บทที่ 3 โลกอีกใบของเดียร์

ท่านไม่ชอบหญิงสาวตามประสาคนหวงลูกชาย รวมทั้งได้ตั้งเป้าและคุณสมบัติของลูกสะใภ้เอาไว้สูงเสมอยอดตึกเซียงไฮ้ทาวเวอร์

แต่อย่างไรก็ตามชายหนุ่มคิดว่ายังพอมีเวลาที่จะทำให้ท่านใจอ่อนได้ในอนาคต เพราะตอนนี้ยลรวีไม่ใช่หญิงสาวโนเนมไม่คู่ควรกับการเป็นสะใภ้สิริธนาเกียรติอย่างที่มารดาเคยตั้งข้อรังเกียจอีกต่อไปแล้ว แต่เธอเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก อาจไม่ใช่ระดับนางเอกติดทอปตัวแม่ แต่ก็เป็นนางเอกที่มีภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาสื่อและประชาชนทั่วไป

“ถ้างั้นคืนนี้ค้างที่ห้องรวีนะคะ” เสียงเอ่ยชวนเบาๆ เขาก้มมายิ้มและบีบกระชับมือที่ประสานกันอยู่

“แต่เดี๋ยวจะเป็นข่าวนะ คุณจะเสียหายเอาได้”

ยลรวียิ้มปลื้มใจกับความห่วงใยและให้เกียรติที่เขามีต่อเธอ อย่างไรก็ตามเธอจะไม่ยอมเสียชายคนรักอย่างนคเรศไปง่ายๆ ด้วยการยอมแพ้ต่ออุปสรรคนามว่า คุณนัยนา สิริธนาเกียรติ โดยเด็ดขาด

ร้านลูกชิ้นที่ขายดิบขายดี โดยเฉพาะลูกชิ้นเอ็นที่อร่อยขึ้นชื่อกำลังมีลูกค้าห้อมล้อมจนแทบไม่เห็นตัวแม่ค้า นคเรศจูงมือยลรวีมาหยุดอยู่ที่วงด้านนอกสุด เห็นแม่ค้าสองคนกำลังจัดการเอาลูกชิ้นใส่ถุงมือเป็นระวิง คนหนึ่งตัวเล็กบาง อีกคนรูปร่างสูงเพรียวทะมัดทะแมง สวมหมวกเบสบอลสีดำ ใบหน้าปิดด้วยแมสก์เห็นแต่ลูกกะตานิดเดียว

ท่วงท่าตักน้ำจิ้มราดใส่ถุงลูกชิ้นรวดเร็วคล่องแคล่ว แถมปากยังพ่นโม้โฆษณาความแซ่บของเจ้าลูกชิ้นเอ็นลูกโตอะไรนั่นไม่หยุด คุยกับลูกค้าราวกับบ้านอยู่ข้างๆ กันก็ไม่ปาน เขารู้ว่ามันเป็นการเสแสร้งแกล้งตีสนิททำเป็นมีมิตรสัมพันธ์ที่ดี ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อที่จะขายของก็นั่นเอง แต่ก็ถือว่าเป็นแม่ค้าที่มีสกิลการขายใช้ได้เลยทีเดียว

ยลรวียืนรอนานกว่าจะถึงคิว ซึ่งเหลือหญิงสาวเป็นคนสุดท้าย

“รวีไม่ต้องซื้อเผื่อผมนะ” ชายหนุ่มส่งเสียงบอก เพราะเห็นคนรักซื้อหลายไม้

“รวีรู้ค่ะว่าคุณไม่กินของตลาดนัดพวกนี้ ที่ซื้อเยอะเพราะจะเอาไปฝากเพื่อนห้องข้างๆ”

คำพูดของลูกค้าสาวตรงหน้าทำให้ใบหน้าของแม่ค้าเงยขึ้นมองขวับทันที มองผู้หญิงเสร็จก็มองตวัดสายตาขุ่นไปมองผู้ชายร่างสูง เริงเดือนสานสายตากับดวงตาคมกริบของเขาอย่างไม่พอใจ

“ของตลาดนัดพวกนี้มันเป็นยังไงเหรอคุณ” หญิงสาวเอ่ยถามเสียงเย็น ชูถุงลูกชิ้นในมือขึ้นประกอบ

“ก็ไม่เป็นไง แค่ไม่ชอบกิน” นคเรศเป็นคนตอบเอง เขาจ้องมองดวงตาดุเอาเรื่องของเจ้าหล่อน ต่างฝ่ายต่างก็สู้ตากันอย่างไม่มีใครยอมเบนหนี

“เราไม่ได้ง้อขายใคร! เก็บร้านเถอะลิน” เริงเดือนกล่าวพร้อมกับเก็บถุงลูกชิ้นไม่ยอมยื่นให้

“อ้าว คุณ ทำแบบนี้ได้เหรอ แฟนผมมายืนรอตั้งนาน ผมไม่กิน แต่แฟนผมอยากกิน มันไม่เห็นเกี่ยวอะไรกัน ไร้เหตุผลไปหน่อยไหมที่จะมาโกรธกันแบบนี้?” ชายหนุ่มกล่าวเสียงเข้ม

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ขาย อยากกินก็ไปซื้อร้านอื่น ไปๆ ลิน เก็บร้านๆ”

เริงเดือนเร่งเพื่อน แล้วเดินเก็บข้าวของอย่างไม่สนใจลูกค้าคู่สุดท้ายอีกต่อไป

“แต่ฉันยืนรอตั้งครึ่งชั่วโมงนะคะ นี่ก็กำลังซื้อ ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย” ยลรวีทำเสียงไม่ยอม

“ก็บอกว่าไม่ขายไงคะ”

ลลินภายัวะตามเพื่อน เพราะไม่ชอบสายตาของผู้ชายที่กำลังทำเข้มดุใส่เธอ

“ไปเถอะรวี ไม่เห็นต้องง้อกินของพวกนี้เลย เดี๋ยวผมพาไปซื้อที่ร้านในห้างที่สะอาดถูกหลักอนามัยกว่าร้านแบบนี้”

พูดจบนคเรศก็คว้าแขนยลรวีพากันเดินจากไป

เริงเดือนมองตามผู้ชายร่างสูงท่าทางหยิ่งผยองหน้าเชิดจนจมูกเกือบชนก้อนเมฆที่กำลังจูงแขนแฟนเดินห่างออกไปด้วยสายตาขุ่นไม่พอใจ

“ปากแจ่มๆ แบบนี้ มันน่าเอาไม้เสียบลูกชิ้นเสียบลิ้นไม่ให้เห่าไปสักเดือน!” เริงเดือนนึกฉุนไม่หาย

“นั่นสิแก แหม เสียดายคิดช้าไปนิด แล้วเป็นพวกผู้ดีตีนแดงมาจากไหนวะหมอนั่น ไม่รู้เหรอว่านี่ผู้ดีตีนหนักกำลังขายให้”

ลลินภาช่วยด่าเสริมเป็นปี่เป็นขลุ่ย เริงเดือนที่กำลังอารมณ์กรุ่นโมโหอยู่ก็พลันปล่อยเสียงหัวเราะขำออกมากับคำพูดของเพื่อน

“พอๆ อย่าไปให้ค่าคนแบบนี้ เลิกใส่ใจดีกว่า ขายหมดเกลี้ยงแบบนี้ แวะซื้อเบียร์ที่เซเว่นไปฟาดปากกันสักสองโหล เนอะ”

“เฮ้ย วันนี้กำไรเยอะ ฉันเลี้ยงไอ้ที่ดีกว่าเบียร์ก็ได้นะแก”

ลลินภาเอ่ยอย่างใจป้ำ เธอไม่รู้ว่าจับพลัดจับผลูมาเป็นเพื่อนซี้กับเริงเดือนได้อย่างไร เพราะแบกกราวนด์ต่างกันราวฟ้ากับเหว ตั้งแต่จับคู่บัดดี้ได้เริงเดือนตอนปีหนึ่งก็คบหากันจนถึงทุกวันนี้

คอนโดของลลินภาก็เริงเดือนนั่นแหละที่ออกเงินซื้อให้ก่อน แล้วเธอก็ผ่อนกับเพื่อนจนหมด จริงๆ เพื่อนใจกว้างมาก ไม่อยากได้เงินคืน แต่ลลินภาไม่ยอม เวลานี้ก็จ่ายจนหมดแล้ว

“คืนนี้กินแชมเปญจนเลี่ยน อยากกินเบียร์มากกว่า แกเก็บเงินไว้ส่งค่างวดรถเหอะ มา ฉันขับเอง แกไปนั่งพักเถอะ”

เมื่อช่วยกันเก็บของใส่รถจนเสร็จ เริงเดือนก็เคลื่อนรถออกจากลานจอดของตลาดนัดมุ่งกลับคอนโดที่เธอเองก็ซื้อเอาไว้ห้องหนึ่ง เป็นห้องติดกับลลินภานั่นเอง ปล่อยให้เพื่อนนอนเอนหลับตาพักตามสบายใจ

การได้สลับฉากจากชีวิตจริงของตนเองมาใช้เวลากับลลินภาถือเป็นการชาร์จพลังงานที่หญิงสาวโปรดปรานมาก ถ้าหากเลือกได้เธอก็อยากจะใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายอย่างนี้มากกว่า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป