บทที่ 13 13
“จริงเหรอ แล้วทำไมเขาถึงเอาช่อดอกไม้มาให้เธอ เขาชอบเธอเหรอ”
“ฉันคิดว่าเขากำลังบอกว่า เขาหาฉันเจอแล้วมากกว่า” ใช่ ไม่มีทางที่เขาจะชอบเธอ แต่เป็นการประกาศชัยชนะมากกว่า
“ก็ยังดีที่มีคนมาตามหา ฉันสิ...จะตามหาเขาก็ไม่ได้แล้วเขาก็ไม่มีทางมาตามหาฉันด้วย”
“แคลลี่...”
“ไม่เป็นไร ฉันได้กลับมาทำงานก็เริ่มทำใจได้บ้างแล้ว” ดวงตาสีฟ้าสั่นไหว เหมือนจะเข้มแข็งแต่ก็รู้ว่าภายในมันสั่นแค่ไหนเพียงแค่จับมือ
“ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้เข้มแข็งอย่างที่พูดแคลลี่” แคลลี่พยายามทำเหมือนตัวเองทำใจได้แต่มือและดวงตากลับสั่นไหวจนเธอรู้สึกผิด “ฉันขอโทษที่พาตัวมารีโน่มาหาเธอไม่ได้ แต่ฉันจะลองหาทางดู เห็นว่าอีกสองอาทิตย์จะมีงานเปิดตัวเครื่องบินลำใหม่ของ แอชตัน แอร์เพลน น่าจะหาทางเข้าถึงตัวเขาได้ไม่ยาก”
“ขอบใจนะริน” ดวงตาสีฟ้าเป็นประกายขึ้นมาทันทีเมื่อได้รับคำตอบที่น่าพอใจ
เรื่องนี้ยังคงต้องเป็นความลับระหว่างเธอสองคนเพราะหากคริสรู้เข้าคงได้จับเธอขังไว้ในห้องไม่ให้ออกไปไหนอีกแน่
“เอาละพวกเราไปกันเลย” ใครบางคนตะโกนขึ้นให้รู้กันว่าตอนนี้สมาชิกสาวงามทุกคนพร้อมจะออกเดินทางกันแล้ว
เย้!!
เมื่อเสร็จจากงานทุกคนก็อยากจะพักผ่อนให้เต็มที่ก่อนลุยงานครั้งต่อไป ดังนั้นการผ่อนคลายของพวกเธอจึงเป็นปาร์ตี้สนุกสุดเหวี่ยงกันในหมู่สาวๆ และอาจจะมีหนุ่มๆ บ้างที่อยากจะร่วมแจมด้วย ซึ่งอาจจะเป็นคู่เดทหรือแฟนของใครในกลุ่มนางแบบก็แล้วแต่แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นใครก็ได้ที่จะเข้าไปร่วมสนุกกับพวกเธอได้
“ไปสนุกกันเถอะ” มือบางดึงแขนแคลลี่ให้ออกเดินตามทุกคนที่ทยอยกันเดินออกไปด้านนอก
แน่นอนการจะเดินทางจากห้องจัดแสดงแห่งนี้ไปยังโรงแรมกลางเมืองคงหนีไม่พ้นรถบัสของบริษัทที่จัดเตรียมไว้ด้านนอก ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าหลังจากงานแฟชั่นโชว์เสร็จนางแบบทุกคนจะนัดแนะกันไปปาร์ตี้กันต่อ ทางบริษัทจึงได้จัดรถบัสสำหรับเดินทางไว้ให้อย่างรู้หน้าที่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องการเดินทางและเป็นการขอบคุณสำหรับการทำหน้าที่ของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี
ทุกคนทยอยเดินขึ้นรถไปทีละคนจนถึงคิวของรริน มือบางจับราวบันไดไว้มั่นก่อนจะใช้เท้าเหยียบที่ขั้นบันไดขั้นแรกเพื่อดันตัวขึ้น แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ขึ้นไปนั่งประจำที่มือถือเครื่องสวยก็เปล่งเสียงเตือนให้เธอหยิบขึ้นมาเปิดดูข้อความที่ส่งมาจากเบอร์ที่ไม่รู้จัก
‘เขากลับมาแล้ว ถ้าอยากเจอเขาก็มาหาได้ที่...’
มือบางกดปิดภาพก่อนจะกลับหลังหันลงจากรถ ภาพและข้อความที่ส่งมาทำให้รู้ว่าคนที่อยากเจอตัวอยู่ที่ใกล้ๆ นี่เองขึ้นแท็กซี่ไปไม่กี่นาทีก็น่าจะถึง
“จะไปไหนริน” แคลลี่คว้าแขนเล็กไว้มั่น เมื่อจู่ๆ รรินก็ทำท่าเหมือนจะรีบลงจากรถทั้งที่เป็นคนบอกเองว่าจะไปสนุกกัน
“เดี๋ยวฉันตามไป รับรองว่าฉันกลับไปพร้อมกับข่าวดีแน่”
“เดี๋ยวริน...”
พูดจบร่างบางก็รีบเดินสวนทางเพื่อนนางแบบลงจากรถไปทันทีไม่สนใจเสียงเรียกของแคลลี่ที่โกนเรียกชื่อเธอตามหลัง มือบางยกมือโบกแท็กซี่ที่ผ่านพอดีให้ไปส่งยังที่จุดหมายปลายที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล
เมื่อถึงที่หมายถึงได้รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วตึกสูงเกือบห้าสิบชั้นนี้ไม่ใช่โรงแรมอย่างที่คิดไว้แต่แรก แต่เป็นเพนเฮาส์สุดหรูของผู้มีอันจะกินที่หรูหราที่สุดแห่งหนึ่งในนิวยอร์ก
ร่างบางที่สวมครอปสายเดี่ยวทับด้วยเสื้อคลุมตัวบางกับกางเกงยีนส์เข้ารูปเดินตรงเข้าไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ที่มีหญิงสาวยืนยิ้มกว้างให้อย่างเป็นมิตร สิ่งเดียวที่รู้คือที่อยู่และรูปถ่ายใบเดียวในมือถือที่ถูกส่งมานอกจากนั้นไม่รู้เลยว่าเขาอาศัยอยู่ชั้นไหน ห้องอะไรและอยู่กับใคร ดังนั้นทางเดียวที่เธอจะได้เจอคนในรูปคงหนีไม่พ้นต้องขอความช่วยเหลือจากหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าคนนี้
“สวัสดีค่ะ มีอะไรให้ช่วยคะ”
“ฉันมาหาคุณแอชตัน มารีโน่ค่ะ ไม่ทราบว่าเขาอยู่ชั้นไหนคะ”
“สักครู่นะคะ” เจ้าหน้าที่สาวก้มลงไปเคาะนิ้วบนแป้นพิมพ์รัวเร็ว ดวงตาที่กรีดด้วยอายไลน์เนอร์เพ่งมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ก่อนจะเริ่มขมวดคิ้วขึ้นทีละน้อยจนคนที่ยืนคอยเริ่มใจคอไม่ดี
“มาเร็วดีนะ เร็วกว่าผมซะอีก”
“คุณ!...” รรินเหลียวมองชายหนุ่มข้างกายด้วยความตกใจ
“ขอบคุณมากนะคนสวย ผมจะพาเธอไปเอง” ใบหน้าหล่อเหลาหลิ่วตาให้กับเจ้าหน้าที่สาวที่หน้าแดงอ่อนระทวยหลังเคาน์เตอร์ แล้วคว้าแขนเล็กให้เดินตามเข้าไปยังลิฟต์ที่ผู้ช่วยหนุ่มเปิดประตูรออยู่อย่างรู้หน้าที่
“จะพาฉันไปไหน ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ” มือบางแกะมือที่เหมือนกับคีมเหล็กออกแต่เพราะฝ่ามือที่ใหญ่จนรวบต้นแขนของเธอมิดได้ด้วยมือข้างเดียวทำให้เธอไม่สามารถทำอะไรได้เลย รรินพยายามดิ้นสุดแรงแต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งเจ็บแรงบีบและดึงที่แขนมันมากมายมหาศาลจนเธอต้องเผลอร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
“อยู่นิ่งๆ สิ จะดิ้นทำไมละ” โลฟปล่อยแขนเล็กที่เหมือนจะหักคามือมาคว้าเอวขอดไว้มั่น จึงได้สายตาวาวโรจน์ลุกเป็นไฟของคนข้างกายเป็นการตอบแทนแต่ก็ทำได้เพียงแค่มองขู่เท่านั้น เพราะเขาไม่มีทางปล่อยให้เธอทำอะไรตามใจได้อีกแน่
“คุณจะทำอะไรฉัน ปล่อยนะ”
“เรายังคุยกันไม่จบ”
“แต่ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ฉันต้องรีบไปตามหา...”
“หาใคร?...แอชตันเหรอ คิดว่าจะเจอเขาได้ง่ายๆ หรือไง เขาคงยอมให้เธอหาเจอได้ง่ายๆ หรอกนะ”
“แน่นอนสิ ฉันรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่ไม่งั้นฉันจะมาถูกได้ยังไง”
