บทที่ 6 คลอดลูก
พอคีรินและชลธิชานั่งรถออกมาด้วยกันชลธิชาก็นั่งเงียบไม่รู้จะชวนเขาพูดอะไร เพราะเธอเห็นหน้าเขาแล้วก็อดที่จะนึกถึงสิ่งที่พี่สาวของเธอทำกับเขาไม่ได้ เขาเองก็ดีกับเธอ เธอก็ยังมาช่วยพี่สาวโกหกเขาอีก มันก็ทำให้เธอรู้สึกผิดที่ไม่สามารถทำอะไรได้
“เป็นอะไรธิชา ทำไมนั่งเงียบแบบนี้ล่ะ ปกติเราพูดเก่งออก หรือว่าเพราะเรื่องเมื่อกี้…” คีรินเอ่ยถามเธอไปขณะที่เขาขับรถ
“อ่อ เปล่าค่ะเรื่องเมื่อกี้ธิชาไม่คิดจะเอามาใส่ใจหรอกค่ะ…แต่ที่ธิชานั่งเงียบแบบนี้เพราะธิชากำลังคิดถึงเรื่องเพื่อนคนหนึ่งของธิชาน่ะค่ะ เพราะธิชาดันไปรู้ความลับของเขามาแบบไม่ตั้งใจ…แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องดีด้วย ธิชาก็เลยไม่รู้ว่าจะทำยังไงน่ะค่ะ” ธิชาพูดเปรียบเปรยออกไปแล้วเธอก็แลสายตาไปมองคีรินอย่างอดไม่ได้
“เรื่องไม่ดีงั้นเหรอ เรื่องอะไรล่ะถึงทำให้ธิชาเครียดแบบนี้ ถ้าเราไม่ซีเรียสก็เล่าให้พี่ฟังได้นะ บางทีพี่อาจจะมีคำแนะนำอะไรให้ธิชาได้บ้างก็ได้..ธิชาจะได้ไม่เครียดแบบนี้…อีกอย่างพี่ก็ไม่รู้จักเพื่อนของธิชาด้วย พี่ก็ไม่เอาไปเล่าให้ใครฟังหรอก” คีรินพูดบอกไปด้วยเสียงอ่อนโยน หากเธอระบายให้เขาฟังบางทีเขาอาจจะช่วยให้เธอสบายใจขึ้นมาได้บ้าง
“ค่ะพี่คีริน….คือว่าเพื่อนสนิทของธิชาเขาแต่งงานมีสามีแล้วค่ะ…แต่ว่าเขาแอบไปมีความสัมพันธ์กับแฟนเก่าของเขาน่ะค่ะ แล้วธิชาก็แนะนำให้เขาไปสารภาพกับแฟนเขาค่ะ พี่คีรินคิดว่าถ้าเพื่อนของธิชาไปสารภาพความจริงกับสามีของเขา แล้วเขาจะให้อภัยเพื่อนธิชาไหมคะ” ชลธิชาพยายามพูดออกไปอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเพราะเธออยากจะรู้ว่าเขาคิดยังไงกับเรื่องนี้
“อืม…เรื่องแบบนี้มันพูดยากนะธิชา มันก็อยู่ที่ความคิดของสามีเพื่อนของธิชานะว่าเขาจะคิดยังไงกับเรื่องนี้ แต่ถ้าเป็นพี่พี่ก็คงรับไม่ได้หรอก ที่เมียตัวเองไปมีอะไรกับคนอื่นโดยเฉพาะกับแฟนเก่าอะไรแบบนี้ มันก็ยิ่งไม่น่าให้อภัยเลย ต่อให้เขาจะมาสารภาพผิดยังไงก็เถอะ” คีรินพูดไปอย่างออกความคิดเห็นของเขาในฐานะผู้ชาย
“พี่คีรินคิดแบบนั้นเหรอคะ…” ชลธิชาได้ยินคีรินพูดออกมาแบบนั้นก็ยิ้มหน้าเจือนๆออกมาทันที เพราะคำพูดของเขามันทำให้เธอไปต่อไม่เป็นเลย
“ใช่…เพราะคนเราน่ะตกลงที่จะแต่งงานใช้ชีวิตคู่ด้วยกันแล้วก็ต้องซื่อสัตย์กับคนรักของตัวเองสิ ถ้าเพื่อนธิชาสามารถนอกใจนอกกายไปมีอะไรกับผู้ชายคนอื่นได้ นั่นก็หมายความว่าเพื่อนของธิชาน่ะเขาไม่ได้รักสามีของเขาจริงๆหรอก เพราะคนรักเขาจะไม่ทำกันอย่างนี้… ธิชาเข้าใจที่พี่พูดใช่ไหม” คีรินพูดเสริมต่อไปให้ธิชาเข้าใจแบบชัดเจนมากยิ่งขึ้น
“ธิชาเข้าใจค่ะพี่คีริน…แต่ธิชาคงต้องปล่อยให้เพื่อนของธิชาจัดการกับชีวิตของตัวเองแล้วล่ะค่ะ ธิชาคงทำได้แค่รับฟังคงแนะนำอะไรเขาไม่ได้หรอกค่ะ..” ชลธิชาได้ยินแบบนั้นก็พูดตอบไปทันที เพราะเธอรู้เลยว่าถ้าพี่สาวของเธอไปสารภาพกับคีรินแล้ว คีรินคงหย่ากับพี่สาวของเธอแน่ๆฟังจากที่เขาพูดซะขนาดนี้แล้ว
“ดีแล้ว…อย่าไปยุ่งเรื่องของเขาเลย ปล่อยให้พวกเขาจัดการกับชีวิตของพวกเขาไป เราน่ะต้องจัดการกับชีวิตตัวเองมากกว่า…ตอนนี้ก็ไม่ได้อายุน้อยๆแล้วนะ เราควรจะมองหาใครสักคนมาเป็นคู่ชีวิตได้แล้ว หยุดเที่ยวบาร์โอสต์เอาเงินไปเปย์ผู้ชายได้แล้วเราน่ะ…” คีรินพูดบอกไปอย่างอดไม่ได้ เพราะได้ยินภรรยาของเขาบ่นเรื่องที่น้องสาวนั้นชอบไปเที่ยวบาร์โอสต์ให้เขาฟังบ่อยๆ
“หึๆ ธิชาก็แค่หาความสุขนิดๆหน่อยๆเองค่ะ ก็เด็กหนุ่มๆมันน่ารักมันเอาใจเก่งนิคะ…อีกอย่างคู่ชีวิตน่ะหาตอนไหนก็ได้ค่ะ ไว้ธิชาเบื่อแล้วค่อยหาค่ะ ตอนนี้ขอธิชาดื่มด่ำกับชีวิตอิสระให้เต็มที่ก่อนสิคะ…”ชลธิชาเจอคีรินพูดแบบนั้นใส่ก็อายเลยทีเดียว แต่เธอชอบชีวิตแบบนี้จะให้เธอทำยังไงล่ะ
“เฮ้อ…เรานี่นะไม่เหมือนแพรเลยสักนิด เป็นพี่น้องกันแท้ๆแต่ต่างกันแบบสุดขั้วเลย…” คีรินพูดออกไปแบบอดไม่ได้ เพราะภรรยาของเขาน่ะอ่อนโยนเรียบร้อยไม่กล้าทำแบบที่ชลธิชาทำแน่ๆ
“ค่ะ…” ชลธิชาได้ยินแบบนั้นก็อยากจะพูดใส่เขาจริงๆว่าเธอน่ะแค่เที่ยวบาร์โฮสต์ใช้เงินกับผู้ชายสนุกๆ แต่พี่สาวเธอน่ะมีชู้เลยนะ
จากนั้นไม่นานก็ถึงคอนโดของชลธิชา คีรินก็ให้ชลธิชาขึ้นไปห้องพักของเธอเลย แล้วเขาก็เดินออกมาเรียกรถแท็กซี่กลับบ้านของเขาเพราะตอนนี้ก็ค่ำแล้ว เขาควรจะกลับไปนอนกอดเมียเขาได้แล้ว…
ณ บ้านของคีริน
“มาแล้วเหรอคะ…เป็นยังไงบ้างคะวันนี้ คุณตกลงทำธุรกิจกับคุณสเตฟานเขาได้ไหมคะ… ” แพรไหมเอ่ยถามคีรินไปเมื่อเขานั้นเข้ามาในห้อง เพราะเขาบอกว่าจะไปดินเนอร์กับลูกค้าแล้วจะกลับมาตอนทุ่มกว่าๆ แต่นี่มันจะถามทุ่มแล้วเขาพึ่งกลับ
“อืมได้สิ…อย่างผมจะมีพลาดเหรอกคุณ…แต่คงต้องคุยกันอีกครั้งตอนเซ็นสัญญา เพราะผมปลีกตัวออกมาหาธิชาเขาก่อนน่ะ” คีรินพูดออกไปแล้วเขาก็ถอดเสื้อเชิ้ตของเขาออกแล้วดึงเนคไทตามออกไป
“นี่คุณเจอธิชาเหรอคะ” แพรไหมเอ่ยถามเขาด้วยสีหน้าตกใจ ก่อนจะมองเขาอย่างจดจ้อง นี่น้องสาวของเธอไปหาเขาอย่างนั้นเหรอ แพรไหมคิดในใจอย่างกังวลว่าน้องสาวของเธอจะไปพูดอะไรกับเขา
“เป็นอะไรคุณ ผมเจอธิชาเขาแค่นี้ทำไมคุณต้องทำท่าทางตกใจขนาดนี้ด้วยหึ…” คีรินมองหน้าภรรยาของเขาแล้วมองอย่างแปลกใจ
“อ่อ ฉันก็แค่แปลกใจน่ะค่ะที่คุณเจอน้องสาวของฉัน ธิชาเขาไปหาคุณเหรอคะ” แพรไหมเอ่ยถามออกไปแล้วทำหน้านิ่งๆไปแบบไม่แสดงพิรุจอะไร
“เปล่า ธิชาเขาไม่ได้มาหาผม แต่เขาไปนั่งดื่มที่บาร์ที่เดียวกับที่ผมไปคุยงานน่ะ แล้วบังเอิญว่าเขาถูกผู้ชายเข้าไปลวนลามผมก็เลยเข้าไปช่วยน้องสาวคุณออกมา แล้วผมก็พาไปส่งที่คอนโดแล้วก็กลับมานี่แหละ…” คีรินพูดอธิบายออกไปตามความจริง
“นี่ธิชาโดนผู้ชายลวนลามเหรอคะ แล้วธิชาเป็นยังไงบ้างคะคุณคีริน…” แพรไหมได้ยินแบบนั้นก็ทำหน้าตกใจทันที เพราะเธอไม่คิดว่าน้องสาวจะเจอผู้ชายมาลวนลามอย่างนั้น โชคดีนะที่คีรินอยู่ตรงนั้นด้วย ไม่งั้นน้องสาวของเธอจะทำยังกัน
“ก็ปลอดภัยแล้วล่ะ ดีว่าผมเข้าไปช่วยทันมันก็เลยไม่ได้ลวนลามอะไรมาก ต่อไปคุณก็เตือนธิชาเขาหน่อย อย่าให้เขาเที่ยวดึกดื่นคนเดียวมันอันตราย…” คีรินพูดบอกไปอย่างอดห่วงไม่ได้จึงให้ภรรยาของเขาไปเตือนเธออีกที เพราะเธอน่าจะฟังพี่สาวของเธอมากกว่าเขาที่เป็นพี่เขย
“ค่ะ แล้วฉันจะเตือนธิชานะคะ แล้วธิชาเขาได้พูดอะไรกับคุณเรื่องฉันไหมคะ..” แพรไหมพยักหน้าตอบไปก็เอ่ยถามเขาอย่างลุ้นๆ
“ก็ไม่นะ ธิชาเขาก็ไม่ได้พูดอะไรถึงคุณนะ มีอะไรหรือเปล่าไหม” คีรินตอบไปแล้วเอ่ยถามเธออย่างสงสัย
“อ่อ เปล่าค่ะไม่มีอะไรค่ะ ฉันก็แค่ถามไปเท่านั้นแหละค่ะ พอดีวันนี้ตอนไปเจอธิชาเราสองคนพี่น้องคุยเรื่องจะเตรียมตัวต้อนรับลูกของเขาน่ะค่ะ ฉันก็นึกว่าธิชาจะไปพูดอะไรอีก เพราะเดี๋ยวคุณจะไม่เซอร์ไพร์ส” ปพรไหมพูดแถไปแบบเนียนๆเพื่อไม่ให้คีรินนั้นสงสัย
“อ่อ ผมก็นึกว่าอะไร นี่คุณกับธิชาจะทำอะไรเซอร์ไพร์สผมงั้นเหรอ…” คีรินเข้าไปนังที่เตียงแล้วมองเธอด้วยรอยยิ้มรักใคร่
“บอกก็ไม่ใช่เซอร์ไพร์สน่ะสิคะ คุณรอวันที่คลอดลูกดีกว่าค่ะ…” แพรไหมพูดบอกไปแล้วก็ยิ้ม ทั้งที่จริงเธอไม่ได้มีเซอร์ไพร์สอะไรเลย แต่แค่พูดเอาตัวรอดตอนนี้เท่านั้น
“หึๆ โอเค ผมจะรอดูเซอร์ไพร์สของคุณก็แล้วกันนะ แต่ตอนนี้ขอผมพูดกับลุกหน่อย วันนี้ผมคิดถึงคุณกับลูกทั้งวันเลยรู้ไหม ต่อไปคุณอย่าออกไปไหนคนเดียวแบบนี้อีกนะ คุณใกล้คลอดแล้วด้วยมันอันตราย…ถ้าคุณไปน้ำคล่ำแตกข้างนอกจะทำยังไงกัน” คีรินพูดบ่นออกไปก็ไปนอนที่ตักของแพรไหมอย่างอ้อนๆเธอ แล้วเขาก็หันหน้าไปทางลูกน้อยแล้วเอามือลูบหน้าท้องใหญ่อย่างมีความสุข
“เข้าใจแล้วค่ะ…ต่อไปไม่ออกไปแล้วค่ะ…” แพรไหมพูดตอบไปก็ก้มมองเขาเอาหน้าถูกที่ท้องของเธอด้วยรอยยิ้ม เพราะคีรินนั้นอ่อนโยนและดูตื่นเต้นกับการที่จะมีลูกมาก จนเธอนั้นรู้สึกผิดที่เธอเอาลูกของภัคพลมายัดเหยียดให้เป็นลูกของเขา แต่เธอก็ไม่สามรถที่จะเปิดเผยความจริงออกไปได้จนกว่าภัคพลคนรักของเธอจะตั้งตัวได้
หนึ่งเดือนต่อมา…ณ โรงพยาบาล…
แพรไหมก็คลอดลูกชายออกมาหน้าตาหน้ารักน่าชังมากๆ ท่ามกลางความยินดีของครอบครัวที่ต่างพากันมาให้ของขวัญรับขวัญหลานแบบไม่มีใครน้อยหน้าใครเลย โดยเฉพาะพ่อแม่ของคีรินที่ถึงกับมอบที่ดินราคาหลายสิบล้านให้หลานเลย
“คุณคณิน ดูสิคะ หลานเราหน้าตาน่ารักมากเลยค่ะคุณ…” รังรองพูดออกไปในขณะที่เธอนั้นอุ้มหลานชายตัวน้อยของเธออยู่อย่างตื่นเต้นดีใจ
“อืม…ผมเห็นแล้วคุณ หน้าหลานเราออกไปทางตี๋ๆจัง ดูสิ…ตาชั้นเดียวเลย…พ่อแม่ก็ตาสองชั้นกันทั้งคู่เลยนะคุณ…” คณินพูดออกไปแล้วมองหน้าของหลานชายไปแบบพิจารณาว่าจะหน้าตาเหมือนใครระหว่างลูกชายของเขาและลูกสะใภ้
แพรไหมได้ยินแบบนั้นก็สะอึกในใจจนหน้าที่ยิ้มอยู่นั้นหุบยิ้มไปทันที ที่ได้ยินพ่อของคีรินพูดมาแบบนั้น แล้วเธอก็มีความกังวลขึ้นมาทันที เพราะลูกชายของเธอนั้นหน้าออกแนวๆตี๋ไปทางภัคพลจนเธอกลัวว่าจะถูกจับได้ว่าลูกของเธอไม่ใช่ลูกของคีริน
“หลานพึ่งคลอดได้สองวันนะคะคุณ หน้าตาก็ยังไม่เต็มอิ่มสิคะ โตอีกหน่อยหน้าตาก็คงจะชัดเจนว่าเหมือนคีรินหรือเหมือนหนูไหมแล้วล่ะค่ะ…แต่ฉันว่าหน้าตาไปทางหนูไหมมากกว่านะคะเนี่ย ดูสิ ปากนิด จมูกหน่อยน่ารักเชียว…” รังรองพูดออกไปด้วยเสียงอ่อนโยน แล้วมองหลานตัวน้อยอย่างเอ็นดู
