บทที่ 8 คู่หมั้นของเพื่อน

"พยายามเข้านะอันนา เพื่อค่าคอมเงินล้านของเธอ” พี่แพรวให้กำลังใจดีมาก แต่ฉันสิยิ้มไม่ออกเอาเสียเลย

"ค... โอเคค่ะพี่"

ฉันพยักหน้าก่อนจะหันกลับมามองที่แฟ้มงานเครื่องมือทางการแพทย์ตัวใหม่ล่าสุดและข้อมูลของคุณวาคิมที่อยู่ในมือ ก่อนจะถอนหายใจออกมาแรงๆ

ครืด~

ไม่ทันที่จะได้จมอยู่กับความรู้สึกสิ้นหวังนาน อยู่ ๆ มือถือก็สั่นขึ้นจนฉันต้องลืมเรื่องทุกข์ใจที่ยังไม่เกิดออกไปก่อน เพราะมือถือสมาร์ทโฟนของฉันมันสั่นไม่หยุดจนต้องเอาออกมาดูว่าเป็นใครที่โทรมาในเวลาแบบนี้ แล้วก็ต้องกดรับสายทันทีที่รู้ว่าคนโทรมานั้นคือใคร

"ฮัลโหลไอด้า?"

"แก...”

อีกฝ่ายกรอกเสียงกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ดูดี๊ด๊าผิดปกติ คงจะมีเรื่องอยากเมาส์แน่ ๆ

"ว่า..."

ฉันเองก็กรอกเสียงยาว ๆ ตอบกลับไป ลืมเรื่องอื่นไปก่อนได้เลยเพราะฉันเองก็พร้อมจะรับฟังอยู่แล้ว

"วันนี้แกว่างมั้ย?"

ไอด้าถามกลับมา ส่งผลทำให้ความอยากรู้ของฉันนั้นทวีคูณ เร่งถามอีกฝ่ายกลับไป

"ว่าง แกมีอะไรจะเมาส์ ไหนเล่า"

ไอด้าหัวเราะออกมาคิกคักเมื่อเห็นว่าฉันนั้นจับทางได้ ก่อนจะทิ้งท้ายเพื่อกระตุ้นต่อมความอยากรู้ของฉันเข้าไปอีก

"มี แต่ไม่เล่าตอนนี้ย่ะ ถ้าอยากรู้ก็ออกมากินข้าวกับฉัน"

"ที่ไหน?"

ฉันคุ้น ๆ เหมือนว่าแฟนไอด้าเป็นนายแพทย์อะไรสักอย่างหนึ่ง เขาอาจจะพอมีคอนเนคชั่นช่วย้หลือฉันได้บ้าง ดังนั้นการตอบตกลงนัดพบเธอจึงเป็นทางเดียวเพื่อที่ฉันอาจจะได้ทั้งงานและได้ทั้งเมาส์กับเพื่อนแบบ วินวิน

"ที่เดิม ตอนเที่ยงน้า เจอกันจ้ะ"

ไอด้าทิ้งเบาะแสไว้ให้ก่อนจะวางสาย ฉันถึงรีบเด้งตัวขึ้นเก็บข้าวของใส่กระเป๋าทันที ตอนนี้ก็ใกล้เที่ยงแล้วด้วย รีบไปดีกว่าเดี๋ยวช้าแล้วจะไม่ทัน

ฉัน ใช้เวลาไม่นานตัวฉันก็มาถึงร้านอาหารที่ประจำของฉันกับไอด้า มันคือร้านอาหารในโรงแรมระดับห้าดาว ราคาแพงหูฉี่ที่ไอด้ามันจะเลี้ยงฉันอยู่บ่อย ๆ แหะ แหะ

สองเท้าค่อย ๆ เดินก้าวฉับ ๆ เข้าไปก่อนจะบอกโต๊ะให้กับพนักงาน ไม่นานก็พบกับร่างของหญิงสาวเพื่อนสนิทอย่างไอด้าที่กำลังยิ้มแล้วโบกมือให้น้อย ๆ เพื่อเป็นการบอกว่าตนนั่งอยู่นี่

สายตาของฉันเหลือบไปเห็นชายหนุ่มหน้าหล่อที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เมื่อเห็นดังนั้นก็คงไม่ต้องสืบแล้วล่ะว่าเรื่องที่ไอด้าจะเมาส์ฉันฟังในวันนี้คืออะไร

 คงจะเป็นการเปิดตัวหนุ่มคนใหม่ อีกฝ่ายท่าทางดูดี เห็นแต่ไกลยังรู้เลยว่าคงจะหล่อระดับพระเอก ไม่เป็นคนรวยไฮโซก็คงดารานักธุรกิจแน่ ๆ ทั้งผิวพรรณออร่าที่เปล่งประกายออกมาจนฉันรู้สึกแสบตาเหมือนตาจะบอด

 ฉันส่งยิ้มออกไปอย่างกรุ้มกริ่มก่อนที่ไอด้าจะทำก้มหน้าเหมือนอาย ดูเข้า หน้าแดงจนจะถึงติ่งหูแล้วยัยไอด้า

 ฉันนึกหมั่นไส้ก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้าไปทักทายอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม แต่แล้วก็ต้องรู้สึกหน้าชาเหมือนโดนใครตบ เมื่อได้มองดูหน้าของชายหนุ่มมาดแมนดูภูมิฐานที่กำลังนั่งข้างเพื่อนสนิทของตนอย่างไอด้าดี ๆ

ตอนแรกก็คิดว่าแค่ตาฝาด หรือจำผิด แต่ทว่าพอยิ่งเดินเข้าไปใกล้ หน้าตาบุคลิกของเขาก็เหมือนจะคุ้นขึ้นมาเรื่อย ๆ

แล้วภาพเหตุการณ์ในวันนั้นพลั่งพรูเข้ามาสนความทรงจำราวภาพแฟลชแบลค

ภาพของตัวฉันที่กำลังเมาไม่ได้สติจนมีผู้ชายคนหนึ่งมาช่วยเอาไว้… ภาพที่ฉันกับเขาได้เผลอมีอะไรกัน…

ตัวฉันรู้สึกหนาวเย็นขึ้นมาจับใจจนขนลุกซู่ตั้งแต่คอจนถึงเท้า

"ม.. ไม่จริง"

ฉันเผลอหลุดปากออกมาอย่างไม่เชื่อสายตา พยายามกระพริบตาถี่ ๆ อยากจะหยิกแก้มตัวเองดูตรงนี้เพราะคิดว่าตัวเองอาจจะฝันไปก็ได้ แล้วมันก็เป็นฝันร้ายเสียด้วย

เหตุก็เพราะ ชายหนุ่มคนนั้นที่ฉันเผลอไปมีความสัมพันธ์สวาทด้วยในคืนนั้น ตอนนี้เขากำลังนั่งอยู่ตรงหน้าฉันแล้ว พร้อมกับไอด้าเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของฉันเอง

ฉันผงะค้างไปสักพัก ก่อนที่อีกฝ่ายจะหันมามองหน้าฉัน สายตาเรียบนิ่งไม่แสดงอาการอะไร ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย นี่เขารู้จักกับไอด้าด้วยเเหรอ

อึก..

น้ำลายเหนียวหนืดถูกกลืนลงคอ ก่อนอีกฝ่ายจะมองมาแล้วคลี่ยิ้มบาง ๆ…

ฉันจำได้ เป็นเขาจริง ๆ

แย่แล้ว…อันนา

    ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพรหมลิขิตหรือฟ้าดินลงโทษกันแน่ ต่อให้คืนนั้นฉันจะจำอะไรไม่ค่อยได้ก็ตามทีเถอะ แต่ทว่า....ฉันกลับค่อนข้างมั่นใจมากเลยว่าผู้ชายที่นั่งเก็กหน้าหล่ออยู่ข้าง ๆ เพื่อนสนิทของฉันในตอนนี้ คือผู้ชายคนที่ฉันเผลอไปมีอะไรในคืนก่อนด้วยแน่นอน และเมื่อยิ่งสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้หัวใจของฉันก็ยิ่งเต้นแรงขึ้น ถึงอีกฝ่ายจะดูนิ่งเฉยไม่มีปฏิกิริยาอะไร แต่ทำไมฉันถึงกลับรู้สึกว่ายิ่งเดินเข้าใกล้ถึงโต๊ะร่างกายของฉันยิ่งหนักอึ้ง สองขาพาลจะไม่มีแรงเอาดื้อ ๆ ไม่อยากจะเข้าไปสู้หน้าทั้งสองคนเลย…ให้ตายเถอะ

“แหม มาช้าจังเลยนะยะ ดูเดินเข้าลีลาจังเลยนะ”

เมื่อมาถึงโต๊ะ ไอด้าก็เป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาเอ่ยแซวฉันทันที ก่อนที่ฉันจะหันกลับมาตั้งสติแล้วส่งยิ้มเจื่อนกลับไปให้เพื่อนสนิท ฉันพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างที่สุดเท่าที่ฉันคิดว่าจะดูแนบเนียนที่สุดถึงมันจะค่อนข้างตรงกับข้ามกับเสียงหัวใจที่ดังราวกับระเบิดตั้งเวลาก็เหอะ

 เอาวะ...เวลานี้ฉันควรตัดสินใจทำเป็นลืมเรื่องราวของตัวเองไปก่อน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป