บทที่ 13 ผมจำคุณได้

วาคิมยิ้มกลับมา เขายอมยื่นมือมารับเอกสารไปจากฉัน ใบหน้าหล่อๆของเขายังเอาแต่จ้องมาที่ใบหน้าของฉันพร้อมกับรอยยิ้มแสนเป็นมิตร เขาก็ดูไม่มีพิษมีภัยอะไร แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้แล้วล่ะ เพราะฉันยังไม่สามารถปล่อยวางจากเรื่องนั้นได้เลย แต่ไม่ว่าอย่างไรมันก็ดีแล้วที่เรื่องแย่ ๆ แบบนั้นมันมีแค่ฉันคนเดียวที่จำได้ ปล่อยให้มันเป็นความลับแบบนี้ต่อไปดีกว่า เพราะถ้ามีคนอื่นรู้เรื่องนี้เพิ่มมากขึ้นจะมีแต่ยุ่งยากไปเปล่าๆ โดยเฉพาะไอด้า

“ผมจำคุณได้นะครับ”

เฮือก!!

ก่อนที่ฉันจะได้พูดอะไรที่เข้าประเด็น จู่ ๆ นายแพทย์วาคิมก็โพล่งประโยคที่ดูจะเข้าประเด็นกว่าฉันไปมากออกมา ทำเอาฉันต้องหยุดชะงักทำตาค้างอ้าปากพะงาบ ๆ อย่างไปไม่เป็น ฉันควรจะรู้สึกยังไงดี เขากำลังหมายถึงเรื่องอะไร เขาจำฉันได้หมายความว่าอะไรเนี่ย… 

ฉันหัวใจหยุดเต้นไปแล้ว พร้อมกับเหล่าคำพูดที่อันตธารหายไปในลำคอเช่นกัน หัวสมองของฉันมันเออเร่อจนขาวโพลนไปหมด สายตาของฉันเห็นอีกฝ่ายยิ้มขึ้นเล็กๆแล้วจ้องตามาที่ฉันเหมือนต้องการจะพูดอะไรต่อ รู้สึกได้เลยว่าภายใต้ภาพพจน์ที่ดูแสนเป็นมิตรของเขามันอาบไปด้วยยาพิษที่ใครได้แตะก็คงจะกระอักเลือดตายได้ทันที เช่นฉันไง่ล่ะ !

“ว..ว่าไงนะคะ…”

ฉันตัดสินใจถามอีกครั้ง แม้ว่าในใจจะรู้ถึงคำตอบอยู่แล้วชัดแจ้งแดงแจ๋ 

“ครับ ผมรู้ว่าคุณก็จำผมได้ อันนา”

นี่ตลอดมาอีกฝ่ายจำฉันได้ตั้งแต่แรก แต่ว่าเสแสร้งงั้นเเหรอ

ภูเขาร้อย ๆ ล้านๆ ลูกถูกอีกฝ่ายยกมาถมที่อกของฉันจนฉันหายใจไม่ออก ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไปดี ความรู้สึกวุ่นวายเตลิดเปิดเปิงไปคนละทิศคนละทาง มีแค่กายหยาบของฉันเท่านั้นที่ยังนิ่งงันเพราะความช็อคอย่างสุดขีด หน้าของแฟนหนุ่มคนปัจจุบันและยัยไอด้าลอยเข้ามา ทำให้ฉันยิ่งรู้สึกผิดและสับสนจนมึนงงไปหมด 

ฉันไม่ได้พูดอะไรออกไป ปล่อยให้เวลาไหลผ่านไปพร้อมกับความเงียบที่ทวีคูณ แต่ผิดกับเขาที่เหมือนจะไม่ยอมให้เวลามันหมุนไปอย่างเปล่าประโยชน์แบบนี้ เขาอ้าปากขึ้นอีกครั้งเพื่อพูดอะไรบางอย่างออกมา ฉันเห็นได้ชัดเลยว่า ตอนนี้บนหัวของเขาเหมือนจะมีเขาปีศาจงอกออกมาด้วย

“ผมจะไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกใคร ถ้าคุณยอมทำตามที่ผมสั่ง”

สั่งเหรอ? คนที่ตีหน้าซื่อตาใสเหมือนจำฉันไม่ได้กำลังจะออกคำสั่งฉัน ฉันอยากจะหัวเราะให้กับตัวเองด้วยความสมเพช เพราะว่าได้พาตัวเองเข้ามาติดกับดักของอีกฝ่ายไปแล้วอย่างสมบูรณ์แบบ 

“คุณต้องการอะไรคะ?”

ฉันตัดสินใจ ถามไปตรง ๆ อยากรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรกันแน่ ทั้งที่มีลางสังหรณ์มาแล้วว่าสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการนั้นน่าจะไม่ใช่เรื่องอะไรธรรมดาแน่ ๆ 

ตาบ้านี่ไม่ธรรมดา คิดให้ดีนะ เรื่องนี้มันแต่ฉันคนเดียวที่เสียกับเสีย แล้วตอนนี้ยังจะมาแบล็คเมลฉันอีก โคตรจะร้ายกาจ 

“รับปากก่อนสิครับว่าจะทำ”

เขาเอ่ยปากต่อรอง ฉันกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ รู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมา แล้วก็เย็นจนหนาวสั่นในเวลาเดียวกัน 

“ค.. คุณบอกฉันก่อนสิคะ ว่าจะให้ฉันทำอะไร ?”

ทางเลือกของฉันมันมีที่ไหนล่ะ ? ฉันถามออกไปอย่างจนตรอก พยายามคิดหาวิธีต่อรองกับอีกฝ่าย 

นายแพทย์วาคิมยิ้มออกมาอีกครั้งด้วยรอยยิ้มแสนเป็นมิตร แต่ตอนนี้มันกลับฉาบเคลือบไปด้วยประสงค์ร้ายล้านเปอร์เซ็นต์ มือหนาของเขาค่อยๆยกมาประสานกันบนโต๊ะ ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลานั่นจะทำหน้าเหมือนนึกอะไรบางอย่าง 

“แบบคืนนั้น...”

“อะไรนะคะ!”

ฉันโพล่งออกไปทันที นี่มันเป็นเรื่องใหญ่ซะยิ่งกว่าเรื่องใหญ่ ฉันมองเขาด้วยสายตาแสนรังเกียจ นอกจากอีกฝ่ายจะฉวยโอกาสฉันแล้ว ตอนนี้ยังมีหน้ามาแบล็คเมลฉันเพื่อให้ฉันไปเสียตัวให้เขาครั้งที่สองอีกเหรอ ความคุกรุ่นพุ่งขึ้นทันที 

ปึง !

ฉันตบโต๊ะหนึ่งครั้งอย่างฉุนเฉียวก่อนจะลุกขึ้นยืน

“มันจะมากไปแล้วนะคะ!”

ฉันปรี๊ดอย่างสุดขีด คิดว่าฉันจะยอมคนไปตลอดหรือยังไง ยังไงฉันก็จะไม่มีทางถูกอีกฝ่ายบังคับและแบล็คเมลฉันอยู่ฝ่ายเดียวแน่ๆ แค่นี้มันก็มากพอแล้ว

“ไม่มากไปหรอกครับ ถ้าแลกกับการให้ผมเก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับต่อไป”

“...”

คำพูดที่เขาพ่นออกมาทำฉันนิ่งค้างไปชั่วขณะแล้วคิดตามอีกฝ่ายทันที ใบหน้าของนายแพทย์วาคิมเปื้อนรอยยิ้มอยู่ตลอด เหมือนคนที่กำลังเล่นสนุกอะไร แต่ฉันกลับไม่ได้รูสึกสนุกด้วยเลยแม้แต่น้อย

“ว่ายังไงครับ? คิดให้ดีๆนะ ถ้าเรื่องนี้แดงถึงหูเพื่อนคุณล่ะก็…”

ร่างสูงช้อนใบหน้ามามองตาของฉัน พร้อมกับยังพูดข่มขู่ฉันไม่หยุด เขาพยามหว่านล้อมฉันก่อนจะเว้นคำพูดไปที่ประโยคสุดท้าย แล้วปล่อยให้ความคิดของฉันได้ทำงานต่อ

ถ้ายัยไอด้ารู้น่ะเหรอ… ฉันคิดตามอีกฝ่ายไปสักพัก ใช่แล้ว ยังไงฉันก็จะไม่ยอมเอาอีโก้มาทำลายเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันอย่างแน่นอน แต่ว่า การทำแบบนี้ มันก็ไม่ได้ต่างกันเลยไม่ใช่เหรอ… 

“ฉัน.. ฉัน..”

ฉันอึกอัก ในขณะที่อีกฝ่ายค่อยๆหยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วเดินอ้อมโต๊ะเพื่อมายืนซ้อนหลังของฉัน ใบหน้าคมคายโน้มใกล้เข้ามาหยุดอยู่ที่บริเวณซอกคอก่อนที่วาคิมจะจงใจปล่อยให้ลมหายใจร้อน ๆ ของเขาเป่ารดมาที่ซอกคอของฉันจนรู้สึกสั่นสะท้านไปทั่วร่าง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป