บทที่ 5 5

“แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ควรทำเลยนะริน มันไม่ใช่เรื่องที่รินต้องไปตามระรานเขาแบบนั้นซ้ำยังถูกมองว่าเคยขึ้นเตียงกับผู้ชายคนนั้นอีก เห็นไหมว่าคนที่เสียหายคือรินไม่ใช่ผู้ชายคนนั้น”

“แต่ฉันก็ทนมองพวกเขามีความสุขโดยไม่รับรู้ถึงความเสียใจของแคลลี่ไม่ได้ พวกเขาสมควรจะรู้ว่าได้ทำลายชีวิตคนคนหนึ่งไปมากแค่ไหน เทียบกับสิ่งที่แคลลี่ได้รับแล้วมันยังน้อยไปด้วยซ้ำ”

“ใช่ มันอาจจะน้อยเมื่อเทียบกับสิ่งที่แคลลี่ได้รับ แต่มันก็ไม่คุ้มกับสิ่งที่นักข่าวพวกนั้นเขียนเล่นงานรินเหมือนกัน”

“ช่างเถอะ ถึงยังไงเรื่องมันก็เกิดขึ้นไปแล้วและฉันก็จะไม่หยุดแค่นี้ด้วย”

“หมายความว่ายังไง แค่นี้ยังทำลายชื่อเสียงตัวเองยังไม่พออีกอย่างนั้นเหรอ”

“ชื่อเสียงถูกทำลายไปก็สร้างขึ้นมาใหม่ได้ แต่ชีวิตคนถูกทำลายไปแล้วสร้างขึ้นมาใหม่ไม่ได้นะคริส”

“มันก็ใช่ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เรื่องมันดีขึ้นมา ซ้ำยังจะเป็นการตอกย้ำแคลลี่ให้เจ็บปวดมากกว่าจะเป็นการช่วยเธอนะริน” คริสต่อว่ารรินด้วยน้ำเสียงจริงจัง ยังดีว่าทั้งคู่ยืนคุยกันอยู่หน้าห้องไม่อย่างนั้นแคลลี่ที่นอนอยู่ในห้องคงได้เสียใจกับเรื่องที่ทั้งคู่กำลังพูดกันอยู่แน่ “หยุดเถอะ ก่อนที่เรื่องมันจะบานปลายไปมากกว่านี้ เอาเวลาที่มีมาช่วยแคลลี่ดีกว่าขุดคุ้ยเรื่องนี้ขึ้นมาให้กลายเป็นปัญหาในอนาคต”

รรินพยักหน้า ถึงจะยอมรับว่าคำพูดของคริสมีเหตุผลและควรจะทำตาม แต่ใจของเธอก็ยังรู้สึกแบ่งแยกเป็นสองฝ่าย ยังรู้สึกโกรธเคืองและอยากจะเอาคืนผู้ชายคนนั้นให้ถึงที่สุด แต่ในเวลานี้ที่สื่อทุกแขนงต่างจับจ้องมาที่เธอทำให้ไม่สามารถขยับตัวทำอะไรได้ง่ายๆ คงต้องปล่อยให้เรื่องเงียบไปสักพักแล้วหลังจากนั้นค่อยหาทางอีกทีหากอาการเสียใจของแคลลี่ยังไม่ดีขึ้น

“เข้าไปข้างในกันเถอะ แคลลี่คงสงสัยว่าทำไมคุณออกมานาน”

“คุณเข้าไปก่อนเถอะ ผมจะลงไปหากาแฟข้างล่างสักหน่อย”

“อืม”

ดวงตาสีฟ้าที่เคยสดใสหม่นหมองเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย พรุ่งนี้คงออกจากโรงพยาบาลได้เพราะร่างกายที่แข็งแรงขึ้นมากแล้วแต่หัวใจนั่นต่างหากที่น่าเป็นห่วง เพราะคงไม่มีใครที่จะมีความสุขได้เมื่อเห็นคนรักที่เคยให้สัญญากันไว้แต่งงานไปกับผู้หญิงคนอื่น โดยที่ทิ้งให้อีกคนต้องตกอยู่ในสภาพที่เหมือนตายทั้งเป็น

“แคลลี่...ลืมเขาไปเถอะนะ ผู้ชายอย่างนั้นไม่มีค่าให้เธอจดจำเลยสักนิด” รรินเดินมานั่งลงข้างร่างบางในชุดคนป่วยที่นั่งมองเครื่องบินลำใหญ่ทะยานขึ้นฟ้าโดยไม่ละสายตา

“ฉันก็อยากจะลืมริน อยากจะลืมเรื่องของเขาให้หมดแต่ก็ทำไม่ได้” ตาสีฟ้าที่มีน้ำตาเอ่อคลอหันมาสบตาคนข้างตัวแล้วกุมมืออีกฝ่ายไว้แน่น “ฉันอยากเจอเขาริน อยากพบเขาอีกสักครั้ง ฉันอยากจะรู้เหตุผลจากปากของเขาว่าทำไมถึงได้ลืมคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับฉันทั้งที่ฉันเชื่อและรอคอยเวลานั้นมาโดยตลอด ได้โปรดริน...ช่วยฉันด้วย”

เธอเพิ่งจะรับปากคริสไปก่อนหน้านี้ไม่กี่นาทีว่าจะวางมือจากเรื่องนี้เพราะไม่อยากสร้างความเจ็บปวดให้กับแคลลี่อีก แต่เมื่อถูกเพื่อนขอร้องพร้อมกับน้ำตาด้านมืดที่เหมือนจะทำหน้าที่ได้ดีกว่าก็เข้ามาครอบงำจิตใจให้เธอรู้สึกโกรธและอยากจะเอาตัวผู้ชายคนนั้นมานั่งคุกเข่าขอโทษตรงหน้าเพื่อนเธอให้สาสมกับสิ่งที่ทำลงไป

“ฉันจะต้องพาเขามาพบเธอให้ได้แคลลี่ แต่เรื่องนี้ต้องเป็นความลับระหว่างเราสองคน อย่าให้คริสรู้เรื่องนี้เด็ดขาด”

“ขอบคุณนะริน ขอให้ฉันได้พบเขาอีกสักครั้งจะให้ฉันทำอะไรฉันยอมหมดทุกอย่าง” แคลลี่ยิ้มพร้อมกับน้ำตาด้วยความดีใจ

“แต่คงต้องรอให้เรื่องที่ฉันไปก่อเรื่องในงานแต่งเขาเมื่อวานให้เงียบลงซะก่อนนะ ตอนนี้ฉันถูกจับตาจากทุกคนอยู่”

“งั้นเหรอ แต่ฉัน...ฉันไม่รู้ว่าจะทนอยู่ในสภาพนี้ได้นานแค่ไหนริน มันสับสนไปหมด ฉันอยากจะรู้เดี๋ยวนี้ว่าทำไมเขาถึงทิ้งฉันทำไมถึงโกหกฉัน ฉันจะได้รู้ว่าฉันทำผิดอะไรเขาถึงได้ทิ้งฉันไปมีคนอื่น”

“อย่าร้องแคลลี่ เธอเจ็บฉันก็เจ็บนะรู้ไหม” รรินดึงตัวแคลลี่ที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นเข้ามาปลอบ

แคลลี่คงจะเสียใจและเจ็บปวดมากที่ถูกกระทำเหมือนคนโง่ที่จู่ๆ ต้องมารู้เรื่องคนรักประกาศจะแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นโดยไม่ทันตั้งตัว อีกทั้งผู้ชายคนนั้นก็เหมือนจะไม่อธิบายอะไรให้เพื่อนของเธอเข้าใจว่าทำไมถึงตัดสินใจแต่งงานกับคนอื่นแล้วก็หายหน้าไปเลย เป็นเธอก็คงทำใจไม่ได้ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นอยากจะไปเอาตัวผู้ชายคนนั้นมาขอโทษเพื่อนเธอให้ได้เดี๋ยวนี้

“ได้โปรดริน ฉันคงอยู่ต่อไปไม่ได้ถ้ายังไม่รู้ความจริงจากปากของเขา ฉันขอร้อง”

“แล้วเธอจะให้ฉันทำยังไง ถ้าตอนนี้ฉันเข้าไปมีหวังถูกจับโยนออกมาตั้งแต่ยังไม่ทันได้อ้าปากด้วยซ้ำ”

“โทรหาคนสนิทของเขา ฉันมีเบอร์ บอกว่าเธอมีเรื่องจะคุยกับมารีโน่ฉันเชื่อว่าเธอทำได้ริน เธอช่วยฉันได้ใช่ไหม”

“ฉันจะลองดู”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป