บทที่ 7 ตอนที่7
มาเรียคลี่ยิ้มละไม นางเห็นอวัสดาและชาลิญามาตั้งแต่เป็นเด็กสาวตัวเล็กๆ เพราะคุณหนูไอลิซหรือที่รักพาเพื่อนรักทั้งสองคนมาเที่ยวเล่นและค้างที่คฤหาสน์วิลเลียมเบอร์ลิซอยู่บ่อยๆ ด้วยนิสัยน่ารักไม่ถือตัว และสดใสร่าเริงไม่มีจริตจะก้าน ทำให้มาเรียนึกรักและเอ็นดูเหมือนๆ กับคุณหนูไอลิซของนาง ถึงแม้บางครั้งอาจจะดื้อและซุกซนไปบ้างแต่ก็เป็นไปตามวัย จนตอนนี้บรรดาคุณหนูๆ โตเป็นสาวสะพรั่งแสนสวยกันไปหมดแล้ว
“งั้นคุณหนูใส่ผ้ากันเปื้อนก่อนนะคะ เดี๋ยวชุดสวยๆ จะเลอะเอาได้”
เมื่อทนเสียงรบเร้าและความน่ารักของคนอาสาจะช่วยทำครัวไม่ไหวมาเรียก็ต้องยอมในที่สุด นางก้มลงไปดึงผ้ากันเปื้อนในลิ้นชักใต้เคาน์เตอร์เอามาสวมให้ แล้วจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“คุณหนูเอาผักในตะกร้าไปล้างแล้วกันนะคะ ง่ายดี”
“ได้เลยค่ะมาเรียขา…”
อวัสดายิ้มแก้มปริ เธอกระโดดหอมแก้มอวบของมาเรียไปหนึ่งที แล้วถึงคว้าตะกร้าผักก้าวไปยังอ่างตรงเคาน์เตอร์อีกด้าน ขณะที่มาเรียได้แต่คลี่ยิ้มละมุนอย่างนึกเอ็นดู ก่อนนางจะหันกลับไปง่วนกับการทำซุปบนเตาตรงหน้าต่อ กระทั่งผ่านไปพักใหญ่อวัสดาก็ต้องสะดุ้งเบาๆ เมื่อได้ยินเสียงห้าวของใครบางคนดังขึ้นมาไม่มีปี่มีขลุ่ย ไม่ต้องหันไปมอง เธอก็รู้ว่าเสียงใคร
“มอร์นิ่งครับมาเรีย เช้านี้ได้ลูกมือคนใหม่หรือไงครับ หวังว่ามื้อเช้าวันนี้คงไม่ทำให้ท้องเสียหรอกนะ”
ผู้มาใหม่เอ่ยทักคุณแม่บ้านใหญ่ แต่ตาคมกริบกลับปรายไปยังคนกำลังยืนล้างผักอยู่ตรงเคาน์เตอร์อีกด้าน ส่วนคนรู้ตัวว่าโดนแขวะก็หันไปตวัดค้อนงามๆ ให้เสียหนึ่งที พลางแอบสรรเสริญให้ในใจไปด้วย
‘ตื่นมาก็แหกปากกัดกันแต่เช้าเลยนะอีตาบ้า! มันน่าใส่สลอดให้กินซะจริงๆ จะได้สมพรปาก’
“อุ๊ย! ทำไมพูดแบบนี้ล่ะคะ คุณหนูเธอนอนไม่หลับเพราะแปลกที่ก็เลยตื่นแต่เช้า แล้วยังอุตส่าห์เข้ามาช่วยงานมาเรียถึงในครัว คุณคีแกร์นยังไปว่าคุณหนูเธอแบบนั้นอีก มันน่าตีจริงๆ เชียว”
คีแกร์นยิ้มเฉย ไม่สนใจเสียต่อว่านั้น ก่อนเดินตรงเข้าไปกอดร่างตุ้ยนุ้ยพลางหอมแก้มยุ้ยๆ อย่างเอาใจ คุณแม่บ้านใหญ่จึงแกล้งตีแขนล่ำสันไปเบาๆ เสียหนึ่งที
“แล้ววันนี้ไม่ไปทำงานหรือไงคะ เห็นทุกวันออกไปตั้งแต่เช้า กลับบ้านก็ดึกๆ ดื่นๆ อยู่บ้านเดียวกันแท้ๆ มาเรียแทบไม่ได้เจอหน้ามาเป็นเดือนแล้วนะคะ พักบ้างก็ได้ มาเรียเป็นห่วง”
“ไปครับ วันนี้ไปสายๆ ได้ งานไม่เร่งเท่าไร ทำไงได้ก็งานมันยุ่งนี่ครับ ถ้ามัมกับแด๊ดกลับมา ผมจะอยู่บ้านให้มาเรียเห็นหน้าทั้งวันเอาให้เบื่อขี้หน้ากันไปข้างหนึ่งเลยดีไหมครับ”
คุณแม่บ้านตวัดค้อนให้คนแกล้งประชดไปเสียวงใหญ่ ก่อนจะจับใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมาหอมแก้มซ้ายขวาอย่างแสนรัก มาเรียรู้ดีว่าคีแกร์นกับเควินต้องรับผิดชอบงานหนักมาก เนื่องจากธุรกิจที่มีอยู่มากมายจึงจำต้องช่วยแบ่งเบาภาระของปีเตอร์ผู้เป็นบิดา และทั้งสองก็ทำได้ดี จนทุกวันนี้ตระกูล วิลเลียมเบอร์ลิซเป็นมหาเศรษฐีติดอันดับโลกและมีชื่อเสียงครอบคลุมในหลายๆ ประเทศ พอมองใบหน้านี้นางก็อดที่จะคิดถึงอีกคนที่มีหน้าตาเหมือนกันราวกับพิมพ์เดียวไม่ได้ ซึ่งเวลานี้ไปทำธุระให้บิดาที่ประเทศฝรั่งเศส
“คุณเควินก็อีกคน มาอยู่บ้านได้แป๊บๆ มาเรียยังไม่ทันหายคิดถึงเลย ก็ต้องไปอีกแล้ว กลับมาจากฝรั่งเศสเมื่อไร มาเรียจะจับให้อยู่บ้านพร้อมหน้าพร้อมตาเอาให้หายคิดถึงเลยทีเดียว”
คีแกร์นได้แต่หัวเราะเบาๆ พลางเอ่ยหยอกเย้ายิ้มๆ
“เอาไว้ผมจะโทร.บอกนายเควินให้นะครับว่าคุณมาเรียคิดถึง”
มาเรียส่งค้อนให้อีกตลบ ก่อนจะเอ่ยถามอย่างเป็นงานเป็นการ
“วันนี้อยากทานอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ เดี๋ยวมาเรียทำให้ นานๆ จะได้อยู่ทานของเช้ากับเขาสักที”
“ไม่ต้องครับ ขอกาแฟถ้วยเดียวพอ”
คีแกร์นบอกง่ายๆ จากนั้นถึงเดินเลี่ยงไปยืนพิงหลังกับเคาน์เตอร์ที่คนบางคนกำลังยืนล้างผักอยู่ ชายหนุ่มยกมือกอดอกสบายๆ ขณะที่ตาสีน้ำทะเลก็จ้องแก้มใสสีเรื่อแบบจริงๆ จังๆ จงใจให้เจ้าของแก้มรู้ด้วยว่าเขากำลังจ้อง อวัสดาเหล่ตามองร่างสูงใหญ่ในชุดกางเกงวอร์มกับเสื้อกล้ามสีขาวซึ่งชื้นไปด้วยเหงื่อเต็มแผงอกและแผ่นหลังกว้างนั้นนิดหนึ่ง หากมันไม่ได้น่ารังเกียจหรอกนะ ทว่ามันกลับน่ามองมากต่างหาก เสื้อกล้ามเปียกไปด้วยเหงื่อนั่นมันยิ่งเน้นให้เห็นแผงอกตึงแน่นกับกล้ามท้องเป็นมัดๆ จนทำให้คนแอบมองต้องรีบหลบสายตาหันไปสนใจผักในอ่างอีกครั้ง รู้สึกอยู่ใกล้เขาทีไรใจเธอมันหวิวแปลกๆ หัวใจเจ้ากรรมมันก็เต้นผิดจังหวะอยู่เรื่อย
‘คงไปออกกำลังกายมาละสิท่า แล้วจะมายืนอวดหุ่นล่ำๆ เขย่าหัวใจเราอยู่ตรงนี้ทำไมไม่ทราบ’
สาวแสบนึกค่อนแคะอยู่ในใจ พอชำเลืองไปมองมาเรียก็เห็นกำลังง่วนอยู่กับงานตรงเคาน์เตอร์อีกด้าน ก่อนเธอจะหันกลับมามองคนยืนใกล้ๆ ด้วยสายตาระแวดระวังอีกครั้ง เขาคงไม่กล้าทำอะไรเธอหรอกมั้ง เพราะมาเรียก็อยู่นี่นา อวัสดาคิดแล้วก็ลงมือล้างผักตรงหน้าต่อ ทำทีไม่สนใจคนที่กำลังจ้องหน้าเธอไม่พูดไม่จานั้นอีกต่อไป แต่ประโยคภาษาไทยที่ดังลอยขึ้นมาเบาๆ ทำเอาอวัสดาอยากจะกรี๊ดให้ลั่นครัวนัก
“นอนไม่หลับเพราะแปลกที่ หรือว่า...มัวนอนคิดถึงจูบเมื่อคืนนี้กันแน่”
คนโดนยั่วยวนกวนโทสะรับอรุณตวัดตาขวางใส่ทันที หากเธอก็ทำได้แค่กัดฟันว่าให้เบาๆ เท่านั้น
“ว่างนักหรือไงคนบ้า! ฉันยังไม่มีอารมณ์มาทะเลาะกับคุณตอนนี้หรอกนะ”
