บทที่ 6 ปะ ฉะ ดะ
นคเรศวิ่งมาถึงลานจอดรถและก็เพิ่งตระหนักว่า เขาไม่มีรถ! เนื่องจากมากับรถของมารดา เห็นทีจะต้องเรียกแท็กซี่เสียแล้ว ขณะกำลังมองหาอยู่ พลันก็มีคนเรียก
“คุณทาวน์คะ คุณป้าให้มาตามค่ะ คุณทาวน์ขา!”
ชายหนุ่มแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินและไม่ยอมหันไปมอง พอดีกับที่มีรถแท็กซี่เอสยูวีคันใหญ่กำลังแล่นตรงมา เขาจึงรีบขยับเท้าไปยืนขวางพร้อมโบก รถเบรกกะทันหันและหยุดกึก! ร่างสูงก็รีบถือโอกาสเปิดประตูขึ้นไปนั่งเบาะผู้โดยสารข้างคนขับอย่างไม่รอช้า
“รีบไปเลยครับ!”
คนขับรถแท็กซี่ดูเหมือนจะตกใจปนไม่แน่ใจแต่ก็รีบออกรถเพราะเสียงบีบแตรไล่จากคันข้างหลัง
“อ่า...” เมื่อออกรถมาได้สักหน่อย คนขับก็เหมือนจะมีอะไรพูดด้วย นคเรศนึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่ได้บอกจุดหมายปลายทาง
“ไปกรุงเทพฯ ครับ ยิงยาวเลยครับลุง”
สั่งเสร็จโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น เมื่อล้วงออกมาดู เห็นว่าเป็นมารดาก็รีบกดรับสาย
“ทาวน์ อยู่ไหนล่ะลูก ตอนนี้พวกเราอยู่ที่ร้านอาหาร...”
เสียงมารดาดูทุกข์ร้อนกับการที่เขาไม่กลับเข้าร่วมคณะเสียที
“อ่า ตอนนี้ผมต้องกลับเข้าคอนโดด่วนครับแม่ พอดีเกิดเหตุที่นั่น เจ้าหน้าที่เพิ่งโทรมาบอก”
“อ้าว ตายจริง เกิดอะไรขึ้น เออๆ งั้นเดี๋ยวเย็นนี้เจอกันที่บ้าน”
นคเรศถอนหายใจโล่งอกเมื่อมารดาเชื่ออย่างง่ายดายเช่นนี้ ชายหนุ่มเก็บโทรศัพท์แล้วเอนร่างพิงเบาะอย่างรู้สึกหายใจคล่องขึ้น
“เอ่อ คือ...” เสียงคนขับแท็กซี่แทรกขึ้นอย่างอึกๆ อักๆ
“อ๋อ ไปแกรนด์ธารินทร์คอนโดเทลครับลุง”
ชายหนุ่มคิดว่าคนขับต้องการทราบสถานที่ให้ชัดเจนจึงบอกไปอีกครั้ง จากนั้นก็หลับตาลงอย่างไม่ได้สนใจอะไรอีก ไม่นานก็ผล็อยหลับไปอย่างง่ายดายเพราะความเหนื่อยล้า
เริงเดือนเอนตัวซุกกับเบาะแถวหลังสุดของรถเจ็ดที่นั่ง ดึงหมวกมาปิดใบหน้า เบ้ปากและทำเสียงหึในลำคอเยาะคนที่กระโจนขึ้นรถอย่างไม่ดูตาม้าตาเรือ
อีตาขี้เก๊กนี่ถูกคนเป็นแม่พกมาโชว์ตัวให้พวกสาวๆ ได้รู้จัก แต่เดินทำหน้าเหมือนอึไม่สุดมีอุจจาระเหลือค้างติดสำไส้ใหญ่อยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่นาทีแรกจนกระทั่งถึงนาทีที่เดินชนกับเธอ
ตอนเห็นเขากระโดดเข้าขวางหน้ารถเธอตกใจมาก ไม่นึกว่าจะบ้าระห่ำขนาดนี้ ดีที่แท็กซี่ตีนไวเหยียบเบรกได้ทัน และที่ตลกก็คือคอนโดที่เขาบอกลุงแท็กซี่นั้น มันคือคอนโดเดียวกันกับที่เธอกำลังจะไปเสียด้วย ไม่รู้ว่าใครกำลังเล่นตลกกับเริงเดือนอยู่!
นคเรศเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่ทราบ มาตื่นอีกทีก็ตอนที่ใครบางคนกระแทกประตูเสียงดังปังจนเขาสะดุ้งโหยงและขวัญปลิวว่อนเพราะกำลังฝันเพลินๆ อยู่ รีบลืมตาขึ้นมาดูอย่างมึนเบลอ
“ถึงแล้วเหรอลุง เอ๊ะ!...”
เบื้องหน้าที่เห็นทำให้นคเรศต้องกะพริบตารัวๆ เพราะนึกว่าเป็นภาพหลอน ไม่ก็ตาฝาดไป แต่ภาพหญิงสาวหุ่นสูงทรงยีนขาสั้นกับเสื้อยืดสีดำที่กำลังเดินบิดตูดบนรองเท้าส้นสูงเหมือนนางแบบนั่นยังคงเป็นภาพชัดเจนใสแจ๋วไม่เลือนหายไปไหน...
แม่นั่นมาที่นี่ได้ยังไงกัน! แถมมาถึงพร้อมเขาอีก!
“ลุง... ผู้หญิงคนนั้นมาจากทางไหน” นคเรศโพล่งถามออกไปอย่างแปลกใจระคนสงสัยใคร่รู้สุดกำลัง ลุงแกหันมายิ้มแห้งๆ ให้
“ก็มาคันเดียวกับคุณนี่แหละครับ แกขึ้นมาก่อนคุณ แหะๆ”
“อะไรนะ... หมายถึงขึ้น...?” เขาหันขวับไปทางเบาะหลัง หัวคิ้วขมวดชนกันยุ่งเหยิงไปหมด
“ครับ แกขึ้นก่อนหน้าคุณนิดเดียวเอง”
นคเรศฟังแล้วก็ถึงกับอึ้งรับประทาน เขาขึ้นรถก็หลับไปในเวลาไม่กี่นาทีโดยไม่ได้มองดูด้านหลังเลย
แล้วทำไมแม่คนนั้นถึงไม่พูดอะไรเลย!
แต่ก็ช่างเถอะ ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องเอามาคิดให้เปลืองหัว แล้วก็แล้วไปเถอะ
“ค่ารถเท่าไรครับ”
“สองคนก็เจ็ดพันครับ คนละสามพันห้า”
“ฮะ? สองคน?” ชายหนุ่มไม่ได้ตกใจราคา แต่ตกใจว่าทำไมต้องสองคน
“ครับ เธอบอกให้เก็บที่คุณครับ... ส่วน..”
“เอาไปครับ”
ลุงแท็กซี่พูดยังไม่ทันจบ เงินแบงก์พันเจ็ดใบก็ถูกส่งมาให้จนเกือบรับแทบไม่ทัน
“อ่า ขะ ขอบคุณมากครับ”
นคเรศกัดฟันกรอดหลังจากควักตังค์จ่ายให้ลุงไปโดยไม่ได้พูดอะไรให้แกเสียเวลา เพราะมันไม่ใช่ความผิดของรถ แต่คนที่แกล้งเขาคือยายตัวแสบที่เดินหายเข้าไปในอาคารนั่นต่างหาก!
พอจ่ายเงินเสร็จก็รีบลงจากรถ ก้าวฉับเข้าไปภายในตึกทันที ชายหนุ่มมุ่งตรงไปยังเคาน์เตอร์
“สวัสดีค่ะคุณทาวน์” พนักงานที่เคาน์เตอร์เอ่ยทักทายอย่างคุ้นเคย เขายิ้มให้เล็กน้อย
“ขอโทษนะครับ คุณผู้หญิงที่ใส่เสื้อสีดำกางเกงขาสั้นที่เพิ่งเดินเข้าลิฟต์ไปนั่น คุณพอจะรู้จักไหม”
“อ๋อ คุณเดียร์เหรอคะ รู้จักค่ะ อ้าว ก็อยู่ชั้นเดียวกับคุณทาวน์นี่คะ”
“อ๋อ โอเค ขอบคุณมากครับ”
นคเรศได้ข้อมูลแล้วก็แปลกใจ เพราะเขาไม่เคยเห็นเจ้าหล่อนมาก่อน แม้ว่าจะไม่ได้พักที่นี่เป็นการถาวร แต่ก็มาค้างบ่อยๆ
แสบไม่ใช่เล่นนะแม่คุณ! ให้เขาออกค่ารถให้หน้าตาเฉย! ถ้าหากจะขอกันดีๆ ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่นคเรศรู้ดีว่าถูกเจ้าหล่อนแกล้งอย่างจงใจ
พักอยู่ฟลอร์เดียวกันใช่ไหม... งั้นดีเลย!
