บทที่ 2 โลกอีกใบของเดียร์
บริเวณตลาดนัดแห่งนี้คึกคักตั้งแต่เปิดเช่นเคย เริงเดือนเดินตรงไปยังเต็นท์ขายลูกชิ้น ที่ป้ายพลาสติกหน้าร้านเขียนคำว่า ลูกชิ้น ตัวเล็กเท่ามด แต่เน้นคำว่า เอ็นอุ่น เอ็นใหญ่ เป็นพิเศษ
หญิงสาวยิ้มขำภายใต้หน้ากากอนามัย เดินไปตบไหล่เพื่อนที่กำลังขายของเสียงดังป้าบ ร่างเล็กบางสะดุ้งโหยงแล้วหันขวับมาถลึงตาใส่อย่างเอาเรื่อง
“ไอ้เดียร์! ตกใจหมดเลย บ้าเอ๊ย! แล้วทำไมเพิ่งมาเนี่ย”
ลลินภาส่งเสียงถามขณะที่มือก็จัดการยัดลูกชิ้นเอ็นใส่ถุงพร้อมราดน้ำจิ้มเป็นระวิง มีลูกค้าต่อคิวซื้อหน้าร้านจนทำให้รู้สึกมีกำลังใจไม่เหนื่อยเลยแม้แต่น้อย
“เพิ่งหาโอกาสหนีออกจากงานได้น่ะสิ แล้วคืนนี้เป็นไงบ้าง ขายใกล้หมดหรือยัง”
“ก็ได้เยอะอยู่นะ ที่เตรียมมาก็เกือบหมดแล้ว มาๆ ช่วยกันทำมาหากินหน่อยสิคนสวย”
ลลินภายักคิ้วให้เพื่อนรัก ใครเลยจะคิดว่าภายใต้แมสก์สีดำและเสื้อยืดกางเกงยีนขาดรุ่ยกับรองเท้าผ้าใบสีตุ่นๆ นั่นจะเป็นคนที่นั่งอยู่แถวบนเกือบสุดของห่วงโซ่อาหาร เป็นลูกเศรษฐีมีเงิน แถมเจ้าตัวยังเป็นนางแบบกิตติมศักดิ์อยู่หลายงาน ไม่นับการเป็น working woman ระดับผู้บริหารในบริษัทของครอบครัวตนเองด้วย
“ได้เลยน้องสาว” เสียงใสกล่าวด้วยอารมณ์สนุกครึ้มอกครึ้มใจ จากนั้นก็จัดการถลกแขนเสื้อขึ้นไปค้างบนหัวไหล่เหมือนนักเลง เดินไปข้างหลังเพื่อล้างมือให้สะอาด เสร็จก็สวมถุงมือตบสองทีเป็นการเช็กความกระชับ
“โอเค้! เร่เข้ามาจ้า เร่เข้ามา เอ็นอุ่นมั้ยพี่!”
เจ้าตัวลองเสียงด้วยประโยคที่คุ้นปาก เพราะมาช่วยเพื่อนขายลูกชิ้นอยู่บ่อยๆ เป็นสิ่งที่ชอบทำยิ่งกว่าการเดินถือแก้วแชมเปญในงานเลี้ยงหรูหราที่เพิ่งจากมาเสียอีก
ประโยคนี้ทำให้ลูกค้าวัยฉกรรจ์เข้าใจผิดว่าเป็นประโยคคำถาม ไม่ก็อยากแซวแม่ค้าจึงตะโกนโต้ตอบ...
“อุ่นหรือเปล่าไม่รู้น้อง แต่ถ้าอยากลองอยากรู้ ก็ตามพี่ไปพิสูจน์สิครับ” ลูกค้าปากคะนองที่เดินผ่านมาเป็นกลุ่มตะโกนโต้ตอบ
“ไม่ต้องพิสูจน์หรอกจ้า หน้าพี่มันฟ้องว่าถ้าได้เอ็นอุ่นของเราไปเสริมพละกำลังอีกสักสิบยี่สิบไม้ รับรองว่าขนาดจะขยายใหญ่อวบหนาภายในเวลาอันรวดเร็วเลยจ้า มาๆ มาเหมาก่อนจะหมด ของดีไม่รอใครจ้า หมดแล้วหมดเลยจ้า”
คำโฆษณาตอบกลับของแม่ค้าเสียงใส พร้อมกระดิกนิ้วเรียก ทำเอาผู้คนแถวนั้นหัวเราะกันครืน ส่วนกลุ่มชายหนุ่มท่าทางกร่างพวกนั้นก็ดูเหมือนจะชอบอกชอบใจ จึงพากันเดินย้อนกลับมาเหมาลูกชิ้นเอ็นหลายสิบไม้จากแม่ค้า และก็มีลูกค้าเดินเข้ามาตามเสียงโฆษณาอย่างไม่ขาดสาย
“ไอ้เดียร์ แกจะโฆษณาติดเรตไปมั้ยวะ” ลลินภากระซิบเพื่อนที่ดูเหมือนยิ่งพูดยิ่งเมามัน
“ตรงไหนติดเรต?”
“เอ๊า ก็ไอ้ที่ว่าขนาดจะขยายใหญ่อวบหนาอะไรของแกนั่นน่ะ”
“ฉันหมายถึงเอวไอ้หมอนั่นโว้ย” เริงเดือนกระซิบพร้อมยักคิ้วกวนๆ ให้เพื่อนรัก
ลลินภาหัวเราะร่วนภายใต้หน้ากากอนามัยหลังจากที่ได้รับคำตอบกระจ่างจิตจากเพื่อนผู้มีบุคลิกหลากหลายอย่างเริงเดือนคนนี้
“เอามั้ยๆ ชิ้นเอ็นแซ่บๆ จ้า ถ้าจะเอากัน อ่า... เอาลูกชิ้น ก็เชิญทางนี้เลยจ้า เอ็นอุ่น ลูกใหญ่ เต็มปากเต็มคำจ้า”
เสียงแจ๋วๆ โฆษณาเรียกความสนใจให้คนที่เดินผ่านหน้าร้านต้องชะงักเท้าแล้วหันกลับมายืนต่อคิวซื้อได้สำเร็จทุกราย ถ้าได้ลองกินเป็นต้องติดใจกันทุกคนเพราะลูกชิ้นที่ลลินภาได้รับการถ่ายทอดสูตรจากบรรพบุรุษนี้อร่อยและน้ำจิ้มก็รสชาติแซ่บนัวกลมกล่อม จึงขายดีเป็นเทน้ำเทท่าและหมดทุกวัน
“เอ็นอุ่นมั้ยพี่...ลูกใหญ่ ลูกโต ซอยเท้าเข้ามาเลยจ้า!”
เสียงแม่ค้าประกาศขายสินค้าอย่างไม่นึกเขินอายนั่น ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังเดินล้วงกระเป๋าตามหญิงสาวสวยในชุดเดรสผ้าสีฟ้าต้องขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความไม่นิยมผู้หญิงที่พูดจาทะลึ่งตึงตังสองแง่สามง่ามในที่สาธารณะเช่นนี้ ร่างสูงสง่าสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาด พับแขนเสื้อถึงข้อศอก ใบหน้าคร้ามคมสันถูกปิดด้วยหน้ากากอนามัยเนื่องจากเกรงฝุ่นมลพิษที่อาจจะทำให้ไอได้
“ลูกชิ้นเจ้านั้นอร่อยมากค่ะทาวน์ ไปซื้อกัน”
ยลรวีหันไปชวนคนตัวสูงที่หลังจากงานเลี้ยงอะไรของเขาสักอย่างที่โรงแรม เขาก็ขับรถมารับเธอซึ่งมาเดินซื้อของที่ตลาดนัดโต้รุ่งแห่งนี้ ยลรวีดึงมือใหญ่ไปกุมเมื่อเห็นดวงตาเหนื่อยล้าของเขา
“ทาวน์จะกลับบ้านก็ได้นะคะ รวีรู้ว่าคุณเหนื่อยมาทั้งวัน แถมคืนนี้ก็ยังต้องไปงานเลี้ยงอีก รวีไม่น่าโทรให้คุณมาหาเลย ขอโทษนะคะ”
เสียงหวานของคนรักทำให้นคเรศคลี่ยิ้มอบอุ่นให้เธอ เขาเหนื่อยกับงานก็จริง แต่ก็รู้สึกผิดที่ไม่ค่อยมีเวลาให้กับยลรวีเลยในระยะหลัง ไม่เหมือนสมัยที่รักกันใหม่ๆ ตอนที่ยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่
เขากับเธอเริ่มคบหากันตั้งแต่เรียนอยู่ปีสี่ พอชายหนุ่มเรียนจบก็ไปต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศ ส่วนยลรวีก็ทำงาน แต่ทั้งสองก็ยังประคับประคองความรักให้ผ่านมาได้จนถึงทุกวันนี้ ซึ่งนั่นก็เป็นเวลาเจ็ดปีแล้ว แต่ในวัยยี่สิบเก้าปีสำหรับนคเรศยังถือว่าไม่พร้อมสำหรับการมีครอบครัว เพราะเขาเป็นลูกชายคนโตที่ต้องสืบทอดตำแหน่งทางธุรกิจต่อจากบิดา เวลาส่วนใหญ่ก็ทุ่มเทให้กับงานเป็นหลัก
“เปล่าหรอก ผมไม่ได้เหนื่อยขนาดนั้น คืนนี้วันศุกร์ พรุ่งนี้ไม่ต้องทำงาน”
นคเรศมองใบหน้าสวยหวานภายใต้แมสก์สีขาวอย่างเอ็นดู ยลรวีต้องอดทนอย่างหนักกับการคบหากับเขา เนื่องจากมารดาเป็นตัวปัญหา
