บทที่ 6 ดูถูกกันพอหรือยัง

ตอนที่ 6

ดูถูกกันพอหรือยัง

ตัดภาพมาที่โรงพยบาล

“ยาย…”

หญิงชราเปิดเปลือกตาช้า ๆ ก่อนจะกระพริบมองอย่างพร่าเบลอ แล้วค่อย ๆ ยิ้มออกอย่างอ่อนแรง

“คะแนน”

น้ำเสียงแหบแผ่วแต่ยังอบอุ่นเหมือนเดิมเสมอ ทำเอาน้ำตาเธอคลอขึ้นทันที

“ยายฟื้นแล้ว…ยายปลอดภัยแล้วใช่มั้ย”

“ยายไม่เป็นไรจ้ะ...หลานน่ะสิ ดูโทรม ๆ ไปนะ ทำงานหนักเหรอลูก”

หญิงสาวกลืนก้อนสะอื้นลงคอ พยักหน้าเบา ๆ ทั้งที่รู้ดีว่าที่โทรม ไม่ใช่แค่เรื่องงาน

“แค่...อดนอนไปหน่อย ยายไม่ต้องห่วงนะ หนูอยู่ตรงนี้แล้ว”

เธอจับมือนิ่ม ๆ ของยายมากุมไว้แน่น ก้มหน้าซ่อนความเจ็บปวดไว้ใต้รอยยิ้ม

“ยายรู้แล้วนะ...โรคที่ยายเป็น ไม่ต้องรักษาหรอก อายุยายเยอะขนาดนี้แล้วรักษาไปก็ฝืนเปล่า ๆ”

“แล้วหนูจะอยู่กับใคร”

คำถามของเธอทำให้หญิงชราถึงกับชะงัก

“ยายสอนหนูทุกอย่างแต่ยายไม่เคยสอนให้หนูอยู่คนเดียว....ถ้ายายไม่อยู่แล้วหนูจะทำยังไง”

“คะแนนลูก....”

“ยายผ่าตัดเถอะนะ....”

“ยายไม่มีเงินหรอก...เก็บไว้ให้หนูเรียน”

“ไม่เอา...หนูมีเงินแล้ว”

“เอามาจากไหน....”

“ยืมเขามา”

“ยืมใคร....ใครให้เงินมาตั้งเยอะขนาดนั้น”

“ยืมพี่สาลูกป้านิดน่ะ....แต่ยายไม่ต้องเป็นห่วงนะ เดี๋ยวหนูจะหามาคืนพี่เขาแน่ ๆ”

“ไม่เห็นต้องไปหยิบยืมคนอื่นมาเลยลูก....”

“แค่ยายปลอดภัยอะไรหนูก็ยอมทั้งนั้น”

คะแนนเม้มริมฝีปากแน่น พยายามกลืนก้อนสะอื้นที่ตีตื้นอยู่ในลำคอ แต่ดวงตากลับร้อนผ่าว น้ำตาหยดแรกไหลลงแก้มโดยไม่ทันรู้ตัว เธอรีบก้มหน้าหลบ แอบใช้หลังมือปาดออกอย่างรวดเร็วเหมือนไม่อยากให้ใครเห็น

แต่ยายกลับเอื้อมมือที่ผอมบางและอบอุ่นขึ้นมาอย่างช้า ๆ นิ้วสั่นเล็กน้อยจากแรงอ่อนโรย แต่ยังเปี่ยมไปด้วยความรัก

“ร้องไห้ทำไมลูก...ยายอยู่ตรงนี้แล้ว”

ปลายนิ้วหยาบจากวัยขัดผ่านหยดน้ำตาที่แก้มเธอเบา ๆ ซับอย่างอ่อนโยน เหมือนเช็ดออกไปพร้อมความเจ็บทั้งหมดในใจ

หญิงสาวร้องไห้หนักกว่าเดิมเมื่อได้ยินเสียงนั้น น้ำตาไหลพราก แต่เธอกลับยิ้มออกมาทั้งน้ำตา มือกุมมือยายแน่นขึ้น

“ดีใจที่ยายไม่เป็นอะไร...”

เวลา 20:00

ตอนนี้คะแนนยืนอยู่หน้าห้องเวกัสอย่างลังเล หัวใจเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูกคิดไม่ถึงว่าเธอจะต้องตกมาอยู่ในสถานการณ์นี้

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เธอเคาะประตูห้องสามที แต่ดูเหมือนว่าข้างในจะไม่มีคนอยู่ หญิงสาวยืนพิงกำแพงข้างประตูอย่างใจจ่อ ล้วงมือถือในกระเป๋าขึ้นมาเล่นไปพลาง ๆ

“ไม่อยู่อย่างนั้นเหรอ”

เสียงฝีเท้าดังเข้ามาใกล้ทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นมอง เป็นเวกัสที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าเขายังคงนิ่งเรียบคาดเดาไม่ได้ว่ากำลังรู้สึกอะไรอยู่

“เอ่อ….”

“เธอมาทำไม…”

“ก็เมื่อวานคุณ…”

“อ๋อ รู้หน้าที่ดีหนิแต่วันนี้ฉันไม่มีอารมณ์ เธอกลับไปเถอะ พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่”

“ทีหลังถ้าจะเป็นแบบนี้ก็ควรบอกกันก่อนสิ…ให้ฉันมาแบบนี้มันเสียเวลานะ ฉันก็มีอย่างอื่นที่ต้องทำเหมือนกัน…”

“ผู้หญิงแบบเธอมีสิทธิ์อะไรมาออกคำสั่งกับฉัน…ฉันต่างหากที่ต้องพูดคำว่าเสียเวลากับเธอ”

“ผู้หญิงแบบฉันมันทำไมกัน”

“ก็ขายตัว….แล้วจะอะไรนักหนา ให้กลับไม่กลับหรือว่าอยากจะโดนเอา…ถ้าอย่างนั้นก็เข้ามาสิ”

“ปะ..เปล่า แต่คุณก็ควรจะบอกกันหน่อย ถ้าเกิดว่าคุณไม่อยู่ จะให้ฉันยืนรอคุณแบบนี้ไปทั้งคืนเลยรึไง…รู้มั้ยว่ามันน่าอายแค่ไหนที่มีคนมอง”

“มันก็ควรจะเป็นแบบนั้นอยู่แล้วมั้ย….คนแบบเธอมีอะไรให้อายกัน”

“คุณเห็นแก่ตัวไปรึเปล่า”

“ฉันนี่นะ แล้วเธออยากจะได้ยังไง ผู้หญิงแบบเธอจะมาเรียกร้องอะไรจากฉันได้ แค่เงินไม่ใช่เหรอที่เธอต้องการ หึ!”

“ฉันก็มีศักดิ์ศรีของฉันเหมือนกัน…ถึงแม้ว่าฉันจะเอาตัวแลกเงินก็เถอะ”

เวกัสเดินเข้ามาใกล้ ก้มหน้าลงช้า ๆ จ้องมองเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“ศักดิ์ศรีงั้นเหรอ…..น่าขำจริง ๆ ขายตัวเพื่อแลกกับเงินมีศักดิ์ศรีอะไรให้เชิดชูกัน…รักศักดิ์ศรีมากขนาดนั้นจะมานอนอ้าขาให้คนอื่นเอาทำไม”

“มันจะดูถูกกันเกินไปแล้วนะ!…”

“เหอะ! นี่ไม่เรียกว่าดูถูกหรอก เงินก็ได้ไปแล้ว ตัวเธอก็ให้ฉันมาแล้ว…ฉันต่างหากที่ไม่คุ้มเอาซะเลย ตัวเธอก็ไม่มีอะไรน่าสนใจเลยสักนิด”

คะแนนขบกรามแน่นมือกำหมัดด้วยแรงโทสะ

“คนรวยแบบพวกคุณไม่มีวันเข้าใจหรอก…ถ้าฉันเลือกได้ฉันคงไม่มายืนให้คุณดูถูกแบบนี้”

“ใช่…ฉันไม่มีวันเข้าใจคนแบบพวกเธอจริง ๆ จะเอาไง ถ้าไม่กลับก็โดนเอา”

“ฉันกลับ”

“รีบไปซะสิ…แม่งเอาจริงเห็นหน้าเธอแล้วหมดอารมณ์”

“งั้นก็ดี….”

เธอก้าวขาออกมาช้า ๆ ก่อนจะต้องหยุดชะงักเมื่อเขาพูดขึ้นมา

“จำเอาไว้…เธอต้องมาที่นี่ทุกวัน”

วันต่อมา

“คะแนนทางนี้…”

เสียงใสของมิ้นเพื่อนสาวดังขึ้นมาแต่ไกล ๆ เมื่อเธอมาถึงมหาลัย

“มิ้น มานานแล้วเหรอ…”

“อื้อ…สักพักแล้ว”

“……”

“วันนี้เธอว่างรึเปล่า…”

มิ้นเอ่ยถามเมื่อทั้งสองเดินตามเรื่อย ๆ ตามริมฟุตบาทมาสักพัก

“ทำไม”

“ก็วันนี้วันเกิดฉันน่ะ…อยากชวนเธอไปฉลองด้วยกันสักหน่อย ยังไงฉันก็ไม่มีเพื่อนที่ไหน”

“เอ่อ..”

“ถ้าไม่ว่างก็ไม่เป็นไรนะ…แต่ถ้าเธอไปด้วยคงดีไม่น้อย”

“งั้นเดี๋ยวดูก่อนนะ…ถ้าว่างจะไป”

“ฉันจะรอนะ…จริงสิ ยายดีขึ้นบ้างรึยัง”

“อื้อ ดีขึ้นแล้ว เตรียมตัวผ่าตัดน่ะ”

“ขอให้ทุกอย่างราบรื่นนะ”

“ฉันเองก็หวังแบบนั้น…”

“รีบไปกันเถอะ…วันนี้มีกิจกรรมชมรมด้วย พวกเรานี่ดีจังเนาะ ได้ชมรมด้วยกันแถมเรียนคณะเดียวกันด้วย”

มิ้นยิ้มระรื่น

“ที่ฉันต้องไปชมรมกีฬาเพราะอยากเก็บคะแนนต่างหาก..ส่วนเธอน่ะ..”

“ฉันไปเพราะผู้ชาย ฮ่า ๆ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป