บทที่ 4 คนของฉัน
เมื่ออนันต์มาถึงห้องโถงใหญ่ ก็พบปารมีกำลังกล่าวขอโทษด้วยดวงตาแดงก่ำ
"ขอโทษค่ะ คุณคะ หนูแพ้แอลกอฮอล์เลยดื่มไม่ได้จริง ๆ หนูไม่ได้ตั้งใจค่ะ"
เธอถูกผู้คนล้อมไว้ตรงกลาง ท่าทางเหมือนกระต่ายตัวน้อยที่กำลังตื่นตระหนก น้ำตาที่รินไหลเป็นสายทำให้เธอดูน่าสงสารจับใจ
และตรงหน้าเธอก็คือหมาป่าดุร้าย ธีระวัชในชุดสูทราคาแพงถูกไวน์แดงสาดใส่ ทำเอาเขาโกรธจนหน้าดำหน้าแดง
"คนของบริษัทบุญศิรินี่เก่งจริง ๆ เลยนะ"
"นั่นแหละ เพราะเป็นคนของฉัน"
อนันต์เดินเข้าไปหาแล้วดึงปารมีเข้ามาไว้ในอ้อมกอด
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องพักเมื่อครู่ เขาก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบขึ้หน้าธีระวัชมากขึ้นไปอีก
"ท่านประธานทำตัวเป็นฮีโร่ช่วยสาวงามทุกครั้งเลยเหรอครับ เก่งจริง ๆ"
"คุณธีระวัช ผมต้องขอโทษด้วยครับ เด็กคนนี้ไม่ค่อยสบาย ผมจะพาเธอกลับก่อน"
อนันต์ปรายตามองลลนาที่เพิ่งรีบวิ่งเข้ามา "เธอไปขอโทษคุณธีระวัชแทนซะ"
ปารมีหยุดร้องไห้ได้ในที่สุด ก่อนจะถามด้วยความลังเลใจ "มันจะไม่เหมาะสมหรือเปล่าคะ ฉันกลับเองได้ค่ะ"
ลลนาที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่มองส่งอนันต์ที่พาปารมีเดินจากไป
อนันต์ไม่ได้หันมามองเธอเลยสักนิด ทว่าสายตาของคนอื่น ๆ กลับเปลี่ยนเป้าหมายมาจับจ้องที่เธอ
ธีระวัชเปิดปากเหยียดหยัน "คุณลลนา ท่านประธานนี่ใจดีกับสาวน้อยคนนั้นจริง ๆ นะ ว่ามั้ย"
สายตาของคนรอบข้างที่มองลลนาเริ่มเปลี่ยนไป
ในแวดวงสังคมต่างรู้ดีถึงความสัมพันธ์ระหว่างอนันต์กับลลนา แต่วันนี้อนันต์กลับพาหญิงสาวคนอื่นมา ซ้ำยังเอาใจใส่ถึงเพียงนั้น ใคร ๆ ก็มองออกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ลลนาไม่ได้ตอบ เพียงแต่ยิ้มรับผ้าขนหนูจากพนักงานเสิร์ฟ แล้วบรรจงเช็ดสูทให้ธีระวัชอย่างระมัดระวัง
ธีระวัชก้มมองหน้าอกอวบอิ่มของเธอที่เห็นเด่นชัดภายใต้ชุดที่สวมใส่ มันทำให้เขารู้สึกเร่าร้อนขึ้นมาทันที
"ลลนา เธอไม่จำเป็นต้องไปติดตามเขาเลย เธอควรรู้ว่าตัวเองมีทางเลือกมากมาย"
เขาถือวิสาสะคว้าข้อมือของลลนามาลูบไล้ไปมา
ลลนาดึงมือกลับพลางยิ้มตอบ "ก็ไม่ใช่ว่าจะติดตามใครมั่ว ๆ ก็ได้ ใช่มั้ยคะ"
คืนนี้ลลนาดื่มหนักกว่าปกติ
เมื่อคนรอบข้างเห็นว่าเธอไม่มีอนันต์คอยสนับสนุน จึงเริ่มบีบบังคับให้เธอร่วมวงดื่มอย่างเลี่ยงไม่ได้
จนกระทั่งตีสองเธอถึงได้กลับถึงบ้าน
ทันทีที่เปิดประตูบ้าน เธอก็เห็นใครบางคนนั่งรออยู่ในห้องรับแขก
ลลนาถอดรองเท้าส้นสูงออก แล้วเดินตรงไปนั่งข้าง ๆ ชายคนนั้น "ฉันเหนื่อยมากเลยค่ะ"
เธอได้กลิ่นหวานของสตรอเบอร์รี่ติดอยู่บนตัวอนันต์ ซึ่งเป็นกลิ่นที่แตกต่างจากกลิ่นของเขาโดยสิ้นเชิง... นั่นคือกลิ่นของปารมี
ลลนาสร่างเมาไปครึ่งหนึ่ง ลุกพรวดขึ้นยืนทันที "พาเลขาปารมีกลับบ้านแล้วเหรอ"
อนันต์เงยหน้ามองเธอ ดวงตาเรียบเฉยไร้อารมณ์
"เธอยังเด็ก ไม่รู้อะไรเลย"
"อืม 'ไม่รู้อะไรเลย' จริง ๆ ค่ะ" ลลนาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่เปลี่ยนแปลง "แล้วจะให้เธออยู่กับคุณนานแค่ไหน? สามเดือน?"
อนันต์เปลี่ยนแฟนสาวคนแล้วคนเล่า คนที่อยู่นานที่สุดก็ไม่เกินสามเดือน
"เธอไม่เหมือนใคร"
อนันต์ถอนหายใจ "เธอสอนงานเด็กคนนั้นหน่อยสิ อย่าให้เธอรู้สึกว่าตัวเองแย่เลย"
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเอ็นดู และความหนักใจ
ลลนามองตาเขาอย่างสงบ "หลงรักเธอจริง ๆ เหรอ"
น้ำเสียงของอนันต์เข้มขึ้น เต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม "ใช่ อยากคบกันแบบจริงจังสักครั้ง เธอเชื่อฟังดี"
ลลนาพยักหน้าช้า ๆ "งั้นก็ดี"
เธอติดตามเขามาสิบปี เขาคงจะเบื่อเธอแล้วจริง ๆ
"แล้วคืนนี้คุณจะค้างไหม" เสียงของลลนายังคงเย็นชาไร้อารมณ์ใด ๆ
"ช่างเถอะ"
อนันต์ลุกขึ้นจากไปทันที
ลลนาอยากถามว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาจะจบลงแล้วใช่ไหม แต่สิ่งที่เหลือให้เธอมีเพียงเสียงปิดประตูดังสนั่น
วันรุ่งขึ้นเมื่อมาถึงบริษัท ปารมีก็นั่งอยู่ที่โต๊ะตำแหน่งกลางเสียแล้ว
เมื่อเห็นลลนาเดินเข้ามา เธอก็รีบลุกขึ้นด้วยความกังวล "พี่ลลนาคะ ขอโทษด้วยนะคะสำหรับที่นั่งของพี่ แต่ท่านประธานบอกให้ฉันมานั่งตรงนี้ "
แก้มของเธอแดงก่ำ มองลลนาด้วยความไม่สบายใจ
ลลนารู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที นี่เธอเป็นแม่มดใจร้ายกินคนหรืออย่างไร ปารมีถึงได้ดูหวาดกลัวขนาดนั้น
"ทำงานเถอะ"
ลลนาเลี่ยงไปนั่งที่มุมห้อง ตลอดทั้งเช้ามีคนจากแผนกเลขาฯ แวะเวียนมาไม่ขาดสาย ทุกคนสังเกตเห็นว่าปารมีเปลี่ยนที่นั่ง
เรื่องนี้จึงแพร่กระจายในกรุ๊ปงานอย่างรวดเร็ว ซึ่งลลนาก็เห็นการพูดคุยของทุกคน แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้ตอบกลับ
ช่วงพักเที่ยง ปารมีถือกล่องข้าวเข้าไปในออฟฟิศของอนันต์ ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันข้างในนานกว่าชั่วโมง และจะได้ยินเสียงหัวเราะเขินอายของปารมีดังลอดออกมาเป็นระยะ ๆ
จนกระทั่งปารมีออกมา ลลนาถึงลุกขึ้นเข้าไปในออฟฟิศประธาน "ท่านประธานคะ วันนี้คุณนัดพบคุณคณเดช รถเตรียมไว้พร้อมแล้วค่ะ"
"ท่านประธานคะ หนูสั่งชานมรสสตรอว์เบอร์รี... ขอโทษค่ะ"
ปารมีที่เพิ่งเดินออกไปย้อนกลับเข้ามาอีกครั้ง เมื่อเห็นลลนา เธอก็แสดงท่าทางหวาดกลัวขึ้นมาอีกรอบ
"รู้แล้ว" อนันต์ชี้ไปที่ปารมี "เธอไปด้วย เอาเอกสารทั้งหมดให้เธอ"
ลลนาขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วพยักหน้า "บ่ายโมงครึ่งยังมีประชุมแผนก"
อนันต์ไม่ได้พูดอะไรมาก ลุกขึ้นหยิบเอกสารจากมือเธอส่งให้ปารมี แล้วทั้งสองคนก็เดินจากไปด้วยกัน
ทว่าจนกระทั่งเริ่มการประชุม อนันต์ก็ยังไม่ปรากฏตัว
ลลนาต้องคอยรับหน้าผู้จัดการหลายคนที่มานั่งรอ พยายามโทรหาอนันต์ไม่หยุด
จนกระทั่งครั้งที่สามจึงมีคนรับสาย แต่นั่นกลับเป็นเสียงของปารมี
[ค่ะพี่ลลนา มีอะไรเหรอคะ]
"ท่านประธานอยู่ไหน"
ปารมีพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนจะร้องไห้ [ฉันไม่ระวังโดนกระดาษบาดมือ ท่านประธานเลยพาฉันมาโรงพยาบาล เขากำลังไปรับยา]
ลลนามองเอกสารบนโต๊ะ "เป็นอะไรมากมั้ย"
ปารมีเงียบไปครู่หนึ่ง พูดเสียงอ่อยว่า [ท่านประธานบอกว่าอาการค่อนข้างหนักค่ะพี่]
น้ำเสียงและตัวตนของเธอดูบอบบางน่าทะนุถนอมเหมือนเด็กตัวเล็ก ๆ จริง ๆ
ยังไม่ทันที่ลลนาจะได้พูดอะไรต่อ ปลายสายก็เปลี่ยนคนถืออย่างกะทันหัน
[ยกเลิกการประชุม เธอจัดการได้เลย ฉันมีเรื่องสำคัญต้องทำ]
พูดจบอนันต์ก็วางสาย
ลลนารู้สึกปวดหัวเมื่อมองไปยังเหล่าผู้จัดการในห้องประชุม
หลังจากจัดการอธิบายทุกอย่างด้วยความยากลำบาก สายจากอนันต์ก็โทรเข้ามาอีกครั้ง
[ฝั่งคุณคณเดชน่ะ เธอไปหาหน่อยสิ] เสียงของเขามีความหงุดหงิดเล็กน้อย
"พวกคุณไม่ได้ไปหาเขามาหรอกเหรอคะ"
ลลนารู้สึกว่าขมับเต้นตุบ ๆ อารมณ์บางอย่างกำลังพุ่งพล่านจนแทบจะกดไว้ไม่อยู่แล้ว
[ปารมีบาดเจ็บ]
เสียงของเขาเงียบไปครู่หนึ่ง [ต่อไปในออฟฟิศห้ามใช้กระดาษและแฟ้มเอกสารที่แหลมคมแบบนี้]
[ตู๊ด ๆ ๆ ๆ] เมื่อถูกตัดสาย ลลนาพลันรู้สึกอยากจะสบถออกมาแต่ก็พูดไม่ออก
เธอเร่งพิมพ์เอกสารข้อมูล แล้วรีบรุดไปบริษัทอรุณใจทันที
สายไปสองชั่วโมง อีกฝ่ายหมดความอดทนไปตั้งนานแล้ว ไม่ยอมให้เธอเข้าพบและไล่เธอกลับไป
ระหว่างทางกลับ ลลนาหลับตาลงตลอดทาง พยายามกดข่มความโกรธไว้ในใจ
เมื่อกลับมาถึงออฟฟิศ เธอก็เห็นปารมีกำลังแจกขนมให้ทุกคน
"นี่ฉันกับท่านประธานซื้อมาระหว่างทาง อยากให้ทุกคนลองชิมค่ะ อร่อยมากเลยนะคะ"
นั่นคือขนมหวานคลาสสิกของโรงแรมห้าดาว ปกติต้องจองล่วงหน้าถึงจะซื้อได้ ราคาก็แพงหูฉี่
เมื่อเห็นลลนา ปารมีก็รีบยื่นมูสสตรอว์เบอร์รีให้ชิ้นหนึ่ง
"พี่ลลนาคะ ฉันเก็บไว้ให้พี่เป็นพิเศษเลยนะ อันนี้อร่อยที่สุดเลยค่ะ"
สายตาของลลนาจับจ้องไปที่ปลาสเตอร์สตรอว์เบอร์รีที่พันอยู่ที่นิ้วชี้ของคนตรงหน้า
'บาดเจ็บหนักจริง ๆ...'
ทันใดนั้น ประตูออฟฟิศก็ถูกเปิดออก อนันต์เดินเข้ามาหาลลนาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
"ไม่ใช่ให้ไปพบคุณคณเดชเหรอ ทำไมยังไม่ไปอีก?"
