บทที่ 10 ผมรู้จักคน ๆ นั้นดี
“เอ่อ…”
ฉันไม่สนใจท่าทางสีหน้าของผู้ฟังอีกต่อไป ตอนนี้สิ่งที่ฉันต้องการมากที่สุดคือการระบายความอัดอั้นตันใจออกมาก็เพียงเท่านั้น
“แล้วแกว่า...สภาพฉันแบบนี้จะได้สัมภาษณ์คนหยิ่ง ๆ แบบนั้นไหม อ้อ...มีอีกนะรุ่นพี่บอกว่าจะส่งรูปถ่ายนายคนนั้นมาให้ป่านนี้ยังไม่ส่งเลยจ้า คนอะไรก็ไม่รู้ดูทำตัวเว่อร์วัง เข้าถึงตัวย้าก ยาก”
“เอ่อ…”
“ยังแก ยังไม่หมด อีตานายแพทย์คนนี้นะน่ะ อาจจะเป็นเกย์ด้วย เพราะไม่เคยคบผู้หญิงคนไหนมาก่อนเลย แกว่าม่ะ ถ้าเป็นผู้ชายปกติก็ต้องเคยมีแฟนมาบ้างแล้วใช่ปะ”
ฉันพูดไปอย่างออกอรรถรสอย่างที่ได้ยินรุ่นพี่ใส่ใข่มาให้ฉัน ก่อนชายหนุ่มที่นั่งฝั่งตรงกันข้ามจะเริ่มชักสีหน้าแปลก ๆ
“คุณอยากนัดพบกับเขาเเหรอครับ? ผมเป็นธุระให้ได้นะ เพราะผมรู้จักกับเขาดี”
เสียงเรียบที่เอ่ยมาก ทำให้ฉันหูผึ่งรีบหันกลับมาสนใจที่ชายหนุ่มที่เป็นแฟนใหม่ของไอด้า
“หา คุณรู้จักเขาด้วยหรือค่ะ” ฉันก็ลืมนึกไปว่าไอด้าเคยบอกว่า ว่าที่คู่หมั้นของเขาเป็นนายแพทย์ หรือบางทีหมอนี่อาจจะรู้จักนายแพทย์ผู้บริหารคนนั้น
“คุณค่ะ...”
ไอด้าดูสีหน้าแปลก ๆ ก่อนที่ฉันจะเห็นเธอหันไปสะกิดไหล่คู่หมั้น สีหน้าไอด้าดูลำบากใจแบบสุด ๆ
“ครับ ผมรู้จักวาคิมดี”
เพราะการเสนอตัวว่ารู้จักของเขา ทำให้ฉันดีใจ ดีใจจนลืมไปคิดถึงอันตรายที่กำลังจะตามมา
“ถ้างั้นฉันต้องขอรบกวนคุณด้วยค่ะ ขอบคุณมากเลยนะคะที่จะมาช่วยเป็นธุระให้”
ฉันฉีกยิ้มกว้างรีบกล่าวขอบคุณเขาในทันที เอาเถอะ...เรื่องคืนนั้นบางทีเขาอาจจะจำไม่ได้ว่าเป็นฉันจริง ๆ ก็ได้ เพราะงั้นฉันก็ควรลืม ๆ มันไป
จะว่าไปบางครั้งในเรื่องร้าย ๆ ก็ยังมีเรื่องดี ๆ ซ่อนอยู่ ฉันนึกชื้นใจขึ้นมาเพราะหวังผลกับงานตรงหน้า ที่สำคัญอีกอย่างเขากำลังจะมาเป็นสามีของไอด้าในอนาคต คงจะไม่เสียหายถ้าฉันจะควรทำความสนิทด้วย...แต่ในฐานะว่าที่สามีของเพื่อนนะ
“ว่าแต่...คุณรู้จักกับคุณวาคิมแบบไหนค่ะ เออหมายถึงคุณกับเขา...คือเขาเป็นเพื่อนคุณ หรือหุ้นส่วนธุรกิจอะไรของคุณหรือเปล่า ขอโทษนะคะฉันเผลอนินทาเพื่อนของคุณระยะเผาขนเลย แหะ แหะ”
ฉันถามพลางหันไปยกแก้วน้ำขึ้นมาจิบเพราะว่าพูดมากไปหน่อยจึงเริ่มรู้สึกคอแห้งขึ้นมา
“ผม...”
“คะ...” ฉันตั้งตาตั้งตารอฟังคำตอบ แม้จะรู้สึกอึดอัดนิดหน่อยกับสายตาของเขา
“ผมคือวาคิม คนที่คุณกำลังพูดถึงครับ”
เฮือกกกก!!!
“แค่กๆๆ!” อะไรนะ ! เมื่อกี้เขาพูดว่าอะไรนะ นี่ฉันหูเพี้ยนหรือว่าฉันกำลังเมาน้ำเปล่าอยู่หรือเปล่า
“ว.. ว่าไงนะคะ..”
“ครับ ผมคือวาคิมที่คุณพูดถึงเองครับ”
เมื่อฟังจบขนก็ลุกซู่ ราวกับว่ากำลังนั่งฟังเรื่องผีอยู่ก็ไม่ปาน ใบหน้าอีกฝ่ายดูไม่พอใจเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทำฉันเกร็งจนแทบจะฉี่ราด
“แค่ก ! อ..เอ่อ… ฉันขอโทษนะคะ..”
แม้ว่ากำลังสำลักน้ำแต่ฉันก็ต้องรีบกล้ำกลืนเก็บกลั้นมันเอาไว้ก่อนที่จะรีบกล่าวคำขอโทษ พลางรีบมองไปหายัยไอด้าที่นั่งทำหน้าถอดสีที่ซีดเผือกเป็นไก่ต้มไม่ต่างจากฉันเช่นกัน
แง...ทำไมไม่บอกให้มันเร็วกว่านี้นะ ยัยไอด้า
ฉันจะเบนสายตากลับมามองที่ฝ่ายสนทนาอีกครั้ง มองได้ไม่นานก็รู้สึกเสียวสันหลังจนต้องก้มหน้างุดลงต่ำไม่กล้าสบตา สายตาของเขามันเป็นอะไรที่ฉันบอกไม่ถูก...ในนัยต์ตาสีดำขลับราวกับพญาเหยี่ยวที่จ้องฉันอยู่ สะกดให้หัวใจฉันมันรู้สึกแปลก ๆ
เห้อ... วันนี้เป็นวันอะไรเนี่ย ทำไมชีวิตฉันเจอแต่เรื่องอะไรก็ไม่รู้
“ไม่ต้องขอโทษก็ได้ครับ ผมไม่ได้ถือสาอะไร เพราะที่คุณพูดมาคุณบอกเองนี่ครับว่ามันเป็นแค่ข่าวลือ”
เป็นการบอกไม่ถือสาแต่น้ำเสียงฟังดูประชดประชัดเป็นที่สุด เพราะไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นเลยสักนิดกลับรู้สึกสำนึกผิดยิ่งกว่าเก่า
“นี่ครับนามบัตรของผม...วาคิม” เขาเน้นคำโดยเฉพาะตรงชื่อของเขา
“ต่อไปถ้าคุณอยากรู้จักอะไรเกี่ยวกับผม รบกวนคุณช่วยมาถามผมตรง ๆดีกว่าครับ เพราะการฟังเรื่องราวของผมจากปากคนอื่นโดยที่ไม่มีมูลความจริงมันเป็นสิ่งที่ไม่สมควรเอามาพูดลอย ๆ และ...หวังว่า นับจากนี้ คุณคงจะได้รู้จักผมดีขึ้นเรื่อย ๆ ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งนะครับ” รอยยิ้มเล็กน้อยที่มุมปากผุดขึ้นทำให้ฉันรู้สึกเสียวสันหลังหวาบ
ไม่พอ...เขายังยื่นนามบัตรหรูระดับพรีเมี่ยมเคลือบเงามาอย่างดีมาให้ ฉันมองนามบัตรในมือเขาด้วยสีหน้าที่ยิ้มไม่ออกเพราะบนนามบัตรตรงหน้าระบุอย่างชัดเจนว่าเขาคือคนที่ฉันกำลังพูดถึงอยู่ก่อนหน้านี้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ฉันพยายามบังคับไม่ให้มือตัวเองสั่นในขณะที่ยื่นมือไปรับนามบัตรของเขามาอย่างเก้ ๆ กัง ๆ สีหน้าไม่ถูก ส่วนเขาก็แค่ยกยิ้มออกมาเล็ก ๆ
นี่สรุปว่า...ฉันจะได้งานหรือจะได้เรื่อง แทนล่ะเนี่ย โอ๊ย!... อยากจะบ้าตาย T T
แม้ว่าข้างในจะอยากกรีดร้องออกมาแค่ไหน แต่สุดท้ายแล้วฉันก็ต้องจำใจแสร้งทำเป็นยิ้มออกไปราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกคนในนี้ก็คงจะรู้ดีถึงบรรยากาศแปลก ๆ ที่สุดแสนกระอักกระอ่วนที่ยังไม่คงจางหาย ถึงอีตาวาคิม เอ๊ย คุณวาคิมจะดูเหมือนไม่ได้ถือโทษโกรธฉันต่อหน้าไอด้า แต่แหงล่ะ ฉันนินทาเขาระยะเผาขนขนาดนี้ ใครบ้างจะพอใจ !
