บทที่ 10 กันท่าด้วยเพื่อนซี้
“ภัทร... เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมแกหน้าซีดจัง” แคเธอรินเอ่ยถามด้วยเป็นห่วง เมื่อเห็นเพื่อนสาวคนสนิทมีสีหน้าซีดเผือดผิดปกติ แถมยังนั่งเหม่อลอยคล้ายคนไม่มีสติ
สิริภัทรสะดุ้งสุดตัวเมื่อเพื่อนเอื้อมมือมาเตะที่ไหล่ของเธอเบา ๆ วันนี้สิริภัทรไม่มีสมาธิทำงานเลยตลอดทั้งวัน ในสมองของเธอมีแต่ภาพเหตุการณ์อันเร่าร้อนดุดันเมื่อคืนที่มันฉายวนซ้ำ ๆ แคเธอรินตัดสินใจนั่งลงข้าง ๆ เพื่อน
“เปล่าจ้ะ... ไม่ได้เป็นอะไร” สิริภัทรตอบเสียงเลื่อนลอย
“จริงเหรอ ฉันว่าแกน่าจะไปตรวจหน่อยดีมั้ย เดี๋ยวช่วงพักเที่ยงฉันพาไปก็ได้”
“แคท ฉันไม่ได้เป็นอะไรหรอก แค่เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับน่ะ”
“เฮ่อ!!... ขนาดนี้แล้วยังจะปฏิเสธอีก” แคเธอรินพึมพำ แต่ก็ไม่อยากเซ้าซี้เค้นความจริงจากเพื่อนรักให้ลำบากใจ จึงแสร้งเปลี่ยนเรื่องสนทนาเผื่อว่าจะช่วยให้อีกฝ่ายอารมณ์ดีขึ้นบ้างหรือหายเครียดได้บ้าง
“เห็นว่าเดือนหน้า แกต้องบินไปเรียนต่อที่อังกฤษแล้วใช่มั้ย แล้วเตรียมตัวพร้อมหรือยังหึ อย่าลืมไปร่ำลาใครบางคนล่ะ เดี๋ยวพอไปอยู่ไกล ๆ ไม่เห็นหน้าเค้า แกจะอกแตกตายซะก่อน”
แคเธอรินพูดเจื้อยแจ้วพูดไปพูดยิ้มไป โดยไม่รู้เลยว่าสิริภัทรนั้นกำลังแบกรับความเจ็บปวดหนักอึ้งเอาไว้ในอก และไม่ว่าเธอจะพูดจาปลอบโยนเพื่อนอย่างอย่างไร บาดแผลทางกายและใจของสิริภัทรก็คงไม่ดีขึ้นง่าย ๆ
“น้องภัทรคะ มีคนมาขอพบค่ะ ตอนนี้พี่ให้เค้ารออยู่ที่ห้องรับรองด้านล่างนะ” รุ่นพี่ในที่ทำงานเดินเข้ามาแจ้งข่าว สิริภัทรขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ หากเป็นมารดาก็ไม่น่าใช่ เพราะท่านเพิ่งเดินทางไปต่างจังหวัดเมื่อวานนี้เอง
“แคท!!... แกไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ” สิริภัทรดึงแขนเพื่อนสาวให้ลงไปยังห้องประชาสัมพันธ์ซึ่งอยู่ส่วนล่างของตึก ลึก ๆ ในใจรู้สึกสังหรณ์ใจว่าผู้มาเยือนคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากสุดเขต และเมื่อทอดสายตาผ่านกระจกไปเห็นรถสปอร์ตคุ้นตาที่จอดอยู่ตรงลานจอดรถผู้มาติดต่อ สิริภัทรก็ยิ่งมั่นใจว่าเป็นรถของสุดเขตอย่างแน่นอน
“เดี๋ยวแคท!!...” สิริภัทรฉุดแขนเพื่อนสนิทไว้แน่น ก่อนจะจูงมือแคเธอรินเดินอ้อมไปยังมุมตึกด้านหนึ่งที่สามารถมองผ่านหน้าต่างกระจกเข้าไปเห็นด้านในได้อย่างชัดตา ร่างสูงใหญ่ที่กำลังนั่งก้มหน้าเล่นสมาร์ตโฟนรออยู่นั้นคือสุดเขต เพียงแค่นั้นเธอก็จดจำเขาได้แม่นยำขึ้นใจ
“เฮ้ย! นั่นมันพี่เขตนี่นาภัทร!!! แหม่!...เดี๋ยวนี้มาหากันถึงที่เลยนะ” แคเธอรินหันมาแซวขำ ๆ แต่สิริภัทรกลับหน้าถอดสี ไม่มีแม้แต่รอยยิ้มเลยสักนิด
“แคท!!... ช่วยอะไรหน่อยสิ”
“ช่วยอะไรเหรอ”
“คือฉันยังไม่อยากเจอที่สุดเขตน่ะ”
“อ้าว!!!... ทำไมล่ะ พี่เค้าอุตส่าห์มาหาก็ดีแล้วนี่”
“แคทช่วยเข้าไปบอกเค้าว่าวันนี้ ฉันไม่มาทำงานนะ”
“ทำไมภัทรถึงไม่อยากเจอพี่เค้าล่ะ”
“เอาไว้... คืนนี้จะเล่าให้ฟังนะแคท แต่ตอนนี้ช่วยฉันก่อน”
“อือ ๆ ก็ได้ ๆ” แคเธอรินรับคำอย่างนึกสงสัย แต่อย่างไรเธอก็เลือกที่จะช่วยเพื่อนรัก
แคเธอรินก้าวเข้าไปในห้องรับรองพลางเอ่ยทักทายคนที่นั่งรออยู่
“หวัดดีค่ะ พี่เขต วันนี้ยัยภัทรไม่ได้มาทำงานหรอกค่ะ”
“อ้าวเหรอ!!” ชายหนุ่มเลิกคิ้ว
“แสดงว่าภัทรก็อยู่บ้านน่ะสิ”
“พี่รู้ได้ยังไงคะว่าภัทรอยู่บ้าน” แคเธอรินเอ่ยดักคอ เพราะเพื่อนพักอยู่กับเธอตลอด มีแค่เมื่อคืนนี้สิริภัทรขอไปนอนเฝ้าบ้านเพราะแม่ไปต่างจังหวัด
“อ๋อ!... เปล่าหรอก พี่แค่เดาน่ะ” สุดเขตรีบแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ
“แล้วภัทร เค้าไปไหนเหรอ แคทพอจะรู้มั้ย”
“อ๋อ!!! เห็นว่าวันนี้จะจัดการเรื่องเอกสารเตรียมบินไปเรียนต่อน่ะค่ะ อีกแค่เดือนเดียว ภัทรมันก็จะไปแล้วนะพี่ จะง้อก็รีบง้อ” แคเธอรินตอบ โดยไม่รู้เลยว่าคำตอบนั้นทำเอาหัวใจของคนฟังกระตุกวูบด้วยความหงุดหงิด
“งั้นฝากบอกภัทรด้วยแล้วกันว่าพี่มาหา... แล้วคืนนี้ภัทรจะกลับไปนอนที่บ้านหรือเปล่า” สุดเขตจงใจเพิ่มระดับเสียงให้ดังขึ้น หวังส่งผ่านไปถึงคนที่แอบฟังอยู่ด้านนอก เขารู้อยู่แล้วว่าสิริภัทรหลบหน้า เพราะคนที่ไปตามก่อนหน้านี้ไม่เห็นบอกอะไรเขาเลยสักนิดว่าเธอไม่มาทำงาน
“อืม แคทไม่รู้ค่ะ พี่คงต้องไปถามยัยภัทรเอาเองแล้วล่ะ” แคเธอรินตอบอย่างแบ่งรับแบ่งสู้
“ครับ” สุดเขตยิ้มรับ พลางปรายสายตามองหญิงสาวตรงหน้าที่ฐากูลเพื่อนรักของเขากำลังหมายตาอยู่ ต้องยอมรับว่าเพื่อนเขาตาแหลมไม่เบา และผู้หญิงคนนี้ท่าทางจะไม่ยอมคนง่าย ๆ
ก่อนที่สุดเขตจะก้าวขึ้นรถหรู ชายหนุ่มหันกลับมาทิ้งท้ายกับแคเธอรินที่เดินมาส่ง
“เอ่อ... ไอ้ฐากูลเพื่อนพี่มันฝากพี่มาบอกแคทว่า... คิดถึงน่ะ” แคเธอรินได้ยินดังนั้นก็นิ่งไปอึดใจ ก่อนจะแอบเบะปากเบา ๆ ด้วยความหมั่นไส้
ช่วงหัวค่ำ... ก่อนที่สิริภัทรและเพื่อนสนิทจะมาถึงบ้าน สุดเขตอาศัยความชำนาญและความคุ้นเคยในวัยเด็กปีนลอบเข้าบ้านของหญิงสาวซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามเพื่อไปแอบซ่อนตัวดักรอเธอ แต่แผนการใกล้ชิดเพื่อปรับความเข้าใจกลับสะดุดลงเมื่อเขาพบว่าสิริภัทรไม่ได้กลับมาเพียงลำพัง แต่มีแคเธอรินหิ้วกระเป๋าตามมานอนค้างเป็นเพื่อนด้วย
สุดเขตที่แอบอยู่ในห้องนอนของสิริภัทรในตอนแรก จึงจำเป็นต้องย้ายที่ซ่อนตัวอย่างเร่งด่วน ชายหนุ่มจัดการปีนออกทางหน้าต่างบ้านกึ่งไม้กึ่งปูน ก่อนจะขยับเท้าเดินเลาะแนวกันสาดคอนกรีตอย่างระมัดระวัง ก่อนจะมุดปีนเข้าทางหน้าต่างของห้องเก็บของเล็ก ๆ ทางขวามือที่อยู่ติดกันเพื่อใช้เป็นที่กำบัง
ชายหนุ่มทรุดกายนั่งลงในความมืด คอยเงี่ยหูแอบฟังเสียงสะท้อนผ่านผนังแผ่นไม้อย่างจดจ่อ ตั้งใจรอคอยให้แคเธอรินกลับไปเสียก่อนจึงค่อยหาโอกาสเข้าไปสะสางบัญชีรักกับสิริภัทรตามลำพัง
“คิดยังไงถึงชวนฉันมานอนค้างเป็นเพื่อนล่ะภัทร ดูสิเนี่ย! รีบจนลืมหยิบของใช้ส่วนตัวมาด้วยเลย” เสียงของแคเธอรินดังขึ้นพร้อมเสียงวางกระเป๋าเดินทางใบน้อยลงบนฟูก
