บทที่ 2 วันแรกก็วุ่นววายแล้ว
ม่านม่านกำลังนั่งประมวลผลและหาเหตุผลที่ตัวนางมาอยู่ในร่างของมู่ลี่ม่านอยู่ ท้องของเด็กแฝดคนน้องก็ร้องขึ้นมาเรียกความสนใจจากนาง
“หิวหรือ?” นางหันไปเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ขอรับ” ดวงตากลมโตที่มองมาทางนางเอ่ยตอบอย่างกลัวๆ
“อย่าไปสนใจนาง ข้าจะไปหาอะไรให้เจ้ากินเอง”
“เจ้าทำอาหารได้หรือ?”
“รอให้ท่านทำให้ ข้าสองคนคงอดตาย”
“เด็กน้อย ข้าเป็นแม่ของเจ้ากระมัง พูดกับแม่ให้ดีหน่อย รู้ไหมเด็กดื้อจะโดนอะไร” ม่านม่านจ้องมองกงหนิงเจี้ยนจนเขาขนลุกไปทั้งตัว “พอข้าไปห้องครัว” นางไม่สนใจว่าเขาจะมองนางเช่นใด ยามนี้ท้องนางเองก็หิวเช่นกัน ต้องหาอะไรกินก่อน
กงหนิงอวี่ พอได้ยินว่าห้องครัวก็รีบลุกขึ้นเดินนำม่านม่านไปด้านนอกทันที
แสงแดดของยามเช้า กลิ่นน้ำค้าง ไอดิน ที่ตัวม่านม่านไม่เคยได้สัมผัสมานาน นางยืนสูดลมหายใจเข้าอยู่ด้านหลังเรือนอยู่ครู่ใหญ่ พร้อมสำรวจตัวบ้านที่นางต้องอยู่ไปด้วย
“โทรมชะมัด” นางเบ้ปากอย่างดูแคลน บิดาเจ้าของร่างใจดำเหลือแสนไม่คิดจะแบ่งทรัพย์สินให้บุตรสาวตนเองมาตั้งตัวเลย หากมีโอกาสนางจะรีดเลือดของตระกูลตู้ออกมาให้หมดตัวเลยคอยดู
ภายในห้องครัวยังพอมีข้าวสารและเนื้อสัตว์หลงเหลืออยู่บ้างนิดหน่อย ม่านม่านมองวัตถุดิบตรงหน้าอยู่ครู่ก่อนจะคิดว่าสมควรทำอะไรเพื่อให้คนสามคนกินอิ่มท้อง พอคิดได้ก็เดินไปที่หน้าเตาไฟเพื่อจะจุดเตา
“พวกเจ้าจุดเตาเป็นหรือไม่” นางเพิ่งจะเคยเห็นเตาหน้าตาแบบนี้เป็นครั้งแรก
กงหนิงเจี้ยนเดินเข้ามาหยุดที่หน้าเตาอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจนัก ก่อนจะก้มตัวลงจนก้นน้อยๆ ลอยขึ้นมาแล้วตั้งหน้าตั้งตาจุดไฟให้ม่านม่าน
“มา...ข้าเอง” นางแย่งที่จุดไฟมาจากกงหนิงเจี้ยน
ม่านม่านทำตามที่กงหนิงเจี้ยนทำเมื่อครู่ จุดไฟติด แต่มันก็ดับลงอย่างรวดเร็ว จนนางเริ่มหงุดหงิดเสียแล้ว
“ท่านต้องเป่าด้วย” กงหนิงเจี้ยนไม่คิดอยากจะบอกวิธีจุดไฟให้ม่านม่านรู้ แต่กงหนิงอวี่ที่ทนมองไม่ได้ เป็นฝ่ายบอกขึ้นมาแทน
น้อยครั้งนักที่ผู้เป็นมารดาสนใจเขา เขาเองที่โหยหาความรักความเอาใจใส่จากผู้เป็นมารดามาตลอดย่อมอยากจะใกล้ชิดและเอาใจม่านม่าน
นางหันไปเลิกคิ้วมองกงหนิงเจี้ยนที่ตอนนี้หลบสายตาจ้องมองออกไปทางด้านนอกแทนอย่างร้อนตัว นางจึงหันมาสนใจหน้าเตาแล้วเริ่มเป่าลมใส่ตามที่กงหนิงอวี่แนะนำ
แต่แทนที่มันจะติดไฟง่ายๆ อย่างที่คิด มันกลายเป็นควันไฟที่ลอยเต็มห้องครัว จนคนทั้งสามอยู่ด้านในไม่ไหว “แค่ก แค่ก” เสียงไอสำลักควันของสามแม่ลูกดังอยู่ที่หน้าห้องครัว
“เจ้าจะบอกข้าได้หรือยัง...ว่าจุดไฟอย่างไร” ม่านม่านดึงคอเสื้อกงหนิงเจี้ยนจนขาเขาลอยขึ้นจากพื้น
“ทุกครั้งข้าก็ทำเหมือนท่าน” เขาร้องเสียงหลงตกใจ ไม่คิดว่าม่านม่านจะยกตัวเขาลอยได้
“ท่านแม่...ปล่อยพี่ใหญ่เถิดขอรับ เขามิได้หลอกท่าน ทุกครั้งพี่ใหญ่ก็เป่าเช่นที่ท่านแม่ทำจริงๆ ขอรับ” กงหนิงอวี่ดึงแขนเสื้อของม่านม่านเพื่อขอร้องให้นางยอมปล่อยตัวพี่ชายของตน
งานที่นางทำไม่เคยต้องเข้าใกล้เด็กน้อย ทั้งยังไม่รู้วิธีที่จะใกล้ชิดเด็กด้วย แต่นางก็ยอมปล่อยมือออกจากคอเสื้อของกงหนิงเจี้ยน แล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “ถ้ามีไฟแช็กก็คงดี” นางคิดถึงไฟแช็กที่อยู่ภายในห้องพักของตนเอง
แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อไฟแช็กที่นางนึกถึงมันปรากฏอยู่ในมือของนาง พอนางแบมือออกดูก็ต้องตกใจจนดวงตาเบิกกว้าง
“นะ นั่น นั่นคืออะไร” กงหนิงอวี่ร้องออกมาเสียงดัง เมื่อมีสิ่งของหน้าตาประหลาดปรากฏขึ้นมาในมือของมารดา
“ที่จุดไฟ” นางบอกเสียงเรียบด้วยไม่คิดจะอธิบายเรื่องประหลาดให้เด็กทั้งสองที่ยังเล็กเข้าใจ ก่อนจะเดินเข้าไปจุดไฟในห้องครัว ที่ตอนนี้ควันด้านในเริ่มหายไปจนสิ้นแล้ว
หากไฟแช็กที่อยู่ภายในห้องพักสามารถเรียกออกมาได้ เช่นนั้นของอย่างอื่นก็คงเรียกออกมาได้ นางจึงเรียกเครื่องปรุงออกมา ก็พบว่ามันถูกจัดวางอยู่ภายในห้องครัวอย่างเป็นระเบียบ จากนั้น เนื้อสัตว์ ผัก วัตถุดิบอย่างอื่นก็เริ่มปรากฏขึ้นมา ท่ามกลางสายตาของเด็กน้อยสองคู่ที่อ้าปากกว้างอย่างตื่นตระหนก
“อาบน้ำกันเองได้หรือไม่” ม่านม่านที่กำลังทำอาหารอยู่หันไปมองสภาพเด็กน้อยสองคนที่มอมแมมจนแทบอยากจะโยนลงไปในบ่อน้ำ
“อาบได้” กงหนิงเจี้ยนรีบเอ่ยตอบอย่างรวดเร็ว เขาเริ่มกลัวมารดาที่เป็นเช่นนี้แล้ว
“น้ำใกล้เดือดแล้ว พวกเจ้าไปเตรียมตัว ข้าจะยกน้ำร้อนไปให้ในห้องน้ำ พวกเจ้าถือแปรงสีฟันไปด้วย ประเดี๋ยวข้าจะไปสอนพวกเจ้าใช้” นางเอียงคอหันไปมอง มือก็คนแกงในหม้อไปด้วย
เด็กทั้งสองหยิบแปรงสีฟันกับยาสีฟันไปอย่างมึนงง ก่อนออกไปจากห้องครัวพวกเขาชะเง้อคอมองอาหารที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายแล้วยอมเดินออกไปอย่างอาลัยอาวรณ์
ม่านม่าน เพิ่งค้นพบว่า ข้าวของที่อยู่ภายในที่พักนางสามารถนำออกมาได้ทั้งหมด เพียงแต่ไม่รู้ว่าสามารถเข้าไปได้อย่างที่เคยอ่านเจอในนิยายหรือไม่ คงต้องลองดูในภายหลัง
นางแบกถังใส่น้ำร้อนไปให้เด็กแฝดทั้งสองที่ยืนรออยู่ที่หน้าห้องน้ำ
“ท่านแม่ เพียงแค่ล้างหน้าบ้วนปากมิได้หรือขอรับ” กงหนิงอวี่บิดตัวอย่างออดอ้อน เช่นตอนที่อยากให้บิดาใจอ่อนยอมให้เขา แต่ดูว่าเหมือนจะใช่ไม่ได้กับผู้เป็นมารดา
“ไม่ได้ พวกเจ้าเหม็นยิ่งนัก หากไม่อาบน้ำสระผม ข้าไม่ได้นั่งกินข้าวด้วย” นางเอ่ยเสียงเย็นอย่างข่มขู่
“แต่ทุกเช้า ท่านพ่อเพียงแค่ล้างหน้าให้พวกข้า สามวันถึงจะอาบน้ำครั้งหนึ่ง” กงหนิงเจี้ยนเถียงอย่างไม่ยอมแพ้
