บทที่ 1 ชอบเธอแล้วเหรอ?
ค่ำคืนนี้เป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ภายในของตระกูลบุญศิริ ตลอดมื้ออาหาร สายตาของชายหนุ่มหลายคนในงานต่างพากันจับจ้องมาที่ลลนาไม่วางตา
ภายใต้ผ้าปูโต๊ะที่ทอดตัวยาว อนันต์แอบยื่นเท้าเข้าไปเกี่ยวลากขาของหญิงสาวแผ่วเบา
ทันทีที่เห็นเธอส่งรอยยิ้มและแสดงท่าทีเป็นมิตรกับชายอื่น ความปรารถนาอันดิบเถื่อนก็พลุ่งพล่านขึ้นมาในอก เขาอยากจะกระชากเสื้อผ้าของลลนาออกให้หมดสิ้นแล้วรังแกเธอให้สมใจอยาก
ลลนาสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ จนส้อมในมือเกือบจะร่วงหล่นลงพื้น
เธอรีบหยัดกายลุกขึ้นพร้อมเอ่ยขอตัวไปห้องน้ำ ทว่าอนันต์กลับสาวเท้าตามเธอขึ้นไปยังชั้นบนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะผลักเธอเข้าไปในห้องและลงกลอนประตูทันที
ลลนาใช้สองมือยันแผงอกกว้างของเขาไว้ ละล่ำละลักบอก "อนันต์ ไม่ได้นะ... ขอร้องล่ะ"
"ฉันจะทำ หรือไม่ทำ เธอคิดว่าเธอมีสิทธิ์ห้ามงั้นเหรอ?"
อนันต์หรี่ตาลงเล็กน้อย นัยน์ตาฉายแววร้ายกาจและเปี่ยมไปด้วยเล่ห์กลยามจับจ้องเธอ
บริเวณแผ่นหลังนวลเนียนของเธอมีไฝสีแดงเม็ดหนึ่งแต้มอยู่ ยามที่เธอก้มหน้าลงต่ำ คอเสื้อจะร่นลงจนเห็นมันรำไร ความวาบหวามนั้นปลุกเร้าให้ออนันต์รู้สึกคอแห้งผากขึ้นมาทันใด
"ท่านประธาน ที่นี่มันไม่..."
"หุบปาก!"
เขาตวาดอย่างรำคาญใจที่เธอบ่นพร่ำไม่เลิก เขาลงมือฉีกทึ้งเสื้อผ้าของเธอจนขาดวิ่น ก่อนจะกดร่างบางให้แนบชิดติดประตูบานใหญ่ แล้วก้มลงกัดฝังเขี้ยวลงบนไฝสีแดงเม็ดนั้นอย่างแรง พร้อมกับโหมกระแทกกระทั้นเข้าใส่เธออย่างรุนแรง
ลลนาตาแดงก่ำ กัดริมฝีปากล่างแน่น พยายามสะกดกลั้นไม่ให้ตัวเองส่งเสียงออกมาแม้แต่นิดเดียว
ทว่าในคราวนี้อนันต์กลับบ้าคลั่งเป็นพิเศษ แรงกระแทกทำให้เธอทั้งมึนงงและไร้เรี่ยวแรง จนเสียงครางแผ่วเบาหลุดออกมาจากริมฝีปากอย่างไม่ตั้งใจ
เมื่อได้ยินเสียงนั้น แทนที่เขาจะปรานี อนันต์กลับยิ่งเกิดอารมณ์พลุ่งพล่าน เขาโถมเข้าใส่เธออีกครั้งและอีกครั้ง
จนกระทั่งความเจ็บปวดสายหนึ่งแล่นพล่านขึ้นมาจากท้องน้อยอย่างรุนแรง ลลนาใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายที่มีผลักดันแผงอกของชายที่อยู่ซ้อนหลังออกไปสุดกำลัง
"อนันต์... ฉันเจ็บ!"
น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยการอ้อนวอน ทว่าอนันต์กลับเมินเฉยราวกับไม่ได้ยิน
สุดท้ายลลนาจึงตัดสินใจฝังเขี้ยวครูดลงบนผิวเนื้อของเขาอย่างสุดแรง
"ซี้ด..."
ความเจ็บปวดที่แล่นริ้วขึ้นมาทำให้สติของอนันต์คืนกลับมาบ้าง เขาก้มมองลลนาด้วยความไม่พอใจ "เธอ!"
ทว่าเพิ่งจะอ้าปากพูดยังไม่ทันจบคำ กลิ่นคาวเลือดโชยเตะจมูก ลลนากำลังใช้สองมือกุมท้องตนเอง ร่างกายคู้ลง ค่อย ๆ ทรุดกายลงไปนอน
เมื่อเหลือบไปเห็นหยาดเลือดสีแดงฉานที่ไหลอาบตามเรียวขาทั้งสองข้างของเธอ อนันต์ก็เดาะลิ้นด้วยความรำคาญ "ประจำเดือนมาเหรอ? วุ่นวายจริง!"
อารมณ์ใคร่ของชายหนุ่มมอดดับลงทันควันเพราะความสกปรกในความคิดของเขา เขาเดินสะบัดหน้าเข้าห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายทันที และเมื่อเดินกลับออกมา ลลนาก็ยังคงนอนคู้กายสั่นเทาอยู่ที่พื้นท่าเดิม
"อนันต์... ฉันปวดท้อง..."
ดวงตาของเธอเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยเพราะความเจ็บปวดที่ยากจะอดกลั้น
อนันต์โยนเสื้อคลุมตัวหนาใส่ร่างเธออย่างเย็นชาและไร้เยื่อใย "ใส่เสื้อผ้าแล้วออกไปทางประตูหลัง อย่าไปรบกวนงานเลี้ยง"
สิ้นคำพูดอันเชือดเฉือน เขาก็หมุนตัวเดินออกจากห้องไป
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไร ลลนาจึงฝืนลุกขึ้นจากความเจ็บปวด สวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วออกจากห้องไปทางประตูหลังอย่างเงียบเชียบ
ยามที่ถูกเข็นออกจากห้องผ่าตัด ลลนายังคงตกอยู่ในอาการช็อก
เธอท้อง แต่ลูกในท้องไม่อยู่แล้ว
เมื่อเห็นสีหน้าเซื่องซึมของเธอ หมอก็ได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ "คู่สามีภรรยาหนุ่มสาวไม่รู้จักข้อห้ามเลย ช่วงต้นตั้งครรภ์แท้งง่ายที่สุด! สามีมาแล้วหรือยัง?"
ลลนาจ้องมองขวดน้ำเกลืออย่างเหม่อลอย แววตาคู่นั้นว่างเปล่า ราวกับไม่ได้ยินคำพูดของหมอเลยแม้แต่น้อย
หญิงสาวเตียงข้าง ๆ รีบหยิบกระเป๋าของเธอมาส่งให้ด้วยความสงสาร "เธอมาโรงพยาบาลตัวคนเดียว ของใช้ต่าง ๆ อยู่ที่ฉัน เธอยัง..."
"ฉันไม่ได้แต่งงาน"
ลลนาเอ่ยขัดเสียงเรียบแห้งผาก ก่อนจะพยายามยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก เอื้อมมืออันสั่นเทาไปรับแบบฟอร์มจากแพทย์มาเขียน
ตัวอักษรที่เพิ่งจรดลงบนกระดาษเปียกชุ่มจนหมึกละลายไปด้วยหยาดน้ำตาที่ร่วงเผาะ เธอจึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าตนเองกำลังร้องไห้...
ลูกของเธอกับอนันต์จากไปแล้ว... เธอควรจะร้องไห้ให้เขาบ้างใช่ไหม ในฐานะแม่ที่ปกป้องลูกไม่ได้เลย
เธอนอนอยู่ในโรงพยาบาลตลอดทั้งวัน นี่เป็นครั้งแรกในรอบสิบปีที่เธอต้องขาดงาน
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงสิบเอ็ดโมงเย็น โทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้นรัว ๆ เป็นสายจากอนันต์...
"ขาดงานทั้งวันพักพอแล้วใช่มั้ย? มาบลูไนต์คลับ"
ปลายสายเต็มไปด้วยเสียงอึกทึกครึกโครม ลลนาแว่วเสียงคนเชิญชวนดื่มเหล้าดังขึ้นไม่ขาดสาย เธอจึงระลึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของชัยวัฒน์ เพื่อนสนิทของอนันต์ ซึ่งตามปกติแล้วเธอจะต้องไปทำหน้าที่ดื่มแทนเขา
ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยปากบอกว่าตนเองกำลังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล น้ำเสียงเย็นเยียบของอนันต์ก็ดังขัดขึ้นมาเสียก่อน "ให้เวลาเธอยี่สิบนาที อย่าให้ฉันต้องพูดครั้งที่สอง"
เสียงสัญญาณตัดสายดังขึ้นอย่างไร้เยื่อใย ลลนารู้ดีว่าเขากำลังเดือดจัดและเธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ
เธอฝืนลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เอ่ยขอยาแก้ปวดจากหมอแล้วจึงก้าวเดินออกจากโรงพยาบาล
ระหว่างทาง เธอรีบแต่งหน้าอย่างลวก ๆ ก่อนจะแวะซื้อกระโปรงตัวหนึ่งจากร้านข้างทางมาเปลี่ยน
ลลนาเป็นคนรูปโฉมงดงามอยู่แล้ว ยามที่แต่งแต้มเครื่องสำอางลงไป กลับยิ่งขับให้เธอดูงดงามอย่างห่างเหิน
เมื่อก้าวเท้าเข้ามาในสถานบันเทิงอันหรูหรา พนักงานต้อนรับก็จำหญิงสาวผู้เลอโฉมคนนี้ได้ทันที "คุณลลนา ประธานรออยู่ห้องส่วนตัว 209"
ลลนาพยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนจะเดินตรงขึ้นไปยังชั้นสอง
ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปในห้องส่วนตัว ร่างของเธอก็ถูกมือหนาฉุดกระชากไปทรุดนั่งข้าง ๆ ทันที พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของอนันต์ที่เอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา "ชัยวัฒน์ เลขาลลนามาแล้ว สาวน้อยแพ้แอลกอฮอล์ อย่าไปรังแกเธอล่ะ"
ชัยวัฒน์สืบเท้าเข้ามาโอบหมับเข้าที่เอวบางของลลนาทันทีอย่างถือวิสาสะ "ลลนา บอกให้มากับฉันนานแล้วเธอไม่ยอม! ดูสิประธานเธอลำเอียงชัด ๆ ไม่ยอมให้แฟนสาวน้อยมาก็เรียกเธอมาเลี้ยงฉันแทน"
"วันนี้วันเกิดฉัน เธอเป็นหนี้หนึ่งแก้ว เธอต้องดื่มสามแก้ว! ไม่งั้นก็ไม่ให้เกียรติฉัน!"
ลลนาหรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อปรับสายตาให้ชินกับแสงไฟสลัวรางภายในห้อง ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือหัวใจของเธอถูกกรีดซ้ำ... หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มคนหนึ่งที่นั่งเบียดกระแซะอยู่ข้างกายอนันต์
เธอจำผู้หญิงคนนี้ได้ดี... ปารมี นักศึกษาฝึกงานคนใหม่ในแผนกเลขานุการนั่นเอง
ปารมีทำท่าทางตื่นตระหนกตกใจ รีบยกสองมือโอบกอดท่อนแขนของอนันต์ไว้แน่น ดวงตาคู่สวยมองตรงมาที่เธอด้วยความเหนียมอายระคนหวาดหวั่น "พี่ลลนาคะ หนูต้องขอโทษด้วยนะคะ พอดีหนูเพิ่งเคยมาเที่ยวสถานที่แบบนี้เป็นครั้งแรก ท่านประธานก็เลยช่วยดูแลหนูนิดหน่อยค่ะ..."
ขอบตาของหล่อนแดงระเรื่อ ดูราวกับลูกกระต่ายตัวน้อย ๆ ที่กำลังถูกรังแก กระตุ้นสัญชาตญาณให้บุรุษเพศอยากเข้าปกป้องเหลือเกิน
อนันต์โอบกระชับร่างเล็กนั้นเข้าสู่อ้อมอกพลางเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "เธอไม่ได้ทำผิดอะไร เธอเป็นเลขา งานพวกนี้เป็นหน้าที่ของเธอ เอาน่า อย่ากลัวเลย"
ลลนาสับสนไปชั่วขณะ ราวกับไม่เคยได้ยินอนันต์พูดกับเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเช่นนี้มาก่อน
คนข้าง ๆ ก็ได้ยินความลำเอียงของอนันต์ที่มีต่อสาวน้อย จึงต่างปลอบใจเธอ ปารมีก็ยังคงมองลลนาด้วยความกลัว เหมือนไม่เข้าใจอะไรจริง ๆ
ลลนาก้มหน้าลงต่ำ ในใจประจักษ์แจ้งถึงความจริงอันโหดร้ายทุกอย่างแล้ว
งานวันเกิดชัยวัฒน์มีคนในวงสังคมชั้นสูงมาร่วม อนันต์พาสาวน้อยมาแล้วดูแลอย่างใส่ใจ นี่คือการเตือนทุกคนว่าสาวน้อยคนนี้เป็นคนสำคัญในใจเขา
ส่วนเธอ... ลลนา ก็เป็นเพียงแค่เลขาที่ถูกเรียกมาดื่มเหล้าแทนเท่านั้น
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอยื่นมือไปรับแก้วเหล้ามาจากมือของชัยวัฒน์ "คุณชัยวัฒน์ สุขสันต์วันเกิด แก้วนี้ฉันขอแสดงความยินดี"
การดื่มแอลกอฮอล์ในวันที่เพิ่งแท้งลูกมาหมาด ๆ... เธอช่างไม่รักชีวิตตัวเองเลยจริง ๆ
ทว่าอนันต์ยังคงนั่งนิ่งเฉยด้วยสีหน้าเย็นชา สายตาคมปลาบจับจ้องมองเธอละเลียดดื่มเหล้าเข้าไปทีละแก้ว ๆ โดยไม่มีแม้แต่คำพูดเดียวที่จะเอ่ยปากช่วยเหลือหรือปกป้องเธอเลยสักคำ
จนกระทั่งในที่สุด ไม่รู้ว่าปารมีพูดอะไรกับเขา อนันต์ก็หยัดกายลุกขึ้นยืนทันที "ขอโทษ สาวน้อยง่วงแล้ว ฉันจะส่งเธอกลับก่อน"
กลุ่มเพื่อนพากันโห่ฮาและก่นด่าเขาว่าเห็นแก่ผู้หญิงลืมเพื่อน เขาเพียงแค่หัวเราะและโบกมือลา โดยไม่ได้หันกลับมามองลลนาเลยแม้แต่ครั้งเดียว
กระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงตีสาม ลลนาจึงเดินโซซัดโซเซออกจากบาร์มาด้วยความมึนเมา
เพิ่งออกมาก็เห็นรถของอนันต์จอดอยู่หน้าประตู เธอเปิดประตูล้มลงที่เบาะหลังแล้วหลับไป
งุนงง ๆ เธอรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนของผู้ชายโถมเข้ามา มือหยาบกร้านคู่หนึ่งลูบคลำร่างกายเธออย่างต่อเนื่อง
ลลนาได้สติสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันควัน ยามสัมผัสได้ถึงความต้องการส่วนล่างของอนันต์ที่กำลังบดเบียดเข้ามา เธอพยายามดิ้นรนขัดขืนอย่างสุดกำลัง ทว่าในวินาทีต่อมา สองมือของเธอกลับถูกรวบขึ้นไปเหนือศีรษะ และถูกมัดไว้แน่นด้วยเนกไท
อนันต์ใช้ท่อนแขนแกร่งโอบรัดเอวบางของเธอไว้แน่น ก่อนจะซุกไซ้ระดมจูบลงบนทรวงอกของเธออย่างบ้าคลั่ง
ยามที่หวนระลึกถึงภาพที่ชัยวัฒน์เคยใช้มือโอบเอวของเธอ อนันต์ก็เกิดความหึงหวงจนหน้ามืดตามัว เขาอ้าปากกัดลงบนผิวเนื้ออ่อนบริเวณเอวของเธออย่างแรง
"โอ๊ย! อนันต์! คุณมันบ้าไปแล้ว!"
ลลนาเจ็บจนน้ำตารื้นไหลอาบแก้มทันที อนันต์เหยียดยิ้มหยันพลางเอื้อมมือไปปลดเข็มขัดของตนเองแล้วดึงกระโปรงของเธอขึ้น
ทว่าเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นกางเกงชั้นใน เขาก็สบถออกมาเบา ๆ นี่เขาลืมเรื่องราวเมื่อตอนเย็นไปแล้วงั้นเหรอ?
ลลนารีบหยัดกายลุกขึ้นพิงประตูรถพลางแกะเนกไทออกจากข้อมืออย่างรวดเร็ว ใบหน้ายังคงแดงซ่านด้วยความโกรธระคนอับอาย ไม่เข้าใจว่าเขาจะคุ้มดีคุ้มร้ายอะไรขึ้นมาอีก
เมื่อมองเห็นความต้องการส่วนล่างของเขาที่พร้อมจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ ภาพดวงตาอันใสซื่อบริสุทธิ์ของปารมีก็ผุดขึ้นมาในหัว หญิงสาวจึงเอ่ยถามออกไปด้วยแรงประชดประชัน "ทำไมไม่ไปค้างคืนที่เธอ?"
"เธอยังเด็ก ไม่เหมาะกับเรื่องแบบนี้"
อนันต์ใช้มือหนาเชยคามนของลลนาขึ้นมา นิ้วหัวแม่มือลูบไล้เรียวปากที่ถูกเขากัดจนเจ่อช้ำไปมา
ลนาสะอื้นไห้จนพูดไม่ออก ยอมให้เธอมาดื่มเหล้าแทนแทบตาย แต่กลับทะนุถนอมปารมีไม่ยอมให้แตะต้องแม้แต่นิดเดียว
เธอรวบรวมเรี่ยวแรงเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "หลงรักเธอแล้วเหรอ?"
"อืม"
เธอไม่แน่ใจว่าอนันต์เพียงแค่ขานรับในลำคอด้วยความรำคาญ หรือกำลังยอมรับความจริงข้อนั้นอยู่กันแน่ ทว่าในวินาทีต่อมา ร่างของเธอก็ถูกมือหนากดศีรษะลงต่ำให้แนบชิดอยู่ตรงระหว่างขาของเขา
"ในเมื่อข้างล่างมันไม่สะดวก... งั้นก็ใช้ข้างบนแทนแล้วกัน"
