บทที่ 9 9
ร่างบางดันตัวชายหนุ่มถอยหลังไปทิ้งตัวลงบนเก้าอี้โซฟาตัวยาวที่ใช้รับแขกในห้องทำงาน ดวงตาสีน้ำตาลทองคู่นั้นเร่งเร้าให้เธอต้องลงมือทำอะไรสักอย่างก่อนที่ตัวเองจะเป็นอันตราย และไม่ใช่จากใครที่ไหนแต่เป็นตัวเธอเองที่จะหลงเคลิบเคลิ้มไปกับความเร่าร้อนของเขาจนหยุดตัวเองไม่อยู่
ริมฝีปากหนาพยายามโน้มใบหน้าลงมาหาปากอิ่มเมื่อความหอมหวานที่เคยชิมร้องเรียกให้เขาลิ้มรสความหวานนั้นอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่ อีกไม่ถึงหนึ่งนิ้วเขาก็จะได้จูบริมฝีปากนั่นแล้วแต่นิ้วเรียวเล็กของเธอก็แตะห้ามไว้ซะก่อน
“อย่าใจร้อนสิคะ”
“คุณจะไม่บอกชื่อตัวเองให้ผมรู้จริงๆ เหรอ” โลฟถามร่างบางที่นั่งทับบนตัวและเริ่มซุกซนหยิบเนคไทในกระเป๋าเสื้อของเขาออกมาคลี่เป็นทางยาว
“ฉันบอกว่าไงคะ อย่าใจร้อน” รรินโน้มตัวลงไปกระซิบข้างริมฝีปากหนา พลางใช้มือแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตให้หลุดออกจากกันจนหมดแล้วกรีดนิ้วลงมาตามหน้าท้องเป็นมัดกล้ามสุดเซ็กซี่ของเขาจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นแรง
โลฟเองก็ตื่นเต้นไม่ต่างกัน รู้สึกถึงเลือดที่สูบฉีดไปทั่วร่างก่อนจะกระจุกตัวที่จุดกึ่งกลางร่างตามสัญชาตญาณเพลย์บอยที่สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อ อกอิ่มที่แอบซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้าก็ใช่ว่าจะไม่ทำให้เขารู้สึกอะไรกลับมีผลกับเขาจนเผลอเอื้อมมือไปจับโดยไม่รู้ตัว จนเธอต้องปัดมือนั้นทิ้งอย่างไม่ใยดี
“อย่าซนสิคะ”
“คุณก็อย่าช้านักสิ” รรินยิ้มน้อยๆ แล้วยกเนคไทในมือขึ้นมาหมายจะปิดตาชายหนุ่ม แน่นอนว่าคงไม่มีใครยอมให้ตัวเองถูกปิดตาง่ายๆ และเขาก็เช่นกัน “ทำอะไร”
“ฉัน...ฉัน..เอ่อ ฉันเขิน”
“ไม่เอาน่า ผมมั่นใจว่าตอนที่คุณขึ้นเตียงกับคนอื่นคงไม่ทำกับพวกเขาแบบนี้ แม้แต่กับแอชตัน”
รรินเกร็งร่างขึ้นโดยไม่รู้ตัวเมื่อได้ยินคำพูดสบประมาทของชายหนุ่ม ใครบอกว่าเธอเคยขึ้นเตียงกับแอชตัน แม้แต่ผู้ชายคนอื่นที่เขาว่าเธอก็ยังไม่เคยขึ้นเตียงกับใครสักคน
“แต่กับคุณ ฉันอายจริงๆ นะคะ” ใบหน้างามแดงซ่านจนถึงใบหู เป็นความจริงที่สุดที่เธอรู้สึกเขินอายเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา อย่าคิดว่าที่เธอทำเหมือนเป็นแม่เสือสาวใจกล้านั่นเธอจะไม่อาย เพราะนั่นไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเธอเลยสักนิด “เราเพิ่งมีเรื่องกัน แล้วจู่ๆก็...”
ยิ่งพูดก็เหมือนว่าเธอจะยิ่งอายมากกว่าเดิมจนเนื้อตัวสั่นไปหมด โลฟจึงกุมมือบางไว้แล้วดึงร่างบางให้โน้มลงมาใกล้จนหน้าอกของเธอเบียดชิดกับหน้าอกของเขาและสัมผัสได้ถึงเสียงหัวใจที่เต้นระรัวอยู่ในนั้น
"เชิญครับ”
ใบหน้างามยิ้มกว้างแล้วใช้เนคไทปิดตาชายหนุ่ม ความตื่นเต้นยิ่งทวีขึ้นเมื่อเธอต้องขยับตัวขึ้นมัดผ้าปิดตาให้เขาจนรู้สึกลมหายใจร้อนที่เป่ารดที่หน้าอกตัวเองทั้งที่มีเสื้อผ้ากั้นอยู่ แต่ยิ่งรีบก็เหมือนจะยิ่งสั่นมัดเท่าไหร่ก็เหมือนจะเลื่อนหลุดออกมาทุกที จนคนใต้ร่างคงทนไม่ไหวขยับตัวลุกขึ้นให้เธอมัดได้ง่ายขึ้นแต่นั่นกลับเป็นปัญหาหนักสำหรับเธอ เพราะจมูกและริมฝีปากของเขาดันเข้ามาชิดกับหน้าอกจนแทบจะเรียกได้ว่ามุดหายเข้าไปในนั้น
“เสร็จแล้วค่ะ” เสียงหวานบอกชายหนุ่มที่เหมือนจะได้ใจแอบหากำไรจากเรือนร่างของเธอด้วยการใช้ริมฝีปากขบเม้นเนินอกที่ยังคงมีเสื้อผ้าห่อหุ้ม เขาจะรู้ไหมว่ากำลังจะทำให้เธอหัวใจวายตาย
“ทำอะไรอีกครับ” โลฟถามร่างบางที่ชักจะทำให้เขาตื่นเต้นมากขึ้นทุกวินาที
รรินไม่ตอบชายหนุ่มแต่กลับผลักร่างหนาให้นอนลงไปตามเดิม แล้วลากปลายนิ้วลงมาตามหน้าท้องแกร่งที่ถูกปลดกระดุมทุกเม็ดจนหมด ก่อนจะลงมือแกะเข็มขัดออกจากเอวสอบ โดยที่มีคนใต้ร่างช่วยยกสะโพกอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น หากเป็นคนอื่นเรื่องต่อจากนี้คงไม่พ้นเรื่องใต้ร่มผ้าแน่นอน
“ต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ” โลฟถามหญิงสาวที่จับมือทั้งสองข้างของเขายกขึ้นเหนือศีรษะ
“ใช่ค่ะ คุณไม่เคยทำเหรอคะ เร้าใจดีใช่ไหมละคะ” รรินตอบชายหนุ่มพลางใช้เข็มขัดที่ถอดออกมาจากเอวสอบมัดข้อมือทั้งสองข้างของเขาติดกับขาโต๊ะตัวเล็กที่ใช้เป็นที่วางโคมไฟ
“ครับ ตื่นเต้นจนทนไม่ไหวแล้ว” โลฟตอบร่างบาง ก่อนที่จะรู้สึกถึงร่างบางที่ลุกออกไป “แล้วนั่นคุณจะไปไหน”
“อ้อ ฉันก็จะไปล็อกประตูยังไงละคะ เกิดมีใครเข้ามาเห็นจะทำยังไง”
โลฟนอนนิ่งไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะยอมทำตามง่ายๆ ทั้งที่ไม่กี่นาทีก่อนหน้าเขากับเธอยังทะเลาะกันเรื่องของแอชตันอยู่เลย เพียงแค่จูบๆ เดียวไม่คิดว่าหญิงสาวจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือจนเขาแทบจะลืมเรื่องของน้องเขยไปแล้ว แต่ก็ช่างประไร! ไว้หาความสุขให้กับตัวเองก่อนแล้วค่อยจัดการเค้นความจริงจากเธอก็ยังไม่สาย
สุดท้ายผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่เข้าหาพวกเขาเพียงเพราะต้องการความสุขและชื่อเสียง ไม่รู้ว่าเรื่องที่เธอบอกว่าเพื่อนของเธอฆ่าตัวตายเพราะอกหักจากแอชตันเป็นเรื่องจริงไหม แต่เหมือนว่าเหตุการณ์ในวันนี้จะทำให้เขาคิดได้ว่าเธออาจจะเป็นพวกเรียกร้องความสนใจ และเรื่องของเพื่อนเธอก็อาจจะเป็นแค่ข้ออ้างเพื่อเข้าใกล้พวกเขาเท่านั้น เพราะหลังจากที่ได้จูบกับเขาเธอก็เปลี่ยนเป็นคนละคนราวกับเรื่องที่คุยกันก่อนหน้าไม่เคยเกิดขึ้นซะอย่างนั้น
“ทำไมนานจังเลยครับ” โลฟตะโกนถามเมื่อรู้สึกว่าหญิงสาวจะหายตัวไปนานเหลือเกิน กับแค่เดินไปล็อกประตูที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงห้าเมตร แต่เอ๊ะ...บางทีเธออาจจะกำลังจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองอยู่ก็เป็นได้ เพียงแค่คิดถึงเรือนร่างงามนั้นที่ปราศจากเสื้อผ้า ลมหายใจก็หอบกระเส่าจนอยากจะเปิดตาออกไปดูให้เห็นกับตาซะเดี๋ยวนี้
