บทที่ 7 มาดูลูก
“หนูก็ว่าเหมือนหนูค่ะคุณแม่…แต่คุณแม่ของหนูบอกว่าหลานหน้าเหมือนคุณตาของคุณหนูค่ะ…ตาหยีๆแบบนี้แม่บอกว่าเหมือนคุณตามากค่ะ…” แพรไหมพูดออกไปแบบเนียนๆแล้วก็ยิ้มออกไป
“อ๋อเหรอจ้ะ…คนนี้เหมือนหนูงั้นคนต่อไปแม่ว่าต้องเหมือนคีรินแน่ๆเลย….เดี๋ยวเคนโซ่ได้สักหกเดือนหนูก็ปล่อยมีลูกอีกคนเลยนะ มีอายุไล่เลี่ยกันน่ะกำลังดีเลยลูก…” รังรองพูดแนะนำออกไปเพราะอยากจะให้แพรไหมและคีรินนั้นมีลูกไล่เลี่ยกันอย่างที่เธอมี
“พ่อว่าก็ดีเหมือนกันนะ ที่บ้านเราจะได้มีเด็กๆมาวิ่งเล่นครึกครื้นอีกหน่อย…” คณินพูดบอกไปเพราะถ้ามีหลานหลายๆคนเขาว่ามันคงจะสนุกดี เพราะเขาและภรรยาก็อยู่บ้านกันแบบเหงาๆ
“ใจเย็นครับคุณพ่อคุณแม่…ให้ผมกับไหมได้ลองเลี้ยงลูกดูก่อนสิครับ ก่อนที่ลูกของผมจะโตไปวิ่งเล่นกับพ่อได้น่ะ มันไม่ได้ง่ายเลยนะครับ ” คีรินพูดออกไปขณะที่เขาเดินเข้ามาในห้อง เขาก็ได้ยินที่พ่อแม่เขาพูด เขาก็ตอบพวกท่านไปทันที
“ก็พ่อเหงานิ มีหลานหลายๆคนสิจะได้มีชีวิตชีวากับเขาหน่อย” คณินพูดบอกไปแล้วก็ยิ้มให้ลูกชายที่พึ่งเข้ามาทันที
“พ่อก็เลี้ยงเจมีให้คิมอยู่แล้วนิครับ พ่อยังจะเหงาอีกเหรอ” คีรินพูดไปเพราะพ่อของเขาก็เลี้ยงเจมีลูกของคิรากรพี่ชายของเขาอยู่ เขาคิดว่าท่านก็ไม่น่าจะเหงาแล้วนะ เพราะเจมีน่ะสี่ขวบกว่าๆแล้วแล้วก็พูดเก่งมากเลยด้วย
“ก็นั่นมันหลานสาว พ่อก็อยากมีหลานชายแสบๆหน่อยสิวะ แล้วนี่ไปไหนมาหึ เมียพึ่งคลอดลูกยังจะไปทำงานอยู่อีกเหรอ ไหนบอกว่าแกจะลายาวไง…” คณินพูดออกไปแล้วมองลูกชายด้วยสีหน้าจดจ้อง
“ผมก็ลายาวนั่นแหละครับ แต่ว่าวันนี้ผมนัดเซ็นสัญญากับคุณสเตฟานเขาไว้แล้ว ผมจะไม่ไปได้เหรอครับพ่อ..” คีรินพูดบอกไปเพราะเขานั้นเลี่ยงไม่ได้
“แล้วเราไปทำงานแบบนี้ใครใครจะมาอยู่เป็นเพื่อนหนูไหมเขาหึ…เดี๋ยวแม่กับพ่อก็ต้องกลับแล้วนะ” รังรองพูดออกไปเพราะถ้าพวกเธอกลับแล้วใครจะอยู่เป็นเพื่อนแพรไหม
“อ่อ เดี๋ยวน้องสาวของไหมมาอยู่เป็นเพื่อนค่ะ คุณแม่คุณพ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เดี๋ยวธิชาก็น่าจะมาแล้วค่ะ เมื่อกี้ไหมโทรหาธิชาก็ลงจากเครื่องมาที่นี่แล้วค่ะ” แพรไหมพูดบอกไปแล้วก็ยิ้ม
“ดีแล้วล่ะที่หนูธิชามาอยู่เป็นเพื่อนน่ะ แล้วนี่หนูธิชาเขาไปไหนมาเหรอลูก” รังรองตอบไปก็เอ่ยถามทันที
“ธิชาไปงานเปิดตัวเครื่องสำอางคอลเลคชั่นใหม่ที่เกาหลีน่ะค่ะคุณแม่…” แพรไหมพูดบอกไปด้วยรอยยิ้ม
“อืม…หนูธิชานี่เก่งมากเลยนะ ทำงานช่วยพ่อแม่จนธุรกิจมั่นคงและก็ก้าวหน้าไปไกลเลย…น่าภูมิใจแทนคุณชลเทพกับคุณพานทองจริงๆที่มีลูกสาวเก่งอย่างนี้…” รังรองพูดออกไปอย่างชื่นชมเด็กสาว เพราะเขาได้ยินชื่อเสียงของชลธิชามาบ้าง ถือว่าเธอเป็นเด็กสาวที่ทำงานเก่งพอตัวเลย
“ค่ะคุณแม่…ธิชาเขาเก่งมาตั้งแต่เด็กๆแล้วค่ะ หนูเองก็ภูมิใจในตัวธิชามากเหมือนกันค่ะ” แพรไหมพูดบอกไปเพราะน้องสาวของเธอนั้นเก่งจริงๆจนเธอนั้นยอมรับเลยว่าเธอเองก็ยังสู้น้องสาวไม่ได้เลย
“ไหม…เดี๋ยวผมต้องไปแล้วคุณอยู่กับพ่อแม่ของผมไปก่อนนะ…แล้วผมจะรีบกลับมา…” คีรินพูดบอกไปเพราะเขาต้องไปให้ทันนัดสำคัญนี้
“ค่ะ ขอให้ทุกอย่างราบรื่นนะคะคุณคีริน..ฉันกับลูกจะรอค่ะ…” แพรไหมพูดไปแล้วก็ยิ้มให้เขาไปอย่างอ่อนโยน
“พ่อไปก่อนนะลูก แล้วพ่อจะรีบกลับมาหานะครับคนเก่ง…อย่าร้องไห้โยเยนะ….จุ๊บ…” คีรินเข้าไปหาแม่ของเขาที่อุ้มลูกชายของเขาอยู่ แล้วก็พูดออกไปแล้วก้มลงหอมลูกชายอย่างรักใคร่เลยทีเดียว
จากนั้นเขาก็เดินออกไปแล้วพ่อแม่ของคีรินก็อยู่เป็นเพื่อนแพรไหมจนพยายามมาเอาเด็กไปให้หมอตรวจ ทั้งสองจึงขอตัวกลับแล้วให้แพรไหมนั้นพักผ่อน เพราะชลธิชานั้นใกล้จะมาถึงโรงพยายาบาลพอดี
ผ่านไปยี่สิบนาที
ชลธิชาก็มาเยี่ยมพี่สาวของเธอที่โรงพยาบาลแต่พอมาถึงพี่สาวของเธออยู่ในห้องคนเดียว เธอก็เข้าไปเอ่ยถามอาการของพี่สาวอย่างเป็นห่วงเพราะพี่สาวของเธอพึ่งคลอดลูกไปเมื่อสองวันก่อน และเธอก็รอเจอหลานตัวน้อยของเธอ จนพยาบาลพาหลานเธอเข้ามา เธอก็รีบลุกไปดูแล้วให้พยาบาลนั้นสอนอุ้มหลานอย่างระมัดระวังเลยทีเดียว…
“หลานตัวเล็กมากเลยค่ะพี่ไหม..ธิชากลัวหลานตกจังเลยค่ะ ธิชาว่าธิชาไปนั่งดีกว่า…พรึบ..หลานน่ารักจังเลยค่ะพี่ไหม…ดูสิคะ หลานยิ้มให้ธิชาด้วยค่ะ…” ชลธิชาพูดออกไปแบบไม่มั่นใจ เธอก็ไปนั่งเก้าอี้ข้างเตียงพี่สาวของเธอ แล้วก็อุ้มหลานไปอย่างระมัดระวัง แล้วเธอก็ก้มมองหน้าหลานไปด้วยรอยยิ้ม
“หึๆ…สงสัยจะอ้อนน้าให้หลงล่ะมั้ง…แล้วนี่งานที่เกาหลีเป็นยังไงบ้าง พี่เห็นเราไปหลายวันเลย เรียบร้อยดีใช่ไหม” แพรไหมมองลุกชายเธอยิ้มให้ชลธิชาก็ยิ้มแล้วพูดออกไป ก่อนจะเอ่ยถามน้องสาวของเธอ
“ก็เรียบร้อยดีค่ะ พอดีรอบนี้เนยกับส้มโอไปด้วยน่ะค่ะ ธิชาก็เลยพากันเที่ยวเพลินไปหน่อยน่ะค่ะ ก็ย่านคังนัมตอนนี้มันคึกคักมาเลย ” ชลธิชาพูดบอกไปเพรางานน่ะเสร็จตั้งแต่วันแรกแล้ว ที่เหลือคือเที่ยวต่างหาก
“ไปเที่ยวหนุ่มๆบาร์โฮสต์มาอีกล่ะสิ….เรานี่นะหาเงินมาเปย์ผู้ชายแบบนี้ไม่เสียดายหรือไง..” แพรไหมพูดบ่นน้องสาวออกไปอย่างรู้ทัน
“เสียดายทำไมล่ะคะ ก็เราหาเงินมาให้ความสุขกับตัวเองนิคะ เราคิดซะว่าเราช่วยน้องๆเขาให้มีรายได้สิคะพี่ไหม…หนุ่มเกาหลีแต่ล่ะคนอ่ะงานดีๆทั้งนั้น ไปทั้งทีก็ต้องไปใช้เงินสักหน่อยสิคะ…” ชลธิชาพูดบอกไปแล้วก็ยิ้มออกมา เพราะมันสนุกนะเวลาที่ดื่มกับพวกหนุ่มๆที่มาเอนเตอร์เทรนเราน่ะ ใครไม่ลองไม่รู้หรอกว่ามันดีต่อใจแค่ไหนกับสาวโสดอย่างเธอน่ะ
“ก๊อกๆ…ก๊อกๆ….ใครมาอีกล่ะคะเนี่ย…เมื่อกี้พี่ไหมบอกเขากลับกันไปแล้วไหม่ใช่เหรอคะ” ชลธิชาพูดออกไปแล้วก็หันไปมองทางประตูห้องอย่างสงสัยว่าใครมา เพราะเมื่อกี้พวกครอบครัวของคีรินก็พากันกลับไปแล้ว เธอถึงได้เข้ามา และมันต้องไม่ใช่พ่อแม่ของเธอแน่เพราะพวกท่านไปทำบุญที่เชียงใหม่เมื่อเช้า
“คงจะเป็นเพื่อนพี่ล่ะมั้ง…” แพรไหมก็ส่ายหน้าไปมาอย่างไม่รู้ แต่ก็น่าจะเป็นเพื่อนๆของเธอล่ะมั้ง
“พี่ภาม…” เสียงของชลธิชาเอ่ยพูดออกมาพร้อมกับมองไปที่ประตูที่เปิดออกมาพร้อมกับร่างสูงใหญ่แบบตี๋ๆของภัคพลที่เดินเข้ามา มันก็ทำให้ชลธิชานั้นมองอย่างอึ้งๆเลย เพราะไม่คิดว่าภัคพลจะมาหาพี่สาวของเธออย่างโจ่งแจ้งแบบนี้…
“นี่พี่ไหมให้พี่ภามเขามาเหรอคะ” ชลธิชาหันมาถามพี่สาวของเธอด้วยสายตาจดจ้อง เพราะเธอคิดว่าพี่สาวของเธอจะเลิกยุ่งกับภัคพลตามที่เธอขอแล้ว แต่ทำไมภัคพลยังมาหาพี่สาวของเธออยู่
“ไม่ใช่นะธิชา พี่ไม่ได้ให้ภามเขามาหาพี่ ธิชาอย่าพึ่งเข้าใจพี่ผิดนะ พี่ไม่รู้ว่าภามเขาจะมาจริงๆเมื่อกี้พี่แชทคุยกับเขา เขาก็ไม่ได้บอกพี่เลยด้วยซ้ำว่าเขาจะมาหาน่ะ ธิชาอยู่กับพี่ที่นี่ แล้วพี่จะบอกให้เขามาหาพี่ทำไมล่ะ ในเมื่อธิชาไม่ได้อยากให้พี่ยุ่งกับเขาอีกน่ะ” แพรไหมรีบอธิบายกับน้องสาวไปอย่างไม่อยากให้น้องสาวเข้าใจผิด
“นี่ขนาดธิชาบอกไม่ให้พี่ไหมยุ่งกับพี่ภามอีก แต่พี่ไหมก็ยังไปแชทคุยกับเขาเนี่ยนะคะ ที่ธิชาเตือนพี่ไหมไป พี่ไหมไม่ฟังเลยใช่ไหมคะ…” ชลธิชาพูดต่อว่าพี่สาวของเธอออกไปอย่างอดไม่ได้
“ไหมเขาไม่ได้บอกให้พี่มาหรอกธิชา อย่าไปต่อว่าอะไรไหมเขาเลย คนที่ธิชาควรจะต่อว่าคือพี่มากกว่า พี่เห็นไหมเขาบอกว่าคุณคีรินเขาออกไปประชุมน่ะ พี่ก็เลยแอบมาเยี่ยมไหมกับลูก…” ภัคพลที่รู้ว่าชลธิชารู้ความจริงแล้วเขาก็เอ่ยพูดบอกไปแบบไม่ปิดบัง เพราะเรื่องนี้เขาตัดสินใจมาหาแพรไหมเอง ดังนั้นถ้าชลธิชาจะว่าก็ควรจะว่าเขาไม่ใช่แพรไหม
“นี่ภามนี่ก็หน้าด้านเหมือนกันนะคะ เป็นชู้เมียกับเขาแล้วยังไมพอ ยังจะยัดเหยียดลูกตัวเองให้เป็นลูกของคนอื่นอีก สิ่งที่พี่ทำกับคุณคีรินน่ะ มันโคตรเลวเลยรู้ตัวบ้างไหมคะ…” ชลธิชาพูดต่อว่าภัคพลออกไปอย่างอดไม่ได้ ก่อนจะมองเขาแบบจดจ้องอย่างเอาเรื่อง
“ธิชา อย่าก้าวร้าวกับภามเขาแบบนั้นนะ ยังไงถามเขาก็อายุมากกว่าเรา เราก็ควรจะให้เกียรติเขาบ้าง…” แพรไหมพูดเอ็ดน้องสาวเธอที่พูดจาแบบนั้นออกมา เพราะมันก็เหมือนด่าเธอเช่นกัน
“หึ..คนแบบนี้มีอะไรให้ธิชาให้เกียรติด้วยเหรอคะพี่ไหม เป็นชู้กับเมียชาวบ้าน แล้วยังยัดเหยียกลูกชู้ให้เขาอีก ไหนจะเรื่องการประมูลที่เขาให้พี่ไหมช่วยอีก ผู้ชายแบบนี้น่ะเหรอคะที่พี่ไหมรัก…ธิชาให้เกียรติแล้วก็เคารพผู้ชายแบบนี้ไม่ลงหรอกค่ะ…” ชลธิชาพูดออกไปแบบไม่สนไม่แคร์อะไรทั้งนั้นเพราะเธอเคยเตือนพี่สาวเธอก่อนหน้านี้แล้ว ในเมื่อยังแอบลักลอบคุยกันอยู่ เธอก็ด่าไม่เว้นเหมือนกันทั้งภัคพลและพี่สาวของเธอน่ะ
