บทที่ 13 เพื่อนสนิท

“อืม…” เสียงหวานร้องครางเบาๆ ทันทีที่ขยับตัว ลิชาปรือตามองด้วยความงัวเงีย ก่อนจะหันไปมองบุรินทร์ภัทรที่นอนเปลือยท่อนบนอยู่ข้างกัน

เธอตกอยู่ในภวังค์จ้องมองชายหนุ่มอยู่นานสองนาน นิ้วเรียวลูบไปยังใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังหลับตาพริ้ม ตอนนี้เขาดูไม่มีพิษภัยเหมือนตอนตื่น

“อื้อ…”

ลิชารีบผละตัวถอยห่างยามที่เขาขยับตัวคล้ายกับรำคาญเมื่อมีสิ่งรบกวนเวลานอน

ก้าวขาลงจากเตียงด้วยความระมัดระวัง ก้มลงหยิบเสื้อผ้าที่ตกอยู่ตามพื้นห้องขึ้นมาสวมใส่ เม้มริมฝีปากกำมือแน่น มองเห็นเศษซากถุงยางอนามัยที่หล่นเกลื่อนกลาด

ไม่อยากนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนว่าเขาทำอะไรกับเธอไว้บ้าง

“ทำอะไรแต่เช้า”

คนตัวเล็กสะดุ้ง รีบหันกลับไปมองด้วยความลนลานหลังจากได้ยินเสียงเจ้าของห้อง

แฟรงก์เดินเข้ามาประชิดหญิงสาวจากทางด้านหลัง ร่างกายกำยำมีเพียงผ้าขนหนูที่พันรอบเอวไว้อย่างหมิ่นเหม่ เส้นผมเปียกหมาดหลังจากอาบน้ำเสร็จ

“ทำงานบ้านค่ะ หนูทำเสียงดังรบกวนหรือเปล่าคะ” ลิชาถามด้วยความกังวลขณะที่กำลังยืนล้างจานอยู่ในครัว

“ฉันมีแม่บ้านคอยดูแล ไม่จำเป็นต้องทำเอง”

“หิวไหมคะ เช้านี้อยากกินอะไรดี”

“โดนเอาทั้งคืน เธอยังมีแรงเหลืออีกอยู่อีกเหรอ” ไล่สายตามองคนตรงหน้า ใบหน้าจิ้มลิ้มดูอิดโรยจนเห็นได้ชัดแต่ยังลิชาก็ยังฝืนทนเพราะไม่อยากทำตัวอ่อนแอให้เขามองว่าสำออย “ถ้าไม่ไหวก็ไปนอน”

“หนูยังไหว”

“งั้นอีกสักรอบดีมั้ย อยากรู้ว่าจะอวดเก่งแบบนี้ได้อีกหรือเปล่า” ขยับเข้าใกล้ โน้มตัวลงกระซิบถามข้างใบหูจนคนตัวเล็กขยับถอยหนี

“ฮะ...เฮียคงหิวแล้ว เดี๋ยวชารีบทำข้าวต้มไปให้นะคะ”

บุรินทร์ภัทรยกยิ้มมองตามหญิงสาวที่เอาตัวรอดโดยการรีบเดินหนีออกไป ก่อนจะหมุนตัวเดินออกมาสูบบุหรี่ที่ริมระเบียงห้อง

“แล้วทำไมมีแค่ชามเดียว?” เลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย อยู่กันสองคนแต่กลับมีแค่ข้าวต้มแค่ชามเดียว

“ให้เฮียกินก่อน ชายังไม่หิว”

“มีเรียนเช้าไม่ใช่เหรอ”

“ใช่ค่ะ”

“งั้นก็กินสิ เสร็จแล้วจะไปส่ง”

รั้งคนตัวเล็กให้ลงมานั่งบนตักแกร่ง ก่อนจะโอบเอวเธอไว้แน่นไม่ให้ขยับหนี “ฉันกินคนเดียวไม่หมดหรอก รีบกินสิ”

“จะให้หนูนั่งตักแบบนี้เหรอคะ”

“นั่งตักฉันแล้วมันทำไม”

“กลัวเฮียจะอึดอัด”

“ตัวเธอเล็กนิดเดียวไม่เป็นอะไรหรอก”

ลิชาได้แต่นั่งก้มหน้าก้มตาทานข้าวอย่างเงียบๆ หัวใจดวงน้อยเต้นแรง ยามที่ฝ่ามือหนาซุกซนสอดล้วงเข้ามาลูบไล้สัมผัสไปตามจุดอ่อนไหว

“วันนี้เลิกเรียนกี่โมง”

“บ่ายสองค่ะ”

“ถ้าวันนี้ไปทำงานไม่ไหว ฉันอนุญาตให้ลาหยุดได้”

“ไหวค่ะ หนูไม่อยากขาดงานบ่อยๆ เดี๋ยวคนอื่นจะว่าเอาได้”

“แล้วคนอื่นนี่หมายถึงใคร?”

“…..”

“ยัยฟ้าใสเพื่อนรักเธออ่ะนะ”

“ไม่ใช่สักหน่อย” ลิชารีบปฏิเสธ แสดงท่าทางตีโพยตีพายยกใหญ่

“ไม่ต้องมาปกป้องกัน ฉันไม่ไล่มันออกก็ดีแค่ไหนแล้ว”

“ฟ้าใสทำอะไรผิด ทำไมเฮียต้องไล่เพื่อนหนูออกด้วย” เอียงคอถามด้วยความสงสัย ถึงฟ้าใสจะไม่ค่อยชอบเธอ แต่ลิชาก็ไม่ได้ถือสาอะไรมากนัก

“ไม่ชอบหน้าไง”

“แค่นี้?”

“ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ รำคาญหูรำคาญตา! เดี๋ยวอีกหน่อยก็คงเป็นเธอที่โดนไล่ออก”

“ถ้าเฮียไล่หนูออก แล้วหนูจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายค่าหอ จ่ายค่าเทอมล่ะคะ”

“…..”

ครืด… สมาร์ตโฟนของคนตัวเล็กแผดเสียงร้องดังขัดจังหวะ โดยที่บุรินทร์ภัทรยังไม่ทันจะได้ตอบคำถาม

“หนูขอตัวออกไปรับโทรศัพท์แป๊บนึงนะคะ”

“ถ้าจะคุยก็คุยตรงนี้”

“…..” เมื่อไม่มีทางเลือก ลิชาจึงกดรับสายโดยมีสายตาของชายหนุ่มคอยจ้องมองทุกการกระทำแบบเงียบๆ

“ว่าไงแจ็ค”

(ตอนนี้ชาอยู่ไหน ทำไมมาหาที่ห้องแล้วไม่เจอ)

“ชาออกมาทำธุระข้างนอก แจ็คมีอะไรหรือเปล่า”

“มาเอาเสื้อที่ลืมไว้อ่ะดิ”

“ชาซักเก็บไว้ให้แล้ว อยู่ในถุงกระดาษสีขาว ลองหาดูนะ”

(โอเค…แล้วจะกลับหรือยัง แจ็คจะได้รอ แล้วค่อยไปมหาลัยพร้อมกัน)

“เดี๋ยวก็กลับแล้ว”

(รีบมา อย่าให้รอนานนะ”

“คุยเสร็จหรือยัง จะได้ทำอย่างอื่นต่อ” ดวงตากลมโตเลิ่กลั่กเมื่อบุรินทร์ภัทรจงใจพูดแทรกขึ้นมาเพราะอยากแกล้งเธอ

“เฮียแฟรงก์!” รีบยกมือขึ้นปิดปาก ก่อนที่ชายหนุ่มจะกัดนิ้วเธออยากแรงด้วยความมันเขี้ยว “อ๊ะ…เจ็บนะ”

(ว่าไงนะ เมื่อกี้ชาพูดว่าอะไร แล้วตอนนี้อยู่กับใคร ทำไมได้ยินเสียงผู้ชาย)

“ปะ…เปล่าไม่มีอะไร แค่นี้ก่อนนะแจ็ค”

(เดี๋ยวก่อน…)

“ไอ้แจ็คมันเป็นใคร!” กระชากโทรศัพท์ออกจากมือหญิงสาว รีบกดวางสายโดยไม่รอให้เธอพูดจบ

“เพื่อนชาเอง”

“สนิทกันมากถึงขนาดเข้าออกห้องกันได้?”

“สนิทกันค่ะ ชาคบกับแจ็คตั้งแต่อยู่มัธยมแล้ว”

“งั้นเหรอ?” กอดอกกระดิกเท้าเลิกคิ้วถามด้วยสีหน้ายียวน

“แจ็คชอบมาค้างที่ห้องกับชาอยู่บ่อยๆ”

“ฉันเปลี่ยนใจไม่อยากไปส่งเธอแล้ว”

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวชากลับเองก็ได้”

“ฉันหมายถึงให้อยู่ที่นี่ ไม่ใช่กลับไปหาไอ้เวรนั่น!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป