บทที่ 3 บทที่ 3
“ฉันแปลกหรือยายเบลล์” ชลธิชารีบเดินเข้าไปหาเพื่อนทันที ชักจะเริ่มประหม่าสายตาของคนเวลามองตรงมายังเธอมากขึ้น มากขึ้น
“เปล่า ลี่สวยมากต่างหากล่ะ เปลี่ยนใจมาทำงานนี้ตลอดเลยไหม ท่าทางลี่จะรุ่งนะ” ขณะพูดพัชรินทร์ก็หยิบแป้งขึ้นมาเติมให้เพื่อนสาว แต่งหน้าทำผมเตรียมความพร้อมจนชลธิชาสวยพร้อมและสะดุดตาทุกคนที่ได้เห็น เนื่องจากอีกประมาณครึ่งชั่วโมงพริตตี้ทุกคนต้องออกไปซ้อมคิวที่ห้องแสดงงานแล้ว
“รุ่งริ่งอะดิ ไม่ล่ะ ขอเป็นออแกไนเหมือนเดิมน่ะดีแล้ว” ชลธิชาเอ่ยจากใจจริง เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย
พัชรินทร์ ชลธิชาและพริตตี้คนอื่นๆ ก็ออกไปที่ฮอลล์เพื่อดูสถานที่จัดงานและฟังการบรรยายคิวอย่างละเอียด งานครั้งนี้ค่อนข้างใหญ่และสำคัญมาก เจ้าของธุรกิจต้องการให้งานออกมาสมบูรณ์ที่สุดไม่มีข้อผิดพลาดเลย หรือถ้ามีก็ขอให้ผิดพลาดน้อยที่สุด
งานแสดงรถยนต์ล้ำสมัยกำลังจะเริ่มต้นขึ้น บรรดาแขกวีไอพีและแขกท่านอื่นกำลังทยอยกันเข้ามาภายในฮอลล์ เสียงอื้ออึงโจษจันถึงบรรยากาศงานดังไปทั่ว พริตตี้ทุกคนต้องทำตามคิว เมื่อม่านเปิดออกและการทำงานแบบจับพลัดจับผลูจะเริ่มขึ้นชลธิชาก็ลอบถอนหายใจหนักๆ เพราะอาการประหม่ามันเริ่มตีตื้นขึ้นมาเป็นระรอกเหมือนคลื่นที่กำลังซัดหาผืนทราย
‘ยานยนต์ต้นแบบที่แขกท่านผู้มีเกียรติเห็นอยู่นี้ สร้างขึ้นมาเพื่อความสมดุลระหว่างผู้ขับขี่กับรถยนต์ โดยคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ขับขี่ ธรรมชาติ สังคม และสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัว ให้ตลอดการเดินทางรื่นรมย์ทั้งสภาวะกายและจิต การออกแบบภายนอกและภายในจึงได้รับแรงบันดาลใจจากต้น “ยาคุซูกิ” ต้นไม้ตระกูลสนที่มั่นคงและสูงตระหง่าน เพื่อเน้นยำถึงความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ…’
“จะรอดไหมเนี่ย” ชลธิชาเอ่ยกับตัวเอง ประโยคที่ได้ฟังจากพัชรินทร์มันเป็นประโยคที่ยาวมากสำหรับเธอแต่พัชรินทร์กลับพูดได้ดีไม่มีขาดตกบกพร่องแม้แต่คำเดียว ขณะที่หญิงสาวกำลังตั้งสติก็มีชายอายุประมาณหกสิบเดินปรี่เข้ามาหาเธอ หน้าตาก็แดงก่ำไม่รู้ว่าดื่มแชมเปญไปกี่แก้วกัน เขาแค่ให้ดื่มพอเป็นพิธี แต่ตาลุงนี่คงดื่มกะให้เมาแน่ๆ
“หนูพริตตี้คนสวย ช่วยอธิบายรถคันนี้ให้ป๋าฟังอีกสักรอบสิจ๊ะ ป๋าอยากฟังเสียงหวานๆ ของหนู” น้ำเสียงของชายตรงหน้าทำเอาชลธิชาเริ่มขนลุก เธอหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะร่ายยาวถึงลักษณะพิเศษของรถคันต้นแบบอย่างละเอียดยิบโดยคำพูดเหมือนกับของพัชรินทร์ไม่มีผิดเพี้ยน วันนี้เธอขอเป็นนกแก้วนกขุนทองสักวัน
“หนูจ๋า รถนี่เขาจะเริ่มขายเมื่อไหร่ ราคาแพงไหม ป๋าอยากซื้อ” น้ำเสียงดูเมาๆ ชอบกล แถมสายตาที่จงใจจ้องมองมายังบริเวณหน้าอกเธอทำเอาชลธิชาอยากตั้นหน้าให้ผู้ชายคนนี้หายเมา แต่ก็กลัวเสียงาน กลัวเพื่อนจะลำบาก พัชรินทร์นั้นลอบมองมาทางชลธิชาตั้งแต่ที่ชายคนนั้นเดินปรี่เข้ามาหาเพื่อนของเธอ แต่เธอก็ติดต้องอธิบายรายละเอียดของรถต้นแบบให้แขกวีไอพีในงานฟัง ทำให้ปลีกตัวไปหาชลธิชาไม่ได้
“นี่ยังเป็นเพียงรถต้นแบบที่ทางเรากำลังพัฒนาอยู่ค่ะ อาจจะยังไม่ได้นำออกสู่ตลาดในเร็ววันนี้” น้ำเสียงอ่อนหวานพร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจส่งมาให้อีกครั้ง
“อย่างนั้นหรือจ๊ะหนู แหม...หนูนี่เป็นพริตตี้ที่สวยมากจริงๆ สนใจงานสบายๆ กว่านี้ไหมจ๊ะ ป๋ามีให้ทำ แถมเงินเดือนก็มีให้ แค่หนูมาเป็น...” คำพูดสุดท้ายแม้จะไม่ได้พูดออกมาแต่ชลธิชากลับรู้ว่ามันคืออะไร ในที่สุดสิ่งที่ชลธิชาแอบคิดและไม่อยากพบเจอมันก็เป็นความจริง ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเมื่อครู่หายไปทันที แม้จะดูบึ้งตึงแต่มันก็เป็นเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น
‘อดทนได้เป็นทนยายลี่’ ชลธิชาเอ่ยประโยคนี้ในใจแต่ภายนอกกลับยิ้มแย้ม
“อ้าว...เฮีย นึกว่าจะไม่มาซะอีก” ปกรณ์เห็นภูมินทร์เดินเข้ามาภายในงานด้วยท่าทางสุขุมเยือกเย็นเช่นเคย วันนี้เขามาในฐานะผู้สนับสนุนรายใหญ่ แต่ดูท่าทางภูมินทร์จะไม่ค่อยอยากออกไปพบสื่อสักเท่าไหร่นักเพราะทุกครั้งที่ให้สัมภาษณ์นักข่าวมักจบท้ายด้วยเรื่องผู้หญิง ซึ่งก็รู้ๆ กันอยู่ว่าเฮียภูควงสาวไม่ซ้ำหน้าโดยเฉพาะสาวในวงการมายา แล้วนักข่าวพวกนั้นจะมาถามทำไมก็ไม่รู้
“ติดธุระนิดหน่อยเลยมาช้า” น้ำเสียงที่ตอบกลับมาทุ้มน่าฟัง แต่สีหน้ายังคงนิ่งไร้ความรู้สึกตามแบบฉบับ ภูมินทร์ อิศวีร์พรสกุล ที่ไม่ชอบให้ใครก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว
“ยืนมองอะไรกรณ์ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่” พอเห็นสีหน้าและแววตาที่ดูยิ้มมีความสุขของปกรณ์ ภูมินทร์จึงเอ่ยถาม เอื้อมมือยาวไปหยิบแก้วแชมเปญที่บริกรนำมาให้แล้วยกดื่มรวดเดียวหมด ก่อนจะทำหน้าไร้ความรู้สึกเช่นเดิมเพราะรสชาติของแชมเปญนี่แย่กว่าที่เขาคิดไว้
“พริตตี้เฮีย” ภูมินทร์มองตามสายตาของปกรณ์ไปก่อนจะเหยียดยิ้มที่มุมปากด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ที่แท้ก็ผู้หญิงคนที่ทำให้เขาอารมณ์ค้างนี่เอง โลกมันคงกลมถึงทำให้เขาพบกับเธออีก แถมเธอยังเป็นพริตตี้งานนี้เสียด้วย
“สนใจ?” คำพูดเรียบๆ ของภูมินทร์แต่แฝงไปด้วยความหมาย สายตาจับจ้องไปยังชลธิชา
“ประมาณนั้น” ปกรณ์มองหน้าภูมินทร์ ก่อนจะหันกลับไปมองผู้หญิงที่เขาสนใจนั้นอีกครั้ง อยากรู้ว่าเธอจะแก้ปัญหาตรงหน้ายังไง เพราะแขกคนนั้นก็กำลังแทะโลมเธออย่างเห็นได้ชัด
“หึหึ...” ภูมินทร์หัวเราะในลำคอ ก่อนจะคว้าแชมเปญอีกแก้วขึ้นดื่มอย่างไม่สนใจ แม้รสชาติมันจะห่วยแต่ในงานนี้มันก็ไม่มีอะไรให้เขาดื่มเช่นกัน
