บทที่ 7 บทที่ 7
หลังจากชลธิชารับงานพริตตี้รถวันนั้น ก็มีงานอีกชิ้นติดต่อเข้ามา เพราะเจ้าของงานขอร้องผ่านพัชรินทร์ว่าสนใจอยากให้เธอไปร่วมงานด้วย ทีแรกกะว่าจะปฏิเสธ แต่พอเห็นหน้าอ้อนวอนของพัชรินทร์ทำให้เธอทำไม่ลง แต่ก็มีข้อแม้ว่าจะทำงานเฉพาะวันที่เธอว่างเท่านั้น แต่ดูท่าทางมันจะไม่ใช่แบบนั้นเสียแล้ว เพราะหลังจากเสร็จงานนี้เธอต้องไปพรีเซ้นต์งานต่อ
“ยายลี่ ยืนดีๆ สิ” พัชรินทร์เอ็ดเพื่อนสาว เพราะชลธิชาเอาแต่ยืนดึงชายชุดเดรสสีดำให้มันเพิ่มความยาวอยู่นั่น ส่วนมืออีกข้างก็กำลังให้ความสนใจกับตัวโทรศัพท์สีขาวในมือ ซึ่งชลธิชาต้องนำเสนออีกไม่ถึงห้านาทีข้างหน้า
“ฉันบอกแกกี่ทีแล้วว่าไม่ชอบใส่ชุดอะไรที่มันสั้นๆ แบบนี้” ขณะพูดกับเพื่อน สายตากลับไม่ละไปจากโทรศัพท์ในมือ งานพริตตี้ก็ดีอย่างนี้นี่เอง ได้เห็นของใหม่ๆ ทันสมัยก่อนคนอื่น
“เออรู้ แต่ฉันเป็นคนวางคอนเซ็ปต์งานซะที่ไหนกันเล่า แกก็” พัชรินทร์ยืนกอดอกมองเพื่อนสาวยิ้มๆ ใช่ว่าเธอไม่ชอบชลธิชาในชุดแบบนี้ เพราะดูเพื่อนสาวเธอเซ็กซี่มาก ทรวดทรงองเอวก็สมส่วน นี่ขนาดชลธิชาไม่ค่อยออกกำลังกายนะยังหุ่นดีขนาดนี้
การเปิดตัวโทรศัพท์รุ่นใหม่กำลังเริ่มขึ้นตามเวลา ชลธิชาหลังจากที่เกร็งที่ต้องยืนยิ้มนำเสนอสินค้าต่อคนมากมาย แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน เพราะการจัดงานค่อนข้างเป็นกันเองมาก และแขกในงานก็ระดับไฮโซ ดาราชั้นนำที่เธอเคยเห็นพวกเขาบนหน้าหนังสือแวดวงบันเทิงประจำ
โทรศัพท์มียอดสั่งจองพุ่งสูง เห็นแบบนี้ก็ปลื้มแทนเจ้าของงานไม่ได้ที่งานประสบความสำเร็จแบบนี้ งานผ่านไปได้ด้วยดีและเลิกตรงตามเวลาไม่ขาดไม่เกิน อย่างที่พัชรินทร์เคยบอกว่างานนี้ไม่น่าจะเกินเที่ยงงานก็คงเสร็จ
“เป็นไงลี่ สนุกไหม?” สองสาวกลับเข้าไปภายในห้องแต่งตัว พัชรินทร์ยื่นขวดน้ำเย็นๆ ให้ชลธิชา เพราะตอนนี้คนสวยของเธอถอดรองเท้าส้นสูงออกแล้วใช้มือบางบีบเท้าเพราะอาการเมื่อยขบ
“สนุกแต่เมื่อย” ชลธิชาส่งยิ้มแห้งๆ ให้เพื่อนสาวแล้วรับน้ำมาถือไว้ก่อนจะยกขึ้นดื่ม ก่อนจะวางขวดน้ำที่ปริมาณมันหายไปครึ่งขวดลงบนโต๊ะหน้ากระจก ก่อนจะเอื้อมมือไปหาชุดตัวเองที่ใส่มาตอนเช้า แต่พัชรินทร์กลับตีมือเธอดังเผียะ ก่อนจะคว้าชุดชลธิชาไปถือไว้เอง
“อะไรของแก ฉันจะเปลี่ยนชุด” ชลธิชาเอ่ยบอกเพื่อนสาว สายตามองพัชรินทร์ผ่านกระจก
“แกมีพรีเซ้นต์งานตอนบ่าย?” พัชรินทร์เองก็สบตากับชลธิชาเช่นกัน เพียงแต่แววตาและความคิดต่างกับชลธิชาเท่านั้น
“อืม...เอาชุดฉันมายายเบลล์ เดี๋ยวฉันไปไม่ทัน”
“แกอยากพรีเซ้นต์งานผ่านตลอด ไม่มีอะไรติดขัด ไม่มีมารผจญไหม?” พัชรินทร์ตั้งคำถาม
“ใครจะไม่อยากเสนองานให้ผ่านกัน ยิ่งบริษัทนี้นะ ฉันให้ลูกน้องไปเสนอมาตั้งหลายครั้งแล้วยังไม่ผ่านสักที วันนี้ฉันถึงต้องไปเองนี่ไง”
“งั้นแกก็ไปชุดนี้ รับรองวันนี้แกมีเฮ”
“เฮ้ย...ไม่เอา” ชลธิชาปฏิเสธเสียงแข็ง
“หรือแกอยากกลับไปแก้งานงกๆ ไม่ได้หลับไม่ได้นอน แล้วกลับไปพรีเซ้นต์อีก ตามใจแกแล้วกันนะ”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการที่แกจะให้ฉันใส่ชุดนี้ไป”
“เอาน่า เกี่ยวไม่เกี่ยวเดี๋ยวแกก็รู้ ไหนบอกรีบไง ไปได้แล้ว ป่านนี้น้องที่บริษัทคงแวะมารับหัวหน้าอย่างแกที่หน้าโรงแรมแล้วมั้ง จะว่าไปน้องแกนี่ก็ใช้ได้นะสั่ งให้ทำอะไรทำหมด ขับรถมารับพี่ก็มา ใช้ตัดหญ้าหน้าบ้าน ซ่อมประปา ซ่อมสายไฟ สารพัดแต่คงมีหนึ่งตัวที่ไม่ชอบก็คือเจ้าป๋อมแป๋ม” พัชรินทร์เอ่ยติดตลก แม้ปิยะพงษ์จะมาที่บ้านชลธิชาบ่อยๆ แต่เจ้าป๋อมแป๋มกลับยังไม่ยอมไว้ใจ ไล่งับแข้งขาไปตั้งหลายครั้งจนปิยะพงษ์เริ่มขยาด ถ้าจะมาบ้านชลธิชาสักทีต้องถามก่อนว่าเจ้าป๋อมแป๋มถูกล่ามโซ่ไว้ในบ้านมันแล้วหรือยัง
“ลองไม่มารับฉันสิ ฉันจะเขกหัวมันให้ อุตส่าห์ให้ยืมรถไปออกเดทกับสาวเมื่อวาน”
“อ้อ...ที่แท้ก็ผู้มีพระคุณ” คำพูดของพัชรินทร์ทำให้ชลธิชายิ้ม พอลงมาที่หน้าโรงแรมเจ้าปิยะพงษ์ก็ทักด้วยน้ำเสียงตกใจอีกคน เสียงทักของปิยะพงษ์พลอยทำให้แขกที่เดินเข้าออกโรงแรมหันมามองชลธิชาตามไปด้วย แต่เธอกลับไม่ได้สนใจเพราะคิดว่าเธอพบหน้าคนพวกนี้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น อายเป็นอาย มั่นใจเข้าไว้ยายลี่
ชลธิชาเปิดประตูรถเก๋งสีขาวคันโปรด ก่อนจะก้าวลงมายืนข้างๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมองบริษัทยักษ์ใหญ่ตรงหน้าสลับกับการมองหน้าปิยะพงษ์ ซึ่งลูกน้องเธอได้แต่ยักคิ้วให้เท่านั้น การเซ็นสัญญาก็เป็นเพราะผู้ใหญ่ในบริษัทไปตกลงกันมาก่อนแล้ว ส่วนเธอก็รับงานมาทำให้ตรงตามความต้องการ แต่หน้าที่ของเธอดูจะยุ่งยากเพราะผ่านมาเป็นเดือนๆ งานยังไม่ได้ข้อสรุปสักที จนวันนี้เธอต้องการด้วยตัวเอง
“เหลือเวลาอีกสิบนาทีบ่างโมง” ชลธิชาก้มมองเวลาบนนาฬิกาสีน้ำตาลเรือนเล็กบนข้อมือ ยังพอมีเวลานิดหน่อยก่อนถึงเวลานัดหมาย ปอยผมบริเวณใบหูและท้ายทอยปลิวไปตามแรงลม มือข้างหนึ่งก็พยายามดึงชายกระโปรงชุดเดรสหนังสีดำสายเดี่ยวแนบเนื้อทำให้คนสวมใส่ดูเซ็กซี่น่ามอง พยายามทำให้มันยาวขึ้นเท่าที่จะทำได้ แต่ความยาวมันก็แค่เหนือเข่านิดหน่อยเท่านั้นเอง
