บทที่ 8 ไม่สำนึก

“ธิชา! ทำไมเราต้องพูดจาแรงๆแบบนี้ด้วยห้ะ ที่เราด่าเขาปาวๆน่ะก็เหมือนเราด่าพี่ด้วยเหมือนกัน…ไม่ให้เกียรติเขาก็ควรจะให้เกียรติพี่สาวของตัวเองนะธิชา ถ้ายังเห็นพี่เป็นพี่สาวก็ขอโทษภามเขาซะ” แพรไหมพูดต่อว่าน้องสาวออกไปอย่างจริงจัง เพราะชลธิชานั้นพูดจาแรงเกินไปแล้ว

“ไม่เป็นไหรไหมผมไม่ถือ ผมทำไม่ดีจริงๆ ก็สมควรที่ธิชาเขาจะไม่เคารพผมแล้วล่ะ… คุณอย่าไปว่าอะไรธิชาเลย…” ภัคพลที่โดนชลธิชาต่อว่าอย่างนั้นก็ก้มหน้าลงอย่างข่มขื่น เพราะเขาก็ไม่ได้อยากให้ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้เลย เขาจึงได้แต่กำหมัดแน่นอย่างเก็บอารมณ์ขุ่นหมองของเขาเอาไว้ แล้วเขาก็เอ่ยพูดออกไปอย่างใจเย็น

“ไม่ต้องมาทำตัวเป็นคนดีหรอกค่ะ ธิชาไม่ได้รู้สึกซาบซึ้งเลยสักนิด แล้วธิชาก็จะไม่ขอโทษด้วยเพราะคำพูดที่ธิชาพูดไปน่ะ มันก็สมควรกับคนอย่างพี่ภามแล้วล่ะค่ะ” ชลธิชาพูดออกไปแล้วเธอก็มองหน้าภัคพลอย่างไม่ชอบขี้หน้าสุดๆ 

“ธิชา ถ้าเรายังไม่หยุดอีกก็กลับไปซะ” แพรไหมไล่น้องสาวของเธออย่างอดไม่ได้ เพราะชลธิชาชักจะเหิมเกริมขึ้นทุกทีแล้ว

“คนที่พี่ควรจะไล่คือพี่ภามไม่ใช่ธิชา…ถ้าพี่ไหมรักเขาขนาดนั้นก็ไปอยู่กับเขาเลยสิคะ พี่จะมากล้ำกลืนฝืนทนอยู่กับพี่คีรินเขาทำไมคะ หรือว่าพี่เป็นนางวันทองคะ เลือกใครไม่ได้ก็เลยเก็บเอาไว้ทั้งสองคน…” ชลธิชาหันมาพูดกับพี่สาวของเธอแบบประชดออกไป เพราะพี่สาวของเธอจะได้รู้ตัวว่าตัวเองทำอะไรอยู่

“ธิชา! อย่ามาพูดกับพี่แบบนี้นะ…เรานี่ชักจะก้าวร้าวใหญ่แล้วนะ” แพรไหมมองหน้าน้องสาวอย่างไม่พอใจก่อนจะต่อว่าออกไป เพราะสิ่งที่น้องสาวพูดมันแทงใจดำเธอมาก 

“หึ..ธิชาก็แค่ก้าวร้าว แต่ธิชาก็รู้จักผิดชอบชั่วดีค่ะพี่ไหม…ธิชาพูดแบบนี้ก็เพราะธิชารักพี่ไหมนะคะ ธิชาไม่อยากให้พี่ไหมทำผิดไปมากกว่านี้แล้ว พี่ไหมต้องเลิกติดต่อกับพี่ภามค่ะ ไม่อย่างนั้นธิชาจะเป็นคนบอกความจริงกับพี่คีรินเองค่ะ…เพราะธิชาสงสารเขาที่ต้องมาถูกพี่ไหมกับพี่ภามสวมเขาให้แบบนี้” ชลธิชาพูดบอกไปแล้วมองหน้าพี่สาวของเธอแบบจดจ้อง 

“พี่ไม่คิดเลยนะว่าธิชาจะเห็นคนอื่นสำคัญกว่าพี่สาวของตัวเอง ถ้าธิชาอยากจะทำลายชีวิตพี่นักก็เอาเลย ไปบอกคีรินเขาตอนนี้เลย…” แพรไหมเห็นสายตาของน้องสาวที่มองเธอด้วยความผิดหวังอย่างนั้นเธอก็เสียใจที่น้องสาวของเธอนั้นพูดออกมาแบบนั้น เธอจึงไล่น้องสาวให้ไปบอกความจริงกับคีรินไปเลย

“เพราะธิชาเห็นพี่เป็นคนสำคัญของธิชาไงคะ ธิชาถึงได้พูดตรงๆให้พี่ได้สติว่าตอนนี้พี่กำลังทำอะไรอยู่…ความลับมันไม่มีในโลกนะคะพี่ไหม สักวันคุณคีรินเขาก็ต้องรู้หากพี่ไหมยังติดต่อกับพี่ภามเขาอยู่…ธิชาแนะนำพี่ไหมได้สองทางค่ะ หนึ่งคือหย่ากับพี่คีรินแล้วไปอยู่กับพี่ภามเขาซะ สองคือเลิกยุ่งกับพี่ภามแล้วใช้ชีวิตครอบครัวกับพี่คีรินต่อไป แล้วธิชาจะไม่เอ่ยพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีก…” ชลธิชาพูดอธิบายออกไปเพราะเธอรักพี่สาวของเธอ เธอถึงได้เตือนพี่สาวตรงๆแบบนี้

“พอเถอะธิชาอย่ากดดันอะไรไหมเขาอีกเลย ทุกอย่างมันเป็นเพราะพี่เอง พี่จะออกไปจากชีวิตของไหมกับลูก พี่จะไม่ทำให้ไหมกับลูกต้องเดือดร้อนเพราะพี่…” ภัคพลพูดบอกไปอย่างตัดใจ เพราะมันก็จริงอย่างที่ชลธิชาพูดว่าถ้าเขายังติดต่อกับแพรไหมอยู่ สักวันคีรินก็ต้องรู้เรื่องนี้แน่ และมันก็จะทำให้แพรไหมและเขาตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ดังนั้นเขาต้องสร้างตัวให้มั่นคงกว่านี้ เขาถึงจะสามารถดูแลแพรไหมและลูกได้

“ภาม….คุณไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นเลยค่ะ…ไหมไม่ได้อยากให้คุณไปจากไหม…” แพรไหมมองหน้าเขาแล้วพูดชื่อเขาออกไปด้วยแววตาเศร้าๆ เพราะเธอไม่อยากให้เขาทำแบบนี้  

“พี่ไหม!...” ชลธิชาได้ยินพี่สาวพูดออกมาแบบนั้นก็เรียกชื่อพี่สาวอย่างเสียงดัง เพราะภัคพลยอมจะไปแล้ว แล้วพี่สาวของเธอยังจะเรียกร้องไม่ให้เขาไปอีก

“หยุดกดดันพี่กับภามได้แล้วธิชา แล้วก็หยุดยุ่งเรื่องชีวิตของพี่ซะ พี่จะทำอะไร จะผิดแค่ไหนมันก็เรื่องของพี่ ธิชาไม่ต้องเข้ามายุ่ง…” แพรไหมพูดบอกไปเสียงเข้ม เพราะเธอจะไม่ยอมให้น้องสาวมาพรากภัคพลไปจากเธอแน่ๆ

“งั้นธิชาก็จะไม่ยุ่งเรื่องของพี่ไหมอีกต่อไปค่ะ…ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาก็อย่ามาให้ธิชาแล้วก็คุณพ่อคุณแม่ช่วยก็แล้วกันค่ะ…” ชลธิชาได้ยินพี่สาวพูดแบบนั้นก็มองอย่างผิดหวังกับสิ่งที่พี่สาวพูดออกมาจริงๆ เธอจึงพูดตอบไปแบบเสียใจที่พี่สาวของเธอพูดแบบนี้

“ไหม…ผมไม่อยากให้คุณต้องมาทะเลาะกับธิชาเขาแบบนี้เลยนะ…ธิชา พี่ขอโทษนะ…” ภัคพลพูดกับแพรไหมไปแล้วเขาก็หันมาพูดกับชลธิชาอย่างขอโทษ เพราะเขาไม่ได้อยากเป็นต้นเหตุให้เธอทะเลาะกับแพรไหมเลย 

“ไม่ต้องมาขอโทษหรอกค่ะถ้าพี่พวกพี่ไม่ได้คิดจะสำนึกผิด…หลีกไปค่ะ ธิชาจะกลับ…” ชลธิชาพูดบอกไปแล้วมองหน้าของภัคพลอย่างไม่ชอบใจ ก่อนจะหยิบกระเป๋าของเธอแล้วจะออกไปแต่ภัคพลนั้นยืนขวางทางอยู่

“แกร๊ก! มีเรื่องอะไรกันธิชา…ทำไมถึงเอะอะเสียงดังด้วย…” เสียงประตูเปิดออกพร้อมกับเสียงของคีรินที่เปล่งพูดออกมาอย่างดุดัน แล้วเขาก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับจำได้แม่เลยว่าผู้ชายคนนี้คือภัคพล คนที่ประมูลงานปาดหน้าเขาไปเมื่อเดือนก่อน

ชลธิชาก็มองคีรินเดินเขามาด้วยสายตาอึ้งๆ เพราะเธอไม่คิดว่าเขาจะมาได้จังหวะขนาดนี้ก็ไหนพี่สาวของเธอบอกว่าเขาไปประชุมไง แล้วนี่เขามาตอนนี้ทำไมกัน ชลธิชาคิดในใจไปก็ไม่รู้จะตอบคีรินยังไงเลย

ส่วนภัคพลก็มองสบตากับคีรินอย่างจดจ้องพร้อมกับคิดในหัวว่าเขาจะตอบคำถามของคีรินยังไง ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออย่างเกรงๆเลยทีเดียว 

ส่วนแพรไหมที่เห็นสามีของเธอเดินเข้ามาก็ตกใจไม่น้อยเลย เพราะเธอคิดว่าเขาไปประชุมแล้ว เธอไม่คิดว่าเขาจะกลับมาในสถานการณ์แบบนี้ คีรินจะต้องสงสัยแน่ๆว่าภัคพลมาทำไม แพรไหมจึงรีบเอ่ยถามเขาไปอย่างตัดความสงสัยของเขา

“คุณ คุณไปประชุมเซ็นสัญญาไม่ใช่เหรอคะคุณคีริน แล้วนี่คุณกลับมาทำไมคะ…” แพรไหมเอ่ยถามเขาไปอย่างต้องการเบี่ยงเบนความสนใจของเขา

“ผมลืมโทรศัพท์กับเอกสารสัญญาน่ะก็เลยต้องกลับมาเอาด้วยตัวเอง แล้วเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น ผมได้ยินเสียงธิชาพูดซะเสียงดังเลย แล้วคุณภัคพลมาทำอะไรที่นี่ไม่ทราบ…” คีรินเดินเข้าไปหาแพรไหมแล้วเขาก็หันไปหาชลธิชาและภัคพลอย่างอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้

ชลธิชาก็ได้แต่นิ่งไม่พูดอะไรเพราะเธอไม่รู้จะตอบคีรินยังไง เขายิ่งเป็นคนฉลาดอยู่ด้วยถ้าเธอหาข้ออ้างไม่เนียนเขาก็จะจับได้น่ะสิ ส่วนภัคพลเองก็พยายามจะหาข้ออ้างอยู่เช่นกัน แต่เขาก็ไม่รู้จะเอาอะไรมาอ้างให้คนอย่างคีรินเชื่อ

“อ่อ…คุณภามเขามากับธิชาน่ะค่ะ…เขาเห็นว่าฉันพึ่งคลอดลูกก็เลยมาเยี่ยมค่ะ…” แพรไหมพูดบอกไปอย่างหาทางออกได้แล้ว เพราะบอกไปมากับน้องสาวของเธอคีรินจะต้องไม่สงสัยอะไรแน่ๆ

ชลธิชาได้ยินแบบนั้นก็หันไปมองหน้าพี่สาวของเธอทันทีที่มายัดเหยียดให้ภัคพลมากับเธอแบบนี้ ฉลาดจริงๆเลยเธอยังคิดไม่ได้เลยนะเนี่ย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคีรินถึงจับไม่ได้ว่าพี่สาวของเธอมีชู้ ก็เพราพี่สาวของเธอแถเก่งแบบนี้นี่เอง

“คุณภาม…นี่ผมพึ่งรู้นะว่าคุณรู้จักกับเขาถึงขั้นเรียกชื่อเล่นกันได้เลย…” คีรินเห็นภรรยาของเขาเรียกภัคพลว่าภามก็เอ่ยถามออกไปแล้วมองไปที่ภรรยาของเขาและทางภัคพลและชลธิชาสลับกันอย่างครุ่นคิดเลยทีเดียวว่าสรุปแล้วมันเป็นยังไงกันแน่

“อ่อ ฉันก็ไม่ได้สนิทอะไรขนาดนั้นหรอกค่ะ พอดีคุณภามเขาตามจีบธิชาอยู่น่ะค่ะ เขาก็เลยให้ฉันเรียกชื่อเล่นของเขาน่ะค่ะ…เพราะเขากับฉันก็อายุเท่ากันพอดีน่ะค่ะ…” แพรไหมพูดบอกไปแล้วก็ยิ้มให้เขาไป เพราะพูดไปขนาดนี้เขาจับโกหกไม่ได้แน่

“คะ…” ธิชาที่ยืนคิดอยู่ก็ร้องออกมาอย่างตกใจที่พี่สาวของเธอพูดออกมาแบบนั้น จนแพรไหมนั้นหันมามองหน้าเธอแล้วทำหน้าขอร้องออกมา เลยทำให้ชลธิชานั้นถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจเลยทีเดียว

“อ่อ ใช่ครับ…ผมกำลังจีบน้องธิชาเขาอยู่ครับ…พอดีผมเห็นว่าน้องธิชาเขาจะมาเยี่ยมพี่สาวก็เลยขอตามมาด้วยน่ะครับ…อ่อ…เราเคยเจอกันที่งานประมูลแล้วแต่ไม่ได้แนะนำตัวกันเลยนะครับ ผมภัคพลครับ คุณคีรินจะเรียกว่าภามก็ได้ครับ…ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ…” ภัคพลรีบพูดเสริมไปทันที ก่อนจะยื่นมือไปทำความรู้จักกับคีรินอย่างมีมารยาท

ชลธิชาก็มองภัคพลที่ยืนอยู่ข้างๆเธอตอนนี้ด้วยสีหน้ามองบนเลยทันที เพราะทันทีที่พี่สาวเธอพูดจบเขาก็รีบเสริมต่อเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลย แต่ไม่มีใครเอ่ยถามเธอเลยว่าเธอนั้น

“อืม…ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณภาม…ขอบคุณที่มาเยี่ยมภรรยาของผมด้วยนะครับ…” คีรินเอามือไปจับมือกับเขาอย่างทำความรู้จักไปตามมารยาท ก่อนจะมองชายตรงหน้าสลับกับชลธิชาไปแบบพิจารณา เพราะถึงขั้นมามาเจอคนในครอบครัวแล้วแบบนี้ ชลธิชาก็คงจะชอบหมอนี่แล้วล่ะ

“อ่อครับ…ยินดีครับ” ภัคพลพูดตอบไปแล้วก็ยิ้มอ่อนให้คีรินไป แล้วเขาก็รู้โล่งใจขึ้นมาทันที เพราะคีรินไม่ได้สงสัยอะไร จากนั้นเขาก็ถอนมือออกมาแล้วยืนข้างๆชลธิชาเงียบๆ

“ธิชา…คนนี้เข้าตาล่ะสิถึงได้พามาให้พวกพี่รู้จักน่ะ เรานี่นะ ทำเป็นบอกว่าขอใช้ชีวิตโสด ยังไม่ทันไรก็มีหนุ่มตามติดซะแล้ว…สงสัยว่าพี่คงจะได้ยินข่าวดีว่าเราจะมีแฟนเร็วๆนี้แล้วล่ะมั้งเนี่ย…” คีรินพูดแซวชลธิชาไปด้วยรอยยิ้ม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป