บทที่ 8 เดวิด เทรเวอร์ lllll
“ขอให้อัยย์มาทำงานด้วยก็สิ้นเรื่อง มันจะได้ไม่งี่เง่าใส่”
“เอิร์ธยังไม่อยากให้อัยย์ทำงานน่ะครับอาเดฟ ยิ่งท้องแบบนี้ ก็ยิ่งยากเข้าไปใหญ่”
“แล้วแกกับอิงสองคนจะไหวไหม?” เดวิดถามหลานชาย
“ไหวครับ อีกเดี๋ยวเอิร์ธก็คงดีขึ้นนั่นแหละ”
“แต่กว่าจะดีขึ้นแกกับเมียก็คงปวดหัวอีกนานสองนาน”
คนเป็นอาพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เขาเองก็ไม่เข้าใจภาวะที่อติคุณเป็นอยู่สักเท่าไหร่ เคยได้ยินว่าอารมณ์แปรปรวนขึ้นลงได้ง่ายกว่าคนทั่วไป ในบางรายก็แพ้มากเหมือนคนที่เป็นฝ่ายอุ้มท้อง
“อาไม่เคยมีลูก ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ ไม่รู้ว่าจะให้คำแนะนำยังไงดี”
“แด๊ดบอกว่าอีกไม่นานเดี๋ยวก็หายไปเอง”
“งั้นก็อาจจะจริงตามที่พี่มาร์คว่า ทนเอาหน่อยแล้วกัน”
“แต่ถ้าทนไม่ไหวจริงๆ ผมคงต้องหาเลขาใหม่ให้น้อง หรือไม่ก็คงต้องเรียกคุณหยดกลับมาทำงานที่นี่เหมือนเดิม”
ไม่ได้!
เดวิดเอ่ยค้านอยู่ในใจ จะยอมให้โอบนิธิดึงหยดเทียนกลับมาไม่ได้ ไม่ได้อย่างเด็ดขาดเลยด้วย!
“ได้ยินอัยย์บอกว่า เขาไปทำงานที่บริษัทอาใช่ไหม?”
“ครับ...แด๊ดกับลุงไมค์เป็นคนเสนอ”
“ทำไมล่ะ?” คนถามนึกสงสัย
“แด๊ดบอกว่าหยดทำงานกับเรามานาน รู้ระบบและรู้ว่าควรจะจัดการกับปัญหาเก่าๆ ของที่นั่นได้ยังไง ตอนแรกผมก็ไม่มั่นใจว่าเธอจะทำได้ แต่ที่ผ่านมาร่วมสามเดือนนี้ ก็ถือว่าดีขึ้นมาก”
“ไม่เห็นเล่าให้อาฟัง”
“โธ่! แค่ชื่อบริษัทอายังจำไม่ได้เลยมั้ง จะให้ผมเล่าอะไร?”
ก็ถูกอย่างที่หลานว่ามา เขาลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ามีบริษัทนี้อยู่ในรายชื่อทรัพย์สินของตัวเองน่ะ
“แต่อากลับมาบริหารเองก็ดีนะครับ ผมจะได้ดึงเขากลับมา”
“จะหาเลขาคนใหม่ให้อางั้นเหรอ?”
“แล้วท่านประธานว่ายังไงล่ะครับ ผมจะได้จัดการให้”
เดวิดเงียบไปอึดใจใหญ่ ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร แต่คนที่จับตาดูผู้เป็นอาอยู่นั้นกลับยกยิ้มพึงใจ
“อา...ขอยืมตัวไว้ช่วยงานก่อนได้ไหม”
“นี่อาเดฟหมายถึง?” โอบนิธิแกล้งถาม
“ขอยืมตัวเลขาคนนี้ไว้ก่อน อยากทำงานกับเขาอีกครั้งน่ะ”
“เหตุผลมีแค่นี้จริงๆ ใช่ไหมครับ?” คนพูดยกยิ้ม
นึกถึงทุกคำพูดที่เดวิดเคยเปรยถึงเจ้าหล่อนหลังจากบังเอิญพบกันที่ถนนในเย็นวันหนึ่งผุดขึ้นในความทรงจำ โชคดีที่วันนั้นเขายังไม่ได้เล่าอะไรมาก เพราะถูกบิดาสั่งเบรกเอาไว้
ทีแรกโอบนิธิก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมท่านถึงขอว่าไม่ให้พูด จนได้เห็นกับตาว่าเดวิดมีท่าทางอย่างไรในขณะที่เอ่ยถามถึงหยดเทียน ก็ทำให้เขาเดาได้ ว่าคนทั้งคู่คงมีบางสิ่งที่เกี่ยวพันกัน
สงสัยข่าวลือที่ว่าอาเดฟเคยมีแฟนที่บริษัทนั่น คงไม่ใช่ข่าวที่พูดกันลอยๆ อย่างที่พนักงานเก่าๆ เคยเล่าให้ฟังแล้วล่ะมั้ง!
“ตอบมาสิครับ ว่าแค่เรื่องงานจริงๆ ใช่ไหม?”
“อะไรของแกอีกไอ้โอบ?”
“ผมแค่ถามอาเดฟเฉยๆ ว่าจะดึงตัวหยดเทียนไว้แค่เรื่องงานแค่นั้นใช่ไหม?” คนเป็นหลานยิ้มกริ่ม
“นี่ใครเล่าอะไรให้ฟัง ถึงได้กล้าถามอาแบบนี้”
คนที่รู้ดีว่าตัวเองมีชนักติดหลังเอ่ยถาม พลางพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เมื่อหลานชายบุ้ยปากไปยังภาพขนาดใหญ่ที่ถูกแขวนไว้บนผนังห้องอย่างสวยงาม
บางครั้ง…เขาก็นึกอยากเตะพี่ชายเหมือนกันแฮะ!
“พ่อแกเล่าอะไรให้ฟัง!”
“ไม่ได้เล่า แต่ทำตัวน่าสงสัยจนผมต้องรีบหาข้อมูลต่างหาก”
“หมายความว่ายังไง!”
“วันที่อาโทรมาถามผมว่าได้ติดต่อกับหยดเทียนไหม แด๊ดขอไว้ว่าไม่ให้พูด ผมก็เลยแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินอา แล้ววันนั้นไออุ่นก็ร้องไห้ขึ้นมาพอดี ผมก็เลยรีบกดตัดสายไป”
“ไอ้โอบ ไอ้หลานเวร!” เดวิดว่าอย่างไม่จริงจังนัก
“ผมนึกว่าอาจะเลิกถาม แต่หลังจากนั้นอีกหลายครั้งอาก็พูดถึงเธอให้ฟัง ถามผมด้วยว่าจำเธอได้หรือเปล่า เพราะอาคิดว่าหยดลาออกไปแล้ว ผมพยายามสังเกตดู ก็เลยรู้ว่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้นระหว่างอากับเขาแน่ๆ”
เดวิดรู้ว่าหลานเป็นคนฉลาด แต่ไม่คิดว่ามันจะฉลาดเป็นกรดกับเขาผู้เป็นต้นแบบในชีวิตหลานแบบนี้!
“ผมก็เลยไปถามคุณสิชล พนักงานเก่าแก่ที่เคยทำงานกับอา หลอกถามหลายอย่างแต่เขาก็ไม่ยอมพูดเลยสักนิด”
“แล้วแก...”
“แต่เพราะว่าไม่พูดนั่นแหละ ผมถึงเดาได้”
“เดาได้ว่ายังไง แกคิดเองเออเองหรือเปล่า?”
“ผมเดาได้ว่าอากับหยดต้องเคยรักกันมาก่อน เพราะหลายปีก่อนอาเคยพูดกับผมว่าอยากแต่งงาน”
ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ แม้แต่เดวิดเองก็ไม่กล้าพูดหรือแม้แต่จะค้านออกมาตรงๆ
“มีข่าวลือที่พนักงานเก่าแก่พูดกัน ว่าอาเดฟเคยคบกับเลขา แต่ว่าคุณย่าไม่ปลื้มก็เลยต้องเลิกคบกันไป” โอบนิธิเห็นว่าผู้เป็นอาไม่พูดอะไรออกมา จึงพูดต่อ “พอลองปะติดปะต่อข้อมูลดู ก็ทำให้ผมนึกถึง ‘แม่คนนั้น’ ขึ้นมาได้ เรื่องของอาก็เลยต้องจบลงแบบนี้”
“ข้อมูลกับการคาดเดาแม่นยำดีนี่!”
“อายังรักเขาอยู่ใช่ไหมครับ หลายปีที่ผ่านมานี้ถึงไม่มีใคร”
“ที่สุดของหัวใจ” เขาไม่อธิบายสิ่งใดมากไปกว่านั้น
“งั้นผมคิดว่าอาเดฟควรรีบไปตามหาหัวใจเสียที”
นามบัตรใบหนึ่งที่โอบนิธิพกติดตัวไว้ถูกยื่นมาตรงหน้า ก่อนจะถูกผู้เป็นอาคว้าเอาไว้พร้อมกับจากไปในทันที
