บทที่ 6 แม่ครัวคนงาม
เช้าวันต่อมาชายหนุ่มมาเยือนบ้านของช่อเอื้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขามั่นใจว่าจะไม่เห็นวิญญาณหรือสิ่งเร้นลับอีกแน่ๆ เพราะเจ้าตัวมาพร้อมพระห้อยคอองค์เบอเริ่มที่ไปเช่ามาจากตลาดพระเมื่อวานตอนค่ำ
ขายาวๆ ก้าวลงจากรถส่วนบุคคลที่เรียกมารับตามแอพพลิเคชันทางโทรศัพท์ สายตาสอดส่องเข้าไปในบริเวณบ้านก็เห็นแต่ความเงียบและหมอกจางๆ ปกคลุม ฤดูหนาวของเมืองเหนือกว่าแดดจะทะลุม่านหมอกออกมาได้ก็เกือบเที่ยง
ครืดดดดดดดด
ประตูรั้วบานใหญ่เลื่อนเปิดต้อนรับอีกครั้ง แถมรอบนี้ก็ไม่มีคนมาเปิดเหมือนเดิม
' ไม่ใช่หรอกน่า...คุณยายคงไม่มาแต่เช้าหรอกมั้ง '
ก่อนจะยกเท้าก้าวเข้าสู่บริเวณบ้าน ร่างสูงควักสร้อยพระกรอบหนาองค์ดังออกมาจากอกเสื้อ พนมมือพึมพำด้วยใจที่เต้นระส่ำ
' ผมมาดีนะครับ เอ่อ...และผมก็คนดีนะครับ'
บอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางเสร็จก็สบายใจ พอดีกับแม่บ้านที่กำลังเดินตรงมาเชิญเข้าไปในบ้าน หากเขามองขึ้นไปชั้นสอง จะเห็นร่างเลือนรางสวมชุดพื้นเมืองยืนยิ้มอยู่ตรงบานหน้าต่างมุมร่มรื่น
วันต่อมา
ร่างสูงสง่าของดินกำลังเซ็ตผมอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ เย็นนี้ช่วงสี่โมงเขาได้ตอบตกลงเข้าบรรยายเกี่ยวกับกฎหมายให้แก่คณะนิติศาสตร์มอดัง มือใหญ่ฉีดน้ำหอมเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนจะหยิบแฟลชไดร์ฟและกุญแจรถแล้วเดินออกจากห้อง
กว่าจะจบหัวข้อบรรยายก็เกินเวลามาเกือบครึ่งชั่วโมง บ้างก็ยกมือถามเรื่องที่สงสัย บางก็ยกมือถามเรื่องส่วนตัวบ้าง ไอ่เค้ามันก็มีมนุษยสัมพันธ์ดีคารมคมคายก็ละลายพฤติกรรมกันไป สาวๆ นักศึกษานี่แซวกันใหญ่ก่อนจะบอกลาเป็นครั้งสุดท้าย
พอหมดคาบสุดท้ายฉันรีบเก็บหนังสือใส่กระเป๋าแล้วตรงมาที่ลิฟต์ วันนี้ขมิ้นไม่มาเรียนเห็นบอกว่ากลับบ้านต่างจังหวัดด่วน มันไม่อยู่ก็แอบเหงาปากนะ ออกจากลิฟต์ได้ก็สับเท้าไปที่จอดรถที่เหลือแค่สองสามคัน แต่ตอนนี้ทั้งลานมีแต่ฉันคนเดียว
มือบางควานหากุญแจแล้วปลดล็อก กำลังจะเปิดประตูก็มีเสียงใหญ่ทักมาจากด้านหลัง
" สวัสดีครับ " ฉันหันไปมอง อีตานี่อีกแล้ว!
" ค่ะ " ค่ะแล้วก็กลับมาเปิดประตูเตรียมเข้าไปนั่งแต่ก็ช้ากว่าคนขายาว
" เดี๋ยวคุณ " มือใหญ่จับบานประตูไว้แล้วดันปิด ปึง! ไว้เหมือนเดิม
ไอ่บ้านี่อะไรเนี่ย!
อยู่ดีๆ มาปิดประตูรถคนอื่นหน้าด้านๆ
" อะไรของคุณ! " เสียงหวานเจื่อหงุดหงิด จ้องหน้าคนตรงข้ามตาขวาง
เขาไม่ได้อ้าปากโต้อะไร แต่กลับใช้สายตาคมๆนั่นแลไปอีกทางเหมือนสื่ออะไรบางอย่าง
" ไปรถผมไหม ไหนๆ เราก็ทางเดียวกันอยู่แล้ว " ฉันยืนใช้ความคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะพยักหน้าตกลงแล้วเดินตามเขาไป เราเดินแค่สองสามก้าวเขาก็ปลดล็อกประตูรถ อ่าว! จอดรถใกล้ๆ กันนี่หว่า
รถยุโรปสี่ประตูคันหรูเลื่อนออกจากมหาวิทยาลัยจนลับสายตาสองนักศึกษาหนุ่มที่แอบอยู่มุมเสาในเงามืด
" คุณมาทำอะไรที่นี่อะ " ฉันเปิดบทสนทนา ไหนๆ ก็ขึ้นรถเขามาแล้วนี่เนอะ
" ผมมาทำงาน " ทำงาน? เป็นอาจารย์?
" ผมเป็นทนายมาบรรยายเกี่ยวกับกฎหมายให้เด็กๆ ฟังน่ะ " อ่อ...อย่างนี้นี่เอง ฉันคว่ำปากพยักหน้าเข้าใจ ภาพที่เขาเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมผู้หญิงยังจำติดตา
" แล้วเพื่อนไปไหน ทำไมกลับคนเดียว " ตาคมยังคงจ้องถนน แต่ปากหนาก็ชวนคุยไม่ให้อึดอัด
" วันนี้ขมิ้นไม่มา "
" สรุปคลิปที่ผมส่งให้ ได้เรื่องอะไรบ้าง "
" ยังไม่ถึงเวลาหรอก แต่เก็บไว้แล้ว " แล้วบทสนทนาก็เดดแอร์ไปชั่วขณะ ต่างคนต่างมองตรงแต่ภายในอกกลับเต้นแปลกๆ
สุดท้ายก็เป็นเขาที่ทำลายความใจสั่นนี้ " วันนี้ผมช่วยคุณอีกแล้ว " อะไรของเขา จะทวงบุญคุณว่างั้น!?
" ขอบคุณค่ะ แล้วตกลงอยากได้อะไรเป็นการตอบแทน คิดออกรึยัง " ฉันหันหน้าไปมองเสี้ยวหน้าคมของคนข้างๆ เป็นครั้งแรกที่จ้องหน้าผู้ชายนานๆ ระยะชิดใกล้ขนาดนี้
ผู้ชายอะไรผิวขาวเกลี้ยงยังกับผู้หญิง จมูกเป็นสันโด่งสวยรับรูปหน้า ปากกระจับพอดีสีชมพูเข้ม ไหนจะกรามทรงสวยที่เข้ากับลำคอหนากับลูกกระเดือกยามกลืนน้ำลายนั่นอีก
หล่อ..หล่อมาก
" ว่าไง คุณโอเคปะ " หื้อ!? อะไร โอเคอะไร!?
แล้วเขาก็หันหน้าหล่อๆ มาระหว่างที่รถติดไฟแดง " เมื่อกี้คุณว่าไงนะ " โอ้ย! เสียง! อย่าสั่น! นิ่ง! นิ่งเข้าไว้!
" ผมถามคุณว่า เย็นนี้ผมไปทานข้าวห้องคุณได้หรือเปล่า ผมยังไม่ได้ทานอะไรเลย คุณก็น่าจะยังไม่ได้ทานอะไรเหมือนกัน ใช่ไหม " พึ่งรู้จักกันจะขอเข้าห้องฉันงั้นเหรอ ง่ายไปปะ
" แล้วคุณอยากกินอะไรอะ "
นังลูกจันทร์!
" อะไรก็ได้ ผมทานได้หมด" ไม่เป็นไรหรอกมั้ง เขาช่วยฉันไว้ตั้งสองครั้ง แถมห้องก็อยู่ตรงข้ามกันนี่เอง ตามตัวไม่น่าจะยาก เมื่อกี้เขาก็บอกเองว่าเป็นทนาย หน้าที่การงานก็ดีคงไม่ทำอะไรที่มันเสียประวัติหรอกมั้ง
" งั้นเดี๋ยวแวะซุปเปอร์ก่อนถึงคอนโดละกัน ขอซื้อของก่อน "
ซุปเปอร์มาเก็ต
ร่างสูงเข็นรถรถเข็นเดินตามคนตัวเล็กที่สูงไล่เลี่ยกัน มือบางหยิบมะเขือเทศสีแดงสด เนื้อหมูบด ต้มหอมผักชีและขนมนิดหน่อยลงในรถเข็น
" คุณทำกับข้าวเป็นด้วยเหรอ " ร่างบางหยุดชะงัก หันมามองค้อนคนหน้าทะเล้นที่ยืนแซวอยู่หลังรถเข็น
" ตกลงจะกินไหม "
" กินครับ " แล้วก็เข็นรถเดินตามเธอที่สะบัดผมอย่างอารมณ์เสียไปทางเคาน์เตอร์คิดเงิน เธอกำลังจะล้วงกระเป๋าหยิบเงินมาจ่ายแต่คนข้างๆก็ยื่นบัตรเครดิตตัดหน้า
" ผมจ่ายเอง คุณทำกับข้าวอร่อยๆ อย่างเดียวก็พอ " พนักงานอมยิ้มแล้วรับการ์ดจากชายหนุ่มมารูด
ฉันนั่งเงียบมาตลอดจนถึงหน้าห้อง เขาช่วยยกของมาไว้ในห้อง แล้วบอกว่าขอตัวกลับไปอาบน้ำแล้วจะมาเคาะห้องขอข้าวกินใหม่
บ้า...
ก่นด่าเขาในใจแต่กลับมายืนตื่นเต้นอยู่ในห้องครัวทำบ้าอะไรลูกจันทร์! ก็แค่ทำกับข้าวกินเหมือนทุกครั้งที่ทำให้ขมิ้นกินไง! แค่นี้เอง!
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะหน้าห้องดังขึ้นพร้อมกับอาหารจานสุดท้ายที่ถูกวางลงบนโต๊ะกินข้าว สงสัยเขามาแล้ว
แล้วจะตื่นเต้นทำบ้าอะไร!
ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ กลบความประหม่าที่มันโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้! ก่อนจะเปิดประตูแล้วพบว่าเขายืนฉีกยิ้มรออยู่หน้าห้องพร้อมชุดเสื้อยืดสีดำรัดรูปที่มัดกล้ามเบียดเสียดเนื้อผ้าออกมากับกางเกงผ้ายืดสีเทาขายาวรองเท้าสลิปเปอร์
เขายืนนิ่งจ้องหน้าฉันอยู่แบบนั้นแล้วพูดว่า
" หน้าคุณมันอะ "
" ...... " ไม่ต้องแดก!
จากตื่นเต้นเปลี่ยนเป็นโมโห กระชากประตูหมายจะปิดใส่หน้า! " เดี๋ยวๆ คุณ ผมล้อเล่น~ " แล้วเขาก็ดันประตูไว้ แทรกกายหนาๆ หน้าด้านๆ เข้ามาในห้อง
" ไหนดูสิว่าแม่ครัวทำอะไรทานเอ่ย " เสียงทุ้มอารมณ์ดีเดินมุ่งเข้าโซนห้องครัว ไม่ได้สนใจเธอเลยสักนิด
" มาเร็วคุณ ผมหิวแล้ว " ชวนยังกะเป็นห้องตัวเอง!
" นั่งดื่มน้ำรอไปก่อน ขอไปอาบน้ำแป๊บ " แล้วเธอก็เดินตึงตังเข้าห้องนอนไป คนตัวโตยิ้มขำ นั่งลงบนเก้าอี้แล้วมองอาหารบนโต๊ะ หน้าคมคิ้วขมวด
อาหารเหนือ?
เขานั่งเล่นโทรศัพท์รอแค่สิบห้านาทีแม่คุณก็เดินออกพร้อมเสื้อยืดรัดรูปสีขาวกับกางเกงขาสั้นสีบานเย็นตัดกับขาขาวๆ และเรียวขายาวๆ นั่น แล้วนั่งลงตรงข้ามทนายหนุ่ม
" คุณทำอาหารเหนือเหรอ " เธอพยักหน้าพร้อมลงมือตักน้ำพริกอ่องใส่ในจานเขา
" นี่น้ำพริกอ่อง ลองกินดู ถ้าเผ็ดก็กินไข่เจียวกับแคบหมูไปด้วยละกัน " เขาตักเข้าปากพร้อมกับข้าวสวยร้อนๆ เคี้ยวตุ่ยๆ แล้วกลืนลงไป
" อืม...อร่อย " รสชาติคล้ายๆ กับบ้านลูกความคนนั้นแต่คนละแบบ
เธอยิ้มกว้างดีใจที่มีคนชมฝีมือการทำอาหาร แสดงว่าขมิ้นก็ไม่ได้โกหก ฉันทำกับข้าวอร่อย!
ภาพรอยยิ้มดีใจของสาวน้อยตรงหน้าทำใจหนาเต้นแรง กระแอมเล็กน้อยแล้วยกแก้วน้ำขึ้นมาจิบ " คุณเป็นคนเหนือเหรอ " แล้วก็เริ่มลงมือกินของใครของมัน
" ใช่ พื้นเพฉันเป็นคนเชียงใหม่ " ถึงว่า ผิวพรรณนี่ขาวนวลละเอียด ไม่ว่าจะใบหน้าเกลี้ยงใส ผิวที่โผล่พ้นแขนเสื้อตัวน้อยนั่นอีก แค่มองด้วยตาเปล่ายังดูใสขนาดนี้ ถ้าได้จับได้ลูบคงจะนุ่มมือไม่น้อย
ใจเย็นๆ นะดิน...มึงพึ่งรู้จักน้องเขา
" คุณทำกับข้าวอร่อยมาก ผมชมจากใจ "
" ผมมาฝากท้องที่ห้องคุณบ่อยๆ ได้หรือเปล่า "
" พูดเหมือนว่างตรงกันขนาดนั้น " ร่างบางลุกขึ้นรวบรวมจานอาหารทั้งของเขาและของเธอหลังจากที่ซัดจนเกลี้ยง แล้วเดินมุ่งไปยังอ่างล้างจาน
" ก็เผื่อว่าว่างตรงกันไง ได้ป่าว " เขายังตื้อเดินตามมายืนข้างๆ หญิงสาว เบียดเธอออกแล้วประจำตำแหน่งล้างจานแทน
" เดี๋ยวผมช่วย คุณอุตส่าห์ทำกับข้าวอร่อยๆ ให้กินแล้ว " ตามใจ ก็ดีเหมือนกัน ขี้เกียจอยู่พอดี ฉันยืนกอดอกพิงเคาเตอร์มองแผ่นหลังใหญ่ที่ก้มล้างจานเงอะๆ งะๆ สรุปเคยล้างจานรึเปล่าก่อน!?
" อันนี้คว่ำตรงไหน " คนตัวเล็กเดินไปหยิบหม้อหุงข้าวใบเล็กจากมือเปียกออกมาเช็ดๆ แล้วเปิดตู้บิวอินเหนือหัวคว่ำหม้อตรงที่ว่างแล้วปิด
ด้วยต้องเขย่งเล็กน้อย ทำให้เสื้อยืดสีขาวเลิกขึ้นเห็นเอวบางวับๆ แวมๆ ไหนจะเรียวขาขาวๆ ที่สวมกางเกงสีหวานนั่นอีก
ชายหนุ่มเบือนหน้าหนีก่อนที่เธอจะรู้ตัวว่าถูกแทะโลมด้วยสายตาคมของคนข้างๆ
" คุณบอกว่าคุณเป็นทนายงั้นเหรอ " เธอถามพร้อมเดินนำเขาออกมานั่งย่อยที่โซฟาหน้าทีวี
" ครับ มีอะไรปรึกษาผมได้ " ดวงหน้าหวานครุ่นคิด ถ้าปรึกษาเขาเรื่องโฉนดที่ดินจะได้ไหมนะ!?
" ถัาฉันปรึกษา คุณต้องเก็บเรื่องของฉันเป็นความลับนะ "
" มันต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว สรุปมีเรื่องอะไรให้ช่วยไหม คุยได้นะ ผมชิลๆ " แล้วก็ยกขายาวๆไขว่ห้าง ทิ้งตัวพิงโซฟานุ่มๆอย่างสบายใจ
" ขอไปคิดดูก่อน แต่คงเร็วๆ แหละ "
" โอเค ยังไงก็มาเคาะห้องผมได้ ถ้าไม่อยู่ก็โทรมา " คนตัวโตลุกขึ้น เธอจำเป็นต้องลุกตาม เดินไปส่งแขกที่หน้าประตู
" ขอบคุณสำหรับอาหารอร่อยๆนะครับ ไว้ว่างๆ คุณไปกินที่ห้องผมก็ได้ ผมจะชงคอกเทลสูตรเด็ดของผมให้คุณดื่ม "
