บทที่ 15 ให้เป็นเรื่องของวันข้างหน้า
“หืม...ข้ายอมรับพวกเขาคือลูกของข้า ข้าบอกท่านตั้งแต่เมื่อใดว่าจะยอมรับท่านเป็นสามี” นางเลิกคิ้วถามเขา
“อาม่าน” เขาเอื้อมมือมาจับมือของม่านม่านเอาไว้ นางจะสะบัดออก เขารีบใช้อีกมือยึดเอาไว้ให้มั่น “ข้าเองก็ไม่เคยต้องการให้เรื่องราวเป็นเช่นนี้ แต่ตอนนี้พวกเรามีเจี้ยนเออร์ อวี่เออร์แล้ว เจ้าลืมเกาตงหยวนเสียทีได้หรือไม่ แล้วใช้ชีวิตกับข้าและลูกให้ดี” เขามองนางอย่างขอร้อง
กงเพ่ยจิ้น เอ่ยพูดเช่นนี้กับมู่ลี่ม่านอยู่หลายหน ก่อนที่เขาและนางจะเหินห่างหลังจากที่นางไม่ไยดีบุตรทั้งสอง เขาถึงได้ล้มเลิกความคิดไป แต่ตอนนี้นางยอมรับเด็กทั้งสองแล้ว จึงลองขอร้องนางอีกหน
ม่านม่านเห็นว่าเรื่องราวมันชักจะไปกันใหญ่แล้วจึงนั่งลงพูดกับเขาดีๆ “เพ่ยจิ้น ข้าคิดว่ามีสิ่งหนึ่งที่ท่านควรรู้ ข้าไม่ใช่มู่ลี่ม่าน และข้าไม่รู้ว่ามาอยู่ในร่างของนางได้อย่างไร ข้ามีนามว่า ม่านม่าน ใช้ชีวิตอยู่ในโลกอีกพันปีข้างหน้าที่ยังมาไม่ถึง ข้าคิดว่าที่ข้ามาอยู่ในร่างของนาง ก็คงเป็นเพราะนางต้องการใช้ให้ข้ามาแก้แค้น ทวงความเป็นธรรมให้กับนาง หากข้าทำสำเร็จ ข้าอาจจะได้กลับคืนโลกของข้า และนางอาจจะได้กลับมาอยู่ข้างท่านกับลูก คำพูดเมื่อครู่ ท่านเก็บไว้พูดกับนางเถิด” นางลุกขึ้นเดินออกไปด้านนอก โดยไม่สนว่ากงเพ่ยจิ้นจะตกตะลึงมากเพียงใด
กงเพ่ยจิ้นได้แต่ลืมตามองเพดานห้อง ใคร่ครวญคำพูดของม่านม่านเมื่อครู่ แม้แต่ตอนที่อาหยุนเข้ามาภายในห้อง เขาก็ยังไม่อาจเรียกสติกลับมาได้
ม่านม่านคุยกับอาหยุนเรื่องที่เขายอมทำงานให้นางแล้ว แต่ตอนนี้นางยังไม่ถึงเวลาที่จะใช้เขา จึงให้เขาช่วยดูแลกงเพ่ยจิ้นและเด็กแฝดทั้งสองไปก่อนยามที่นางต้องออกไปด้านนอก
วันต่อมา เมื่อม่านม่านนางจัดการเรื่องภายในเรือนเสร็จแล้ว ก็เข้าไปหากงเพ่ยจิ้นเพื่อขอชื่อร้านที่นางให้เขาคิดให้
เหมยจวงผิง (ร้านเครื่องประทินโฉม) ซินเซียง (ร้านเครื่องหอม) หนงยี่ (ร้านใบชา) ฉุนโฮ่ว (เหลาอาหาร) ม่านม่านเก็บกระดาษเข้าในแขนเสื้ออย่างพอใจ
“ขอบคุณท่านมาก” นางหมุนตัวเพื่อจะออกไปจากห้อง
“ม่านม่าน หากเจ้าไม่อาจกลับไปได้เล่า” เขาคิดเรื่องนี้มาทั้งคืนแล้ว ต่อให้นางไม่ใช่มู่ลี่ม่าน แต่ในเมื่อนางรักบุตรชายทั้งสองคนของเขาจากใจจริง เขาก็อยากจะรู้หากนางไม่ได้กลับไป นางจะกลายมาเป็นครอบครัวของเขาหรือไม่
“ให้เป็นเรื่องของวันข้างหน้า ทุกสิ่งล้วนไม่มีอะไรแน่นอน” นางเอ่ยโดยไม่ได้หันกลับมามองเขาแล้วเดินออกทันที
ม่านม่านเร่งควบม้ามาที่จวนที่ซื้อเอาไว้ก่อน เมื่อมาถึงคนทั้งหมดก็มารวมตัวกันรอนางอยู่ก่อนแล้ว ยังมีสาวใช้มาใหม่ทั้งสาม ที่นางไม่เคยเห็นหน้าเข้ามาแนะนำตัวกับนาง
เสี่ยวเฉา เสี่ยวชิง เสี่ยวหลัน เป็นชื่อที่ลุงเฉิงตั้งให้พวกนางทั้งสาม แต่ละคนล้วนได้รับคำเตือนมาจากทาสที่ซื้อมาก่อนหน้านี้แล้ว ต่างก็นอบน้อมต่อม่านม่านอย่างยิ่ง
“พวกเจ้ามีงานใดก็ไปทำเถิด พวกเจ้าทั้งสี่ตามข้ามา หาร้านค้าเอาไว้แล้วใช่หรือไม่”
อาเว่ยเดินเข้ามาตรงหน้าของม่านม่านแล้วรายงานเรื่องร้านค้าทั้งสี่ “นายหญิงร้านค้าที่ท่านให้หา มีทั้งหมดหกแห่ง พวกข้าเลือกเอาไว้ รอให้ท่านเลือกเองอีกครั้งขอรับ”
“อืม...เช่นนั้นก็ไปเถิด” นางออกไปด้านนอกกับหลงจู๊ทั้งสี่และยังมีอาอี อาซานที่ติดตามนางไปด้วย
ที่ตั้งของร้านทั้งห้าแห่งต่างก็อยู่ในจุดที่ผู้คนพลุกพล่านทั้งสิ้น เมื่อสอบถามราคาแล้ว ร้านทั้งห้า ม่านม่านนางต้องจ่ายถึงหนึ่งพันห้าร้อยตำลึงทอง ในเมื่อคิดถึงเงินที่จะเข้ามา เงินเพียงเท่านี้นางย่อมจ่ายออกไปได้
“นี่ชื่อร้านทั้งสี่ อีกร้านที่ซื้อเอาไว้ยังไม่ต้องทำสิ่งใด ข้ายังไม่รู้จะขายอันใด” ม่านม่านพาคนทั้งหมดกลับมาที่จวน นางให้ลุงเฉิงและอาเฉียวออกไปจัดการเรื่องซื้อร้านค้าทั้งห้าร้าน
คนที่เหลือนางแบ่งหน้าที่ให้พวกเขาไปจัดการเรื่องปรับปรุงร้านค้า และซื้อขวดเคลือบ กระปุกเคลือบที่นางต้องใช้ใส่สินค้าของนางกลับมา
“อาโหยว่ อาอี เจ้าไปหาซื้อพ่อครัว แม่ครัว เสี่ยวเอ้อมา เจ้ารู้ว่าต้องเลือกคนเช่นใด และเจ้าต้องคุมคนพวกนี้ให้ได้ ป้าฝู ข้าจะทิ้งสูตรอาหารเอาไว้ที่ท่าน ท่านก็ค่อยๆ สอนพ่อครัว แม่ครัว ทำตามสูตรของข้าก็แล้วกันเจ้าค่ะ”
ม่านม่าน นางแบ่งงานให้หลงจู๊ทั้งสี่ว่าผู้ใดควรทำงานในร้านใด ก่อนจะให้พวกเขาไปจัดการเรื่องข้าวของที่ต้องใช้ในร้าน ให้ซื้อแล้วนำมาเก็บเอาไว้ที่เรือนหลักที่เป็นของนาง ส่วนเรื่องสินค้าในร้านนางจะจัดการให้พวกเขาเอง
ไม่รู้ว่าต้องใช้เงินซื้อของอีกมากเพียงใด นางจึงทิ้งเงินไว้ให้ลุงเฉิงอีกห้าร้อยตำลึงทอง กว่าจะจัดการเรื่องต่างๆ เสร็จ ฟ้าก็ใกล้มืดแล้ว ม่านม่านจึงต้องเร่งเดินทางกลับหมู่บ้านทันที
เมื่อมาถึงเรือน เพียงเปิดประตูเรือนเข้าไป นางก็เห็นเด็กแฝดร้องไห้แล้วโผเข้ากอดนางเอาไว้แน่น
“ผู้ใดรังแกพวกเจ้า” นางเองก็ตกใจไม่น้อย คิดจะไปจัดการอาหยุนที่ดูแลพวกเขาไม่ดี
“ท่านแม่ ฮึก...อวี่เออร์ไม่ดื้อสักนิด เหตุใดท่านถึงจะทิ้งข้าไปเล่า ฮืออออ”
“ท่านแม่ เมื่อก่อนข้าไม่ดีเอง ต่อไปข้าจะเป็นเด็กดีขอรับ ฮึก”
ม่านม่านหงุดหงิดเสียงร้องของเด็กทั้งคู่ยิ่งนัก น้ำเสียงที่นางพูดออกไปจึงเย็นชาไม่น้อย “หากข้าทิ้งพวกเจ้าแล้วจะกลับมาอีกเพื่ออันใด เงียบได้แล้ว”
