บทที่ 5 โดนวางยา

ฉันพยายามดันตัวเองที่มันรู้สึกตัวหนักอึ้งขึ้นมาทุกทีถามเขา ใบหน้าของชายที่อยู่ตรงหน้าเลือนลางมาก จนดูไม่ออกเลยว่าหน้าตาของอีกฝ่ายเป็นยังไง เขาเหมือนอ้าปากพูดอะไรบางอย่างกลับมาแต่ว่าตอนนี้ฉันกลับไม่ได้ยิน ดังนั้นฉันเลยพยายามที่จะกระพริบตาถี่ทั้งขยี้ตาแล้วก็เพ่งดูแล้วเพื่อจะให้สายตามันปรับโฟกัส ทว่ามันกลับไม่ได้ช่วยอะไรเลย ตอนนี้ทั้งหูตาและประสาทการรับรู้ต่าง ๆ ทั้งห้าของร่างกายฉันมันกำลังทรยศตัวเองเป็นอย่างมาก

"...ไหมครับ?"

คนตรงหน้ายื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ ก่อนจะถามอะไรมาสักอย่างอีกครั้ง ฉันที่รู้สึกไม่อยากจะเป็นภาระของใคร แล้วก็อยากจะกลับบ้านมาก จึงพยักหน้าแล้วตอบกลับไป

"ค่ะ"

ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรากำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่ แต่ตอนนี้ฉันเกลียดตัวเองตอนเมามาก ฉันตอบตกลงเขาไปโดยที่รู้เรื่องด้วยซ้ำ มันเป็นสิ่งที่ฉันตอนมีสติไม่มีวันจะทำ

ฟุ่บ !

หัวสมองของฉันยังคงไม่ประมวลผลอะไรอยู่แบบนั้น จนกระทั่งร่างกายรู้สึกถึงความนุ่มที่โอบอุ้มตัวของฉันเอาไว้ สัมผัสที่สบายตัวจนอยากจะอยู่แบบนี้ไปอีกนาน ๆ

ดวงตาของฉันลืมขึ้นอีกครั้งก็พบว่าตอนนี้ตัวเองได้มานอนอยู่ในห้องห้องเป็นหนึ่งสีครีมขาว ที่หน้าต่างมีม่านขนาดใหญ่เปิดอยู่เผยให้เห็นทิวทัศน์ของท้องฟ้าในตอนกลางคืน จิตใต้สำนึกของฉันรู้มาขึ้นทันทีเลยว่า นี่ไม่ใช่ห้องของฉันหรือห้องของยัยไอด้าแน่ ๆ เพราะที่หน้าต่างนั่นดูจะเป็นวิวจากตึกสูงจากสักแห่งในเมืองมากกว่า

ถึงตอนนี้อาการเวียนหัวมันจะดีขึ้นมามากแล้ว แต่ว่าความง่วงงันกลับเข้ามาแทนที่อย่างจังเสียแทน อย่างยากที่จะปฏิเสธ ก่อนที่ฉันจะยอมแพ้ให้กับอาการต่าง ๆ ที่ถาโถมเข้าเล่นงาน ฉันก็พยายามจะบอกอีกฝ่ายไป

“กลับ…”

และแล้วฉันก็ไม่อาจต้านทานต่อความง่วงงันที่เข้าครอบงำได้ ดวงตาของฉันปิดลงพร้อมกับสติการรับรู้ที่เลือนลางลงเต็มที

"คุณ? คุณครับ?"

"..."

ดูเหมือนว่าจะเมามากเลยนะเนี่ย

ผมมองดูร่างกายของหญิงสาวตัวเล็กตรงหน้าที่ตอนแรกเหมือนจะสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา แต่สุดท้ายก็หลับไป ตอนนี้ผมพาเธอมาเปิดห้องพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งไม่ไกลจากตัวผับเท่าไหร่นัก

ผมย้ายสายตาจากเธอแล้วหันกลับมามองที่รองเท้าและกระเป๋าใบจิ๋วของอีกฝ่าย ก่อนจะเอาข้าวของของเธอไปเก็บให้เรียบร้อย เลือกที่จะปล่อยให้เธอได้พักผ่อนไปสักหน่อยดีกว่า พอเช้าแล้วค่อยพาไปส่ง

ผมคิดแบบนั้นในขณะที่หยิบมือถือขึ้นมาเปิดดู

"อื้อออ ร้อน"

จู่ๆคนที่ควรจะหลับไปแล้วก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะเริ่มนอนพลิกตัวไปมา ท่าทางดูไม่สบายตัวเท่าไหร่ ผมจึงตัดสินใจเดินไปดู

ตอนแรกผมคิดว่าจะปล่อยเธอเอาไว้เพราะไม่อยากจะล่วงเกินอีกฝ่ายมาก แต่ตอนนี้เธอดูมีอาการแย่ลงจนน่าเป็นห่วง ผมเลยต้องหาทางบรรเทาอาการเมาของเธอก่อน

เพราะร่างกายบอบบางตรงหน้าในตอนนี้มีเหงื่อซึมทั่วตัว จนไรผมเปียกคลอกับกรอบใบหน้า เนื้อตัวแดงก่ำจนผมนู้สึกทรมานแทน เธอเหยเกใบหน้าเหมือนจะร้องไห้พลางพยายามจะปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่ใส่อยู่ออก เมื่อเห็นดังนั้นผมจึงรีบเดินไปเอาผ้าขนหนูมาชุบน้ำให้พอหมาดเพื่อมาช่วยบรรเทาความทรมานของอีกฝ่าย

"ร้อน…"

เสียงผะแผ่วหลุดลอดจากลำคอ อีกฝ่ายปรือตานั้นขึ้นมาสบมองใบหน้าของผมแล้วพูดออกมา ดูเหมือนว่าจะเริ่มมีสติขึ้นมาแล้ว

"ไหวไหมครับ?"

ผมลองเช็คอีกฝ่ายด้วยการถามคำถามนี้อีกครั้ง

"ถอดให้หน่อย…"

แต่เหมือนว่าคำตอบของอีกฝ่ายจะไขความกระจ่างให้ผมได้เป็นอย่างดี ผมไม่ได้พูดอะไรกลับไปก่อนที่จะเริ่มนำผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำเช็ดซับไปตามร่างกายขาวลออที่ตอนนี่เริ่มเห่อแดงขึ้นมาจนน่าเป็นห่วง มือเล็ก ๆ ของคนเมาตรงหน้าผมเริ่มควานไปทั่วจนสุดท้ายเธอจะมาจับที่แขนของผมไว้แล้วดึงชายแขนเสื้อผมเบา ๆ

"จะเอาอะไรหรือเปล่าครับ?"

ผมพยายามที่จะถามอีกฝ่าย แต่เหมือนว่าตอนนี้เรายังคงมีอะไรบางอย่างมาเป็นอุปสรรคทำให้เราคุยกันไม่รู้เรื่องสักที ผู้หญิงตรงหน้าย่นคิ้วก่อนจะเริ่มคว้ามือมาดึงคอเสื้อผมไว้แล้วดึงผมลงไป

"ค.. คุณ!"

บอกตามตรงว่าผมไม่ได้ยั้งตัวเอาไว้เพราะไม่คิดว่า อีกฝ่ายจะทำแบบนี้ นั่นจึงทำให้ผมเสียหลักจนผมถลาลงไปหาอีกฝ่ายที่กำลังนอนเมาอยู่ข้างใต้ ใบหน้าของผมเกือบจะชนกับเธอทว่ายังดีที่ผมนั้นยั้งตัวทัน

ถ้าผมมีแฟนนะ ผมจะไม่ปล่อยให้แฟนของผมไปกินเหล้าเด็ดขาด สภาพอีกฝ่ายตอนนี้ดูไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าถ้าเจ้าหล่อนตื่นขึ้นมาแล้วเห็นสิ่งที่ตัวเองทำเธอจะมีอาการยังไง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป