บทที่ 1 คืนสู่เหย้า
หญิงสาวร่างอรชร ใบหน้ารูปไข่เฉี่ยวคมที่แต่งแต้มเครื่องสำอางเพียงบางเบา ทอดสายตาไปยังประตูบานใหญ่ของห้องจัดเลี้ยงคืนสู่เหย้ามหาวิทยาลัยด้วยความกระวนกระวาย
เธอนั่งรอมานานกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว แต่ก็ยังไร้แววของคนที่เธอเฝ้ารอ จนเพื่อนสนิทที่นั่งข้างๆ ต้องหันมามองด้วยความฉงน
“มองหาใครอยู่เหรอภัทร” เสียงใสของมีนาดังขึ้น ทำให้สิริภัทรต้องละสายตาจากประตูหันมามองเพื่อน
“ไม่มีอะไรหรอกมีน” สิริภัทรตอบปัด แต่ความรู้สึกในใจกลับตรงกันข้าม เธอกลั้นใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะแสร้งถามถึงคนที่เป็นต้นเหตุแห่งการชะเง้อคอย
“เออ... วันนี้พี่สุดเขตไม่มาเหรอ”
“เดี๋ยวคงมานะ” มีนาตอบพลางตักขนมของว่างส่งให้เพื่อน
“ภัทร! ทางนี้จ้า” เสียงเรียกจากกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่นดังขึ้น
“อิจฉาคนได้ทุนไปเรียนต่อโทจังเลยเนาะ”
"เกรช" เอ่ยแซวทันทีที่เธอนั่งลง
“แล้วเธอจะเดินทางเมื่อไหร่เหรอภัทร”
"กุ้งพลอย" ถามด้วยน้ำเสียงแกมริษยา
“อีกประมาณสองเดือนกว่าๆ จ้ะ” สิริภัทรตอบยิ้มๆ
“แล้วระหว่างที่รอจะไปเรียน ถ้าอยู่ว่างๆ มาช่วยงานพ่อเราที่โรงแรมก็ได้นะ” มีนาที่เดินตามมาสมทบเอ่ยชวนด้วยความหวังดี
“คงไม่ได้หรอก เราทำงานแล้ว... ที่เดียวกับแคทไง จำแคทได้ไหม”
เสียงทุ้มเข้มที่แทรกขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้สิริภัทรหัวใจกระตุกวูบ เธอหันไปมองเจ้าของเสียงด้วยความดีใจ แต่ก็ต้องรีบปรับสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุดเพื่อไม่ให้ใครจับพิรุธได้ โดยเฉพาะ คนตรงหน้า
สุดเขตปรากฏตัวในชุดสูทสากลสีเข้มทับเสื้อเชิ้ตตัวในที่ปลดกระดุมลงสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกและรูปร่างสูงใหญ่เด่นสง่า ใบหน้าคมเข้มติดจะดุของเขาทำให้เพื่อนๆ ในโต๊ะรีบยกมือไหว้ทักทาย
“พี่สุดเขต พวกเรากำลังรออยู่เลยค่ะ... ไงภัทร ดีใจหรือเปล่า” เพื่อนคนหนึ่งเอ่ยเย้า
สุดเขตไม่ตอบ แต่สายตาคมกริบกวาดมองร่างโปร่งบางในชุดแซกสีขาวลายดอกไม้สีชมพูอ่อนช้าๆ พลางนึกตำหนิ แต่ด้วยมารยาททางสังคม ชายหนุ่มจึงเอ่ยออกไปเพียงสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ยินดีด้วยนะภัทร ” แววตาของเขาช่างดูเย็นชาจนสิริภัทรรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ
“กุ้งพลอยก็ต้องฝึกงานก่อนรับตำแหน่งเหมือนกัน แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก บริษัทของพ่อเราเอง จากนั้นก็รับตำแหน่งที่พ่อวางไว้ให้เลย” กุ้งพลอยพูดแทรกขึ้นมาอย่างโอ้อวดจนเพื่อนๆ แอบเบ้ปาก
“ภัทร ถ้าเปลี่ยนใจจะย้ายงานก็บอกฉันได้นะ” กุ้งพลอยรีบบอกสิริภัทร สายตาทอดสะพานให้สุดเขตอย่างปิดไม่มิด
เมื่อบริกรนำอาหารจานแรกเข้ามาเสิร์ฟ การสนทนาที่ส่อแววบลัฟกันจึงยุติลง สิริภัทรขอตัวย้ายกลับมานั่งที่โต๊ะเดิมของเธอ โดยมีสุดเขตเดินตามมาติดๆ เขาเอื้อมมือมาเลื่อนเก้าอี้ให้หญิงสาวนั่งตามมารยาทสุภาพบุรุษ
“ขอบคุณค่ะ” เธอพึมพำขอบคุณเบาๆ
สุดเขตมักจะแสนดีและดูแลผู้หญิงทุกคนอย่างนี้เสมอ จึงไม่แปลกที่เพื่อนๆ ของสิริภัทรพากันหลงใหล แต่ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าไม่มีสิทธิ์ฝันไปถึงตำแหน่งภรรยา เพราะสุดเขตรักเดียวใจเดียวกับ เซลีน่านางแบบไฮโซ ผู้มีความเหมาะสมกับเขาทุกประการ ทั้งฐานะ การศึกษา และชาติตระกูล
สิริภัทรสนิทสนมกับสุดเขตมาตั้งแต่สมัยมัธยมเพราะเธอไปทำรายงานที่บ้านของมีนาบ่อยๆ และเธอเป็นคนแรกที่รู้เรื่องความสัมพันธ์ของเขากับเซลีน่าผ่านคำบอกเล่าของมีนา ในสายตาของคนนอก สุดเขตคือผู้ชายที่สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สำหรับสิริภัทรในตอนแรก เธอคิดว่าเขาไม่ได้วิเศษขนาดนั้น แต่สุดท้ายเธอก็ต้องกลืนน้ำลายตัวเอง เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษาที่โดดเด่น ฐานะ หรือหน้าตา ชายหนุ่มคนนี้แทบไม่มีที่ติจริงๆ
“จะไปอังกฤษเมื่อไหร่” เสียงทุ้มทำลายความเงียบขึ้นมา
สิริภัทรหันไปมองด้วยความหลากใจ ปกติแล้วเธอต้องเป็นฝ่ายหาเรื่องชวนเขาคุยตลอด และเขาก็ไม่เคยรู้ทันแผนการเล็กๆ ของเธอเลย แต่อยู่ๆ วันนี้เขากลับเป็นฝ่ายทักก่อน
“อีกประมาณสองเดือนครึ่งค่ะ”
“แล้วที่ทำงานปัจจุบันเป็นไงบ้าง”
“ก็ดีค่ะ ได้ประสบการณ์ดี แต่ภัทรคงทำได้อีกไม่นานเพราะต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับไปอังกฤษ กลัวว่าถ้ากระชั้นชิดเกินไปจะมีเวลาเตรียมตัวน้อย”
“พูดซะสวยหรูเชียวนะ เตรียมตัวน้อย... ฮึ” ชายหนุ่มแค่นยิ้มค่อนขอด
เขารู้สึกหมั่นไส้หญิงสาวตรงหน้าทุกครั้งที่เธอทำตัวเรียบร้อยเกินเหตุเวลาอยู่ต่อหน้าเขา
“พี่สุดเขตเป็นอะไรรึเปล่าคะ” สิริภัทรถามอย่างไม่เข้าใจ เพราะปกติเขาจะสุภาพกับเธอในฐานะเพื่อนของน้องสาว
“ผู้หญิงทำไมชอบถามอะไรกำกวม ก็เห็นอยู่ว่าพี่ไม่ได้เป็นอะไรสักนิด” สุดเขตตอบด้วยน้ำเสียงรำคาญใจ
สิริภัทรเริ่มอารมณ์เสียกับท่าทีไร้เหตุผลของเขา นี่เขาคิดว่าเธอเป็นหนึ่งในผู้หญิงที่จะต้องคอยตามง้อตามเอาใจเขาหรือไง!
“ภัทรไม่ใช่กุ้งพลอยหรือคุณเซลีน่านะคะ กรุณาอย่าเอาคนอื่นมาเปรียบเทียบกับภัทร” หญิงสาวกระแทกเสียงอย่างหงุดหงิดพลางสะบัดตัวลุกขึ้นยืนแล้วเดินหนีออกจากโต๊ะทันที
เธอตรงไปยังห้องน้ำที่อยู่บริเวณปีกตึกอันห่างไกลของมหาวิทยาลัย เพราะรู้ดีว่าเวลานี้ผู้คนจะไปกระจุกตัวอยู่แต่ในงานเลี้ยง และเธอต้องการอยู่เงียบๆ คนเดียวเพื่อสงบสติอารมณ์
สิริภัทรใช้เวลาในห้องน้ำไม่นานนัก เนื่องจากเธอแต่งหน้าเพียงบางเบา แค่ซับหน้าและทาลิปมันก็เรียบร้อย แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวเท้าเลี้ยวตรงหัวมุมทางเดินอันมืดสลัว จู่ๆ ก็มีมือหนาราวกับคีมเหล็กพุ่งเข้ามากระชากท่อนแขนของเธออย่างแรง ก่อนจะดันร่างโปร่งบางจนหลังกระแทกติดกำแพงตึก!
“พี่สุดเขต!” หญิงสาวอุทานด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้าง คาดไม่ถึงว่าสุภาพบุรุษอย่างเขาจะทำเรื่องป่าเถื่อนแบบนี้ได้
“คิดว่าพี่อยากแตะต้องตัวเธอนักเหรอไง” เขาเค้นเสียงกระซิบชิดใบหู สายตาคมเข้มกวาดมองสิริภัทรตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยาม
คำพูดดูถูกหลุดออกมาจากปากชายหนุ่มอย่างร้ายกาจ โดยปกติแล้วสุดเขตไม่ใช่คนที่จะพูดจาเหยียดหยามหรือกดหัวใคร ยิ่งกับผู้หญิงเขายิ่งไม่มีวันทำ แต่ท่าทางไม่แยแสและคำพูดกระทบกระเทียบที่จงใจตัดพ้อเปรียบเทียบเขากับคนอื่นของสิริภัทรเมื่อครู่ มันเหมือนเป็นการฉีกหน้าเขาอย่างรุนแรงต่อหน้าโต๊ะอาหาร และนั่นทำให้หน้ากากชายหนุ่มแสนดีของเขาหลุดลอยหายไปในทันที!
