับที่นี่

เหยียนตู้รีบยื่นมือไปหยิบของสิ่งนั้นจากมือสกปรกของพ่อค้า

“สิ่งนี้ใช้ได้” เหยีนนตู้กระซิบบอกหลังจากทดสอบใช้งานดูแล้ว

“อืม”

รั่วอิงเหยาส่งต่อหน้าที่จ่ายเงินให้เหยียนตู้ ส่วนตนเองมองรอบ ๆ ตัวอีกครั้งเพราะอยากใช้ความสามารถตนเองหาร้านยาที่ว่าให้เจอโดยไว

“หยุดนะ! เจ้าหัวขโมย!”

เสียงตะโกนดังขึ้นไม่ไกลจากตรงที่รั่วอิงเหยายืนอยู่ เสียงเกือกม้าดัง กับ กับ ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ

ผู้คนระแวกนั้นต่างพากันหลบอาชาสีดำทมึนตัวนั้นอย่างชุลมุน

“กรี๊ด!”

อาชาตัวนั้นวิ่งตรงมาทางรั่วอิงเหยา นางยังไม่ทันได้หลบกลับถูกผู้คนที่แตกตื่นขนเข้าจนหล่นลงไปด้านล่าง

“อาเหยา!”

เหยียนตู้เห็นคุณหนูนางตกลงไปแต่ไม่อาจช่วยทันเพราะม้าตัวนั้นสร้างความโกลาหนอยู่ตรงหนเขาพอดี

“กรี๊ด!”

ตู้ม!

รั่วอิงเหยาตกลงมายังธารน้ำใต้ดิน นางว่ายน้ำไม่เป็นได้แต่ตะเกียกตะกายเพื่อหวังให้ไม่จมน้ำ

หากแต่ธารน้ำสายนี้กลับเย็นยะเยือกเกาะกินร่างกายของนางราวถูกแช่แข็ง

“ชะ…ช่วย อึก ด้ว…ย”

แรงตะโกนขอความช่วยเหลือขาด ๆ หาย ๆ เพราะนางกำลังจะจมน้ำ

ตู้ม’

รั่วอิงเหยาเริ่มถอดใจ วูบหนึ่งนางคิดถึงบ้าน คิดถึงฉิงฉิง คิดโทษฟ้าโทษสวรรค์ที่ให้นางมาจบชีวิตในนิยายตัวเอง เสียงเหมือนของหนักหล่นลงน้ำใกล้ ๆ นางกลับดังขึ้น

ดวงตาเป็นปนะกายที่กำลังมืดดับมองเห็นลาง ๆ ของเงาตะคุ่มที่กำลังว่ายมาทางตนเอง

‘จระเข้เหรอ นี่ฉันจะถูกไอ้เข้ลากไปกินแล้วสินะ’

ร่างที่หมดสติค่อย ๆ จมลงไปในน้ำ หากแต่ถูกมือหนาคว้ารวบเอวพาว่ายขึ้นฝั่งได้สำเร็จ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป