บทที่ 4 4
ยามเช้าอากาศสดใสทำให้สมาชิกของทั้งสองตระกูลที่เพิ่งจะได้เกี่ยวดองกันมารวมตัวกันที่ห้องนั่งเล่นกลางบ้านพักตากอากาศที่ใช้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงฉลองงานแต่งงานเมื่อคืนนี้โดยลืมเรื่องที่เกิดขึ้นกลางงานไปซะสนิท อาจจะเป็นเพราะทุกคนต่างรู้นิสัยของเจ้าบ่าวดีว่าถึงจะมีผู้หญิงมาเกี่ยวพันมากแค่ไหน แต่ก็ไม่เคยไปให้ความหวังใครอย่างนั้นแน่และที่สำคัญเจ้าตัวเองก็คงไม่ปล่อยให้ผู้หญิงคนไหนจับมาง่ายๆ ไม่อย่างนั้นคงเสียชื่อเพลย์บอยตัวพ่อแย่
“ตื่นแล้วเหรอลูกแพร” คุณหญิงสุชาดา มารดาของแอชตัน มารีโน่เอ่ยเรียกลูกสะใภ้ที่เดินมาถึงห้องนั่งเล่น
แน่นอนการแต่งงานของทั้งสองตระกูลย่อมมีเรื่องทางธุรกิจมาเกี่ยวข้องด้วยอยู่แล้ว เนื่องจากตระกูลโฮเมอร์มีสายการบินโฮเมอร์แอร์ไลน์เป็นสายการบินอันดับหนึ่งของโลก ขณะที่มารีโน่ก็มีบริษัทแอชตันแอร์แพลนที่เป็นบริษัทผลิตเครื่องบินรายใหญ่ที่ผลิตเครื่องบินจำหน่ายให้เกือบทุกสายการบิน รวมถึงเครื่องบินส่วนตัวให้เหล่ามหาเศรษฐีที่ไม่รู้จะเอาเงินไปเก็บไว้ที่ไหนได้ถลุงเงินเล่นจึงไม่แปลกที่ทั้งสองตระกูลจะอยากเกี่ยวดองกัน อีกเหตุผลสำคัญก็คงจะเป็นเพราะพ่อแม่ของทั้งสายฝ่ายเป็นเพื่อนสนิทกันจึงอยากจะให้ลูกๆ ที่มีฉายา ‘เพลย์บอยตัวพ่อ’ กับ ‘คาสโนวี่ตัวแม่’ ได้เจอกับคนที่สมน้ำสมเนื้อกันก็คงจะเหมาะกันอยู่ไม่ใช่น้อย
โชคดีที่ตระกูลโฮเมอร์มีแค่แอชตันคนเดียวและเป็นผู้ชาย ขณะที่ตระกูลโฮเมอร์มีกันสามคนพี่น้องแต่มีลูกสาวคนเดียวเท่านั้นนั่นก็คือแพรวา เขาและลูฟที่เป็นพี่ชายคนโตจึงไม่ถูกจับให้แต่งงานกับใคร เพราะถ้าแอชตันดันมีน้องสาวหรือเขาดันเป็นผู้หญิงเสียเอง งานนี้คงตกอยู่ที่เขาหรือลูฟแน่ที่ต้องถูกให้จับแต่งงานครั้งนี้
ลูฟยื่นกระดาษขนาดครึ่งเอสี่ให้กับแพรวา มันเป็นของขวัญแต่งงานให้กับคู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันได้ไปฮันนีมูนกันไกลถึงทะเลมัลดีฟส์ แต่เจ้าสาวหมาดๆ ก็ดื้อรั้นหัวชนฝาไม่ยอมไปง่ายๆ จนต้องยกข้ออ้างการเจ็บป่วยของคุณหญิงแพรพรรณซึ่งเป็นมารดาขึ้นมาอ้างเธอจึงยอมใจอ่อน
“เอ้า..ไปได้แล้วอย่าคิดมากกับคำพูดของลูกแพรเลยเธอยังเด็ก แต่นายต้องดูแลน้องสาวฉันดีๆ นะเว้ยไม่งั้นเพื่อนก็เพื่อนเหอะฉันไม่เอานายไว้แน่” ลูฟเดินเข้าไปตบบ่าแอชตัน
“ฉันฝากนายตามเรื่องที่ผู้หญิงคนนั้นที่เข้ามาป่วนงานเมื่อวานด้วยละ เฮ้..อย่าทำหน้าแบบนั้นฉันไม่มีทางทำอย่างที่ผู้หญิงคนนั้นพูดแน่นอน นายก็รู้ฉันแค่อยากจะรู้ว่าความจริงมันเป็นยังไงต่างหากละ”
“แล้วไป เดี๋ยวฉันให้เจ้าโลฟจัดการให้”
“อ้าว แล้วทำไมกลายเป็นผมละพี่ลูฟ”
“เหอะน่า นายว่างสุดแล้ว”
อะไรนะ! ว่างที่ไหนกัน ตัวเองนั่นแหละว่างชอบโยนงานมาให้เขาทุกที
“อีวาน เข้ามาหาฉันที”
“ครับ” เมื่อได้รับคำสั่งที่ดังมาจากลำโพงโทรศัพท์ข้างตัว ร่างสูงใหญ่ก็ลุกจากโต๊ะทำงานเข้าไปหาผู้เป็นนายในห้องทันที
“ฉันอยากรู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร สืบประวัติของเธอมาทั้งหมดโดยเฉพาะเพื่อนสนิทของเธอ ฉันอยากได้เร็วที่สุดเรื่องจะได้จบๆ ไป” โลฟยื่นรูปที่ขอมาได้จากแขกที่มาร่วมงานให้กับลูกน้องมือดี สิ่งที่ห่วงคือคำพูดทิ้งท้ายของผู้หญิงคนนั้น ดังนั้นเขาต้องรีบจัดการก่อนที่เธอจะกลับเข้ามาสร้างความวุ่นวายให้กับน้องสาวของเขาอีก
“ถ้าผมจำไม่ผิดเธอเป็นนางแบบชุดชั้นในชื่อดังที่กำลังจะมีงานแฟชั่นโชว์ในช่วงเวลานี้ของทุกปีในนิวยอร์กนะครับ”
“นายนี่เรื่องผู้หญิงไม่ใช่ย่อยเลยนะ”
“แล้วเจ้านายคิดว่าผู้หญิงอย่างเธอไม่ควรจำเหรอครับ”
โลฟถึงกับสะอึกเมื่อถูกลูกน้องหนุ่มยอกย้อนเข้าให้ เธอเป็นผู้หญิงที่น่าจดจำมากจริงๆ ถึงแม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ที่อุ้มออกมาจากงานกลายเป็นว่าเขากลับจำสัมผัสคืนนั้นและใบหน้างดงามไร้ที่ติของเธอไม่เคยลืม
“ที่จำนั่นเพราะเธอเข้ามาก่อกวนวันสำคัญของน้องสาวฉันจนเกิดเรื่องต่างหากละ ไปทำงานได้แล้ว”
“ครับ เจ้านาย” ขอให้มันจริงอย่างที่พูดเถอะครับ
กลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งในหน้าหนังสือพิมพ์ทุกฉบับไปทันที กับหัวข้อข่าวที่นางแบบสาวชื่อดังเข้าไปก่อกวนงานเลี้ยงแต่งงานของมหาเศรษฐีเพลย์บอยแอชตัน มารีโน่ สื่อสังคมต่างตราหน้าว่ารรินเป็นคู่ควงเก่าของเจ้าบ่าวที่เข้าไปตามระรานเหมือนคนบ้า ทั้งที่ชายหนุ่มประกาศตัดขาดความสัมพันธ์กับผู้หญิงทุกคนไปหมดแล้วเพื่อแต่งงานกับแพรวา โฮเมอร์ หนึ่งในสามของซีอีโอสายบินโฮเมอร์แอร์ไลน์ งานนี้ทำเอาต้นสังกัดถึงกับสั่งพักงานและให้เธอเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในที่พักรอจนกว่าข่าวจะเงียบ แต่มีหรือที่รรินจะยอมทำตามอย่างน้อยเธอก็ต้องไปหาแคลลี่ให้ได้คงไม่ทำให้เป็นข่าวมากขึ้นหรอกนะ
“ทำอะไรลงไปริน” ชายหนุ่มคนเดียวในห้องถามรรินที่เดินมาถึงหน้าห้องพักผู้ป่วย
“ทำสิ่งที่ควรทำ”
