บทที่ 11 11
“ฉัน...” ดวงตากลมโตเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอมือถือ ทุกคำพูดถูกกลืนลงคอจนหมดเมื่อเห็นสายตาของแคลลี่ที่เจ็บปวดและอ้อนวอน “ฉันขอโทษ”
“แค่นี้เหรอ แค่พูดว่า ‘ฉันขอโทษ’ แล้วคุณคิดว่าเรื่องทั้งหมดจะจบอย่างนั้นเหรอ งานของคุณถูกพักเกือบหมดแล้วนะริน ตอนนี้ก็เหลือแค่งานเดินแบบชุดชั้นในของต้นสังกัดเราอย่างเดียว ผมขอร้องริน...อย่าทำให้งานชิ้นสุดท้ายหลุดมือ เพราะนั่นหมายถึงชื่อเสียงการทำงานของคุณด้วยนะ”
รรินพยักหน้า เธอรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายให้กับตัวเองมากมายพอสมควร แต่ที่ไม่รู้คือที่สนามบินดันมีนักข่าวอยู่ที่นั่นได้ยังไง แถมยังสามารถลงข่าวของเธอได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่ไม่ถึงสามชั่วโมงก็สามารถเขียนรายละเอียดข่าวได้อย่างครบถ้วน จนแอบคิดว่าจะมีเครื่องดักฟังถูกติดไว้กับเธอหรือเปล่า หรือไม่ก็ต้องมีเครื่องติดตามอยู่ที่ไหนสักแห่งถึงทำให้พวกนักข่าวติดตามเธอไปได้ทุกที่ขนาดนี้
รรินมองหน้าแคลลี่เป็นเชิงขอโทษ เธอไม่สามารถพาตัวแอชตันมาได้แถมยังมีข่าวเพิ่มมากขึ้นอีก แต่เธอจะไม่ละความพยายามเด็ดขาด หากมีโอกาสเธอขอสัญญาว่าจะต้องทำให้แคลลี่สมหวังแล้วกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ให้ได้
หลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลมาได้ไม่นานแคลลี่ก็มีงานเข้ามาล้นทะลัก เพราะคริสช่วยปิดข่าวเรื่องที่หญิงสาวฆ่าตัวตายได้ทันจึงไม่มีข่าวรั่วไหลออกไปถึงนักข่าวคนไหน แน่นอนงานที่เข้ามาส่วนใหญ่เคยเป็นงานของรรินที่ถูกยกเลิกและนายจ้างที่ต้องการนางแบบที่สามารถทำงานแทนได้โดยไม่มีขาดตกบกพร่องจึงต้องการแคลลี่ที่มีรูปร่างและความสามารถใกล้เคียงกับรรินเข้ามาแทนที่ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่แคลลี่จะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับนายจ้างที่ต้องการนางแบบมาทำงานแทนโดยด่วนที่สุด
แต่งานสำคัญอย่างการเดินแบบของชุดชั้นในชื่อดังอย่างเซ็กซี่ ชาร์ม (Sexy Charm) ยังคงเลือกที่จะให้รรินเดินแบบให้ตามเดิม เพราะการจะวางตัวนางแบบคนใหม่ให้มาแทนรรินนั้นเป็นเรื่องยาก ไหนจะชุดที่ตัดตามขนาดตัวของนางแบบไว้แล้วยิ่งเป็นชุดฟินาเล่ที่เป็นตัวเด่นของงานยิ่งแก้ไขลำบาก เพราะเป็นงานละเอียดที่ประดับด้วยเพชรนับหมื่นเม็ดและเวลาที่ใกล้เข้ามาจนเหลืออีกแค่ไม่กี่วัน ทำให้รรินยังได้เดินแบบให้กับแบรนด์ชุดชั้นในชื่อดังอีกครั้ง
“ทุกคนเตรียมตัว สิบคนแรกเข้าแถวเตรียมเดินออกไปได้แล้ว” หัวหน้าฝ่ายควบคุมงานตะโกนลั่นเรียกนางแบบที่กระจายตัวอยู่แต่ละที่ให้เตรียมตัวเมื่อถึงเวลาใกล้เปิดงาน
ธีมเปิดงานสำหรับปีนี้คงหนีไม่พ้นสีสันของฤดูใบไม้ผลิที่เน้นความสดใสปนเซ็กซี่ของสาวๆ ดึงเสน่ห์ของแต่ละคนออกมาจากชุดที่สวมใส่ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะนางแบบที่ต้องเดินออกไปเป็นคนแรกเธอสวยและมีเสน่ห์ครบทุกความต้องการของแบรนด์ที่สื่อออกมาเป็นเธอได้อย่างลงตัว
“ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง ไปๆๆๆ!”
สิ้นเสียงเข้มของชายหนุ่มที่คอยคุมจังหวะการเดินของนางแบบแต่ละคน ร่างบางในชุดชั้นในสุดเซ็กซี่สีชมพูเข้มแบบหวานซ่อนเปรี้ยวก็ก้าวเดินออกจากฉากกั้นที่ตกแต่งด้วยเพชรหลากสีท่วงท่าราวกับนางพญาแต่ก็แฝงไปด้วยความเซ็กซี่ที่ลงตัว
เสียงปรบมือและเสียงกรี๊ดดังสนั่นเมื่อนางแบบคนแรกปรากฏตัวขึ้นบนเวที รอยยิ้มยั่วยวนของเธอบวกกับชุดที่แทบจะปิดอะไรไม่มิดเป็นที่จับตาของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ซื้อตั๋วเข้ามาชมงาน ไม่เพียงแต่ผู้ชายเท่านั้นที่มองมาไม่วางตา แม้แต่ผู้หญิงด้วยกันและคนดังทั่วโลกที่สนใจในแฟชั่นนุ่งน้อยห่มน้อยก็มองตาไม่กระพริบเช่นกัน ต่างกันตรงที่ความรู้สึกของฝ่ายหลังนั้นมีความอิจฉามากกว่าจะชื่นชมในความงามของหญิงสาว
เสียงกรี๊ดดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อเจ้าของชุดสีชมพูเข้มหมุนตัวเดินกลับ เพราะด้านหลังของเธอแทบจะไม่มีอะไรปกปิดเลยนอกจากเส้นบางๆ ขนาดสามมิลลิเมตรที่รั้งบราด้านหน้าและชั้นในให้ติดอยู่กับตัว โชว์บั้นท้ายแต่งตึงและแผ่นหลังเรียบเนียนให้ทุกคนได้เห็น
อาจไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับวัฒนธรรมตะวันตกที่เคยชินกับการเห็นผู้หญิงแต่งกายด้วยเสื้อผ้าน้อยชิ้น แม้แต่ตามชายหาดบางที่ก็เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติที่ไม่สวมใส่เสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียวเดินไปมาให้เห็นเป็นเรื่องปกติ เพราะฉะนั้นการที่นางแบบสาวจะโชว์แผ่นหลังและบั้นท้ายแต่งตึงโดยมีเชือกเส้นบางๆ รั้งบราด้านหน้าให้ติดตัวไว้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร เพียงแต่ไม่เคยมีแบรนด์ชุดชั้นในแบรนด์ไหนเปิดตัวด้วยชุดที่เปิดเผยขนาดนี้ต่อหน้าสื่อมวลชนมาก่อน จึงเป็นที่ฮือฮาของทุกคนที่มาร่วมงานรวมถึงใครบางคนที่จ้องเรือนร่างนั้นตาไม่กระพริบ
รรินรู้สึกเหมือนกำลังถูกจับจ้องด้วยสายตาเร่าร้อนจากที่ไหนสักแห่ง มันร้อนแรงและกระหายหิวไม่เหมือนใครอีกทั้งยังร้อนวูบวาบไปทั่วช่องท้อง เธอคงบ้าไปแล้ว! เมื่อจู่ๆ ก็คิดถึงสายตาของผู้ชายคนนั้นที่หลอกล่อให้เธอเดินตามเข้าไปในห้องทำงานที่สนามบิน
ไม่จริง!!
พลันหางตาก็สะดุดเข้ากับดวงตาคู่หนึ่งที่ทำให้หัวใจกระตุกราวกับจะหยุดเต้น แข้งขาด้านชาเหมือนจะก้าวไม่ออกแต่ก็ต้องฝืนเดินไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มทั้งที่อยากจะหุบยิ้มใจจะขาด ไม่สามารถสลัดความรู้สึกที่เหมือนมีเปลวไฟเผาไหม้ไปทั่วแผ่นหลังและกำลังลุกลามไปทั่วตัวออกไปได้
ทำไมสายตาของผู้ชายคนนั้นถึงได้น่ากลัวขนาดนี้กันนะ!!
เมื่อกลับเข้ามาด้านหลังเวทีสิ่งที่ต้องทำเป็นอย่างแรกคือการวิ่งเข้าไปในห้องขนาดเล็กที่ถูกกั้นไว้ด้วยผ้าสีดำสนิทเพื่อเปลี่ยนชุดต่อไปทันที ใบหน้างามสะบัดศีรษะไปมาพยายามลืมสายตาของผู้ชายคนนั้นออกจากหัวแต่เหมือนสมองของเธอจะดื้อดึงวนกลับไปคิดถึงดวงตาคู่นั้นตลอดเวลา ทั้งที่พยายามตั้งสมาธิจดจ่อกับงานแต่จนแล้วจนรอดก็ลืมสายตาคู่นั้นไม่ได้สักทีจนเกือบไม่ได้ยินเสียงทีมงานที่เรียกชื่อเธอให้กลับไปเข้าแถวเตรียมโชว์ชุดต่อไป
