บทที่ 5 ขอแค่ยายหายอะไรก็ได้ทั้งนั้น

ตอนที่ 5

ขอแค่ยายหายอะไรก็ได้ทั้งนั้น

“ญาติคุณพิสมัยค่ะ...”

เธอบอกกับพนักงานเคาท์เตอร์ทันทีที่มาถึง

“เชิญทางนี้ค่ะ”

คะแนนก้าวขาตามพยาบาลในชุดสีขาวไปอย่างใจจดใจจ่อ

“ตอนนี้ยายของคุณออกจากห้องไอซียูแล้ว....แต่ว่ายังไม่ได้สติค่ะ”

“ฉันอยากให้ผ่าตัดเปลี่ยนไตค่ะ...”

“งั้นเดี๋ยวจะมีเอกสารมาให้เซ็นยินยอมนะคะ...พอคนไข้ฟื้นแล้วเราก้ต้องขอความยินยอมจากคนไข้ด้วยค่ะ”

“ค่ะ....”

“คนไข้ยังหลับอยู่ หมดเวลาเยี่ยมแล้วฉันจะมาเรียกนะคะ”

“ขอบคุณมากค่ะ”

หญิงสาวเดินเข้ามาห้องผู้ป่าวยช้า ๆ ยายยังนอนหลับตาอยู่อย่างนั้น สายออกซิเจนระโยงระยายอยู่เต็มไปหมด

คะแนนนั่งลงเก้าอี้ข้าง ๆ อย่างหมดแล้ว ยื่นไปกุมมือยายที่กำลังอุ่น

“ขอโทษนะยาย....ที่หนูเป็นภาระยายมาตลอดเลย ถ้าไม่มีหนูยายคงมีเงินมากกว่านี้”

เธอร้องไห้สะอื้นออกมาอย่างไม่อาย

“รอหน่อยนะ...หนูจะตั้งใจเรียน แล้วจะมาดูและยายนะ”

ช่วงบ่าย

แสงแดดยามสายส่องลอดผ่านต้นไม้ริมถนนหน้ามหาวิทยาลัย ร่มเงาไหวตามสายลมอ่อนพัดพาเส้นผมของหญิงสาวคนหนึ่งให้พลิ้วไปตามจังหวะ

เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดรัดรูปพอดีตัว กระดุมเม็ดบนเว้นไว้ เผยผิวเนินอกขาวเนียนเพียงนิดพอให้หัวใจใครบางคนสั่น

กระโปรงทรงเอสีดำพอดีเข่าแนบกับสะโพกได้รูป ขับให้ช่วงขาดูเรียวยาวยิ่งขึ้นในทุกย่างก้าว รองเท้าคัทชูสีดำเงาวาวกับเสียงส้นกระทบพื้นจังหวะเบา ๆ กระเป๋าสะพายข้างพาดบนไหล่บาง ส่วนมืออีกข้างถือแฟ้มเอกสารแนบอกอย่างระมัดระวัง

คะแนนในวัยยี่สิบต้น ๆ แต่ทว่าเธอพึ่งเรียนอยู่ปีหนึ่ง พอจบมอปลายก็ช่วยยายขายข้าวแกงเก็บเงินจนได้เข้ามหาลัยที่ดีที่สุดในเมือง

ขาเรียวก้าวขึ้นตึกช้า ๆ ด้วยข้าวของที่พะรุงพะรังทำให้เธอเผลอไปชนใครคนหนึ่งเข้าอย่างแรก

“โอ้ย!...”

“ขะ..ขอโทษค่ะ”

เธอก้มหน้าเก็บเอกสารที่ล่วงลงพื้นอย่างรีบเร่ง

“ไม่เป็นไรค่ะ...”

เสียงใจของสาวแว่นเอ่ยเบา ๆ

“เมื่อกี้...ฉันก็มัวแต่ก้มมองโทรศัพท์ไม่ได้ดูทางน่ะ”

เธอขยับแว่นตาเล็กน้อย ก่อนจะก้มมองโทรศัพท์อีกครั้ง

“เอ่อ...”

“แล้วเธอรู้รึเปล่าว่าคณะบริหารไปทางไหน....”

สาวแว่นเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง

“ฉันก็อยู่คณะบริหารเหมือนกัน......ตามฉันมาสิ”

คะแนนพูดขึ้น

“บังเอิญจัง....แล้วเธอชื่ออะไรเหรอ”

“คะแนนน่ะ....เธอล่ะ”

“ฉันชื่อมิ้น....”

“ยินดีที่ได้รู้จัก”

“เธอมาที่นี่คนเดียวเหรอ”

“อื้อ ฉันไม่มีเพื่อนที่ไหน”

“บังเอิญจังฉันก็ไม่มี....งั้นต่อไปฉันฝากตัวเป็นเพื่อนเธอได้มั้ย”

“เอาสิ....”

เมื่อการเรียนคาบแรกของวันสิ้นสุดลงพวกเธอก็พากันเดินออกมาจากห้องอย่างไม่เร่งรีบนัก

“คะแนน เสร็จจากนี่แล้วเธอจะไปไหนต่อ”

“คงกลับบ้านน่ะ”

“แต่พึ่งจะบ่ายสามเองนะ...”

“ยายฉันไม่สบายน่ะ....ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล”

“เธอโอเครึเปล่า”

“ไม่เป็นไร....ฉันโอเค”

“งั้นฉันไปส่งเธอที่โรงพยาบาลแล้วกัน.....พอดีฉันขับรถมาน่ะ”

“เกรงใจ”

“ไม่เป็นไรหรอกน่า.....”

“งั้นก็ได้....”

“งั้นพาฉันไปหาพี่ชายแป๊บนึงได้มั้ย”

“ได้ดิ....อยู่ตรงไหนล่ะ”

“อื้อ...น่าจะตรงนู้น...”

นิ้วเรียวชี้ไปอีกตึกที่อยู่ไม่ไกลมากนัก

“นี่คะแนน....เธออยู่กับยายแค่สองคนเหรอ”

มิ้นเอ่ยถามในขณะที่กำลังเดินไปตามริมฟุตบาท

“ใช่...”

“อ๋อ.....เธอนี่ดูเย็นชาจัง”

“ใคร ๆ ก็บอกแบบนั้น”

“แต่ไม่เป็นไรฉันพูดเก่ง แค่เธอไม่รำคาญก็พอ”

“ฉันไม่ค่อยชอบพูด....ชอบฟังคนอื่นพูดมากกว่า”

“ดีแล้วที่เรามาเจอกันน่ะ....”

“.......”

“นั่นไงพี่ชายฉัน.....เธอรอตรงนี้แป๊บนะ”

มิ้นชี้ไปที่ชายสูงโปรงที่นั่งอยู่บนม้าหินอ่อนไม่ไกล ตรงนั้นมีผู้ชายอยู่ประมาณสองสามคนสวมเสื้อช๊อปวิศวะทั้งนั้น

“ไปกันเถอะคะแนน....”

“อื้อ....”

หญิงสาวกำลังจะก้าวเท้ากลับแต่เหมือนว่าเธอจะชนเข้ากับแผงอกแน่นและอุ่น

ตุ้บ!

หญิงสาวผงะเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นช้า ๆ และหัวใจก็แทบหยุดเต้นในวินาทีนั้น เมื่อแววตาคมกริบคู่นั้นจ้องกลับมา

ริมฝีปากเขาหยักยกขึ้นเล็กน้อย เหมือนตกใจที่เห็นเธอเช่นเดียวกัน

เขาคือคนเมื่อคืนที่…

คะแนนกะพริบตาถี่ พยายามถอยห่าง แต่เขากลับก้าวเข้ามาใกล้อีกนิด กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ แบบเดียวกับที่อบอวลอยู่บนหมอนเมื่อคืนซัดกลับมาอย่างจัง หัวใจเธอสั่นไหว ร่างกายชะงักเหมือนถูกตรึงไว้

“ซุ่มซ่ามชิบ....”

เขาพูดเสียงเรียบใบหน้ายังคงนิ่งเฉยแววตาเฉียบขาดสีเข้มดิ่งลึก เย็นเยียบจนแทบไร้ความรู้สึก

“เอ่อ...ขอโทษค่ะ”

“หลีกไปสิ...”

คำพูดเย็นจัด ตรงไปตรงมา ราวกับเห็นเธอเป็นแค่คนแปลกหน้าในฝูงชน คะแนนเบี่ยงตัวเล็กน้อยเพื่อให้เขาเดินผ่าน

“ไอ้กัส....ทางนี้”

เสียงเรียกดังขึ้นจากด้านหลังสองสาวไม่ได้หันกลับไปมองแต่อย่างใด

“ไงไอ้กัส....มาถึงก็จะเอาเด็กใหม่เลยรึไง”

หมอกเพื่อนสนิทเอ่ยถามอย่างหยอกล้อเหมือนเคย

“พูดอะไรของมึง”

“ก็น้องคนเมื่อกี้ไง....เพื่อนน้องสาวกูน่ะ หุ่นแม่งอย่างเอา”

“มึงตาบอดรึไง...”

“มึงไม่ชอบงั้นเหรอ...”

“หึ ไม่มีอะไรน่าสนใจ”

“ครับ ตัวพ่ออย่างมึงคงไม่ชอบอะไรธรรมดาสินะ...แต่แบบนี้กูไม่ติด”

“ไปกันเถอะ...”

“ไปไหน”

“เล่นบาส...ช่วงนี้เซ็ง ๆ”

“งั้นคืนนี้ที่เดิมมั้ย....”

“อื้อ....”

“เป็นไรว่ะไอ้กัสเรื่องเซ็ง ๆ ของมึง...”

น่านเพื่อนสนิทอีกคนเอ่ยถาม

“ไม่รู้แค่รู้สึกเซ็ง ๆ อยากเล่นบาสให้มันเหงื่อออก”

“งั้นไปกันเถอะ...แต่อย่าลืมนะเว้ยคืนนี้ที่เดิม”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป