บทที่ 9 หมอวาคิม

“เอ่อ ขอโทษทีไอด้า พอดีเพิ่งได้งานโปรเจคมาใหม่ก็เลยมาช้านิดนึง”

“ตลอดเลยนะแม่คุณ เอาเถอะให้อภัยเพราะวันนี้ฉันอารมณ์ดี” ไอด้าบ่นเป็นพิธีก่อนฉีกยิ้มกว้างแล้วหันมาทำท่าเกาะแขนประจบผู้ชายที่กำลังทำหน้านิ่งจ้องมองฉันอยู่ด้วยสายตาแปลก ๆ

แม่เจ้า...เขาจะรู้ไหมนะว่าสายตาของเขากำลังทำให้ฉันหายใจไม่ออก

“นี่ที่ฉันนัดมาวันนี้เพราะว่าฉันจะมาเปิดตัวคู่หมั้นให้รู้จักน่ะ”

ไอด้าเริ่มมุ่งเข้าประเด็น ก่อนจะหันไปแนะนำชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาหล่อเหลา...ที่ฉันไม่ได้อยากทำความรู้จักเลยแม้แต่น้อย แต่จะว่าไปพอดูหน้าเขาชัด ๆ แบบใกล้ ๆ แบบนี้ โคตรหล่อเลย...อึ้มม...ไม่ได้นะอันนา นิ่งไว้ก่อน

นิ่งไว้ ตะ...แต่แหม...ผู้ชายคนนี้ดูดีมากจริง ๆ ผิวขาวเนียนที่เปล่งออร่ามาแต่ไกล ยิ่งพอมาดูใกล้ ๆ แบบนี้จะว่าไปผิวดีกว่าเราอีก แต่...ก็นะ ติดนิดเดียวที่เขาดูหน้านิ่งจนดูน่ากลัวไปหน่อย

“สวัสดีครับ”

น้ำเสียงทุ้มน่าฟังเอ่ยขึ้น เขาโค้งศีรษะเล็ก ๆ เพื่อทักทาย ฉันจำต้องสบตากับเขาแล้วโค้งศีรษะทักทายกลับเช่นกัน ทำไมนะ...เหมือนสายตาของฉันสังเกตเห็น รอยยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยของเขา ก่อนที่สีหน้าของเขาจะกลับมาเรียบเฉยตามเดิม เขาทำราวกับว่าไม่เคยรู้จักฉันมาก่อนยั้งงั้นแหละ

เออ...อย่าบอกนะว่าเขาจะจำฉันไม่ได้

ใช่ น่าจะเป็นแบบนั้นแหละ ทำตัวปกติเข้าไว้อันนา

“สวัสดีค่ะ ฉันชื่ออันนานะคะ”

ฉันยิ้มกลับทักทายเขาไปตามมารยาท พยายามทำตัวเหมือนกับว่าไม่เคยรู้จักหรือพบอีกฝ่ายมาก่อนเช่นกัน ส่วนไอด้าเพื่อนสนิทของฉันน่ะเเหรอ นางกำลังนั่งกระแซะเบียดอีกฝ่ายจนตัวแทบจะสิงกันอยู่แล้ว ภาพตรงหน้าทำให้ฉันรู้สึกกระอักกระอ่วนบอกไม่ถูก เพราะต่อให้ฉันจะแกล้งทำเป็นไม่รู้จักเขา แต่สุดท้ายฉันก็ไม่สามารถปฏิเสธความเป็นจริงในใจได้เลยว่า หมอนี่คือคนที่พรากความบริสุทธิ์ของฉันไปในคืนนั้น

“เอาไว้ พอถึงงานแต่งงานของฉัน ฉันจะให้แกมาเป็นเพื่อนเจ้าสาว แกโอเคไหม”

“โอเค โอเคสิ ยินดีมาก ๆ อยู่แล้ว ยินดีด้วยนะคะ” ฉันพยายามฉีกยิ้มกว้างให้ทั้งไอด้าและเขา ทั้งที่ภายในใจค่อนข้างรู้สึกตรงกันข้าม

ไอด้าเริ่มชวนฉันคุยไปเรื่อย เพราะหลังจากวันเกิดเหตุนั้นฉันกับไอด้าก็แทบไม่ได้ติดต่อกันเลยเกือบสองอาทิตย์ และเพราะบทสนทนาที่สนุกสนานของไอด้า ทำให้ฉันพยายามไม่ใส่ใจเรื่องคืนนั้นระหว่างเขากับฉันให้ออกจากสมองไป แต่เมื่ออยู่ ๆ ไอด้าวนมาถามเรื่องการทำงานของฉันนี่สิ  นาทีนี้เหมือนเริ่มหัวจะปวดอีกรอบ เมื่อนึกไปถึงงานโปรเจคใหม่ที่เพิ่งจะได้รับมา แล้วก็รู้สึกหนักใจมากกว่าเดิม

ตอนแรกที่ได้รับงานก็หลงดีใจจนตัวลอยอยู่เหรอกนะ แต่พอรู้ว่างานได้มาค่อนข้างหินเอาการ อารมณ์ก็เหมือนคนโดนเอาหินถ่วงแล้วโยนทิ้งน้ำยังไงยังงั้น

เห้อ...

“อย่าถามถึงเรื่องงานเลยของฉันเลยไอด้า โคตรเครียด”

“อ้าว ทำไมล่ะ? ไหนเล่าสิ ฉันรู้จักคนเยอะนะแก เพื่อฉันช่วยแกได้”

ไอด้าแสดงสีหน้าเห็นอกเห็นใจ ส่วนฉันพอนึกถึงเรื่องงานโคตรหินนั่น ก็ลืมความกระอักกระอ่วนในใจไปจนหมด ลมหายใจถูกพ่นออกมาเพื่อระบายความรู้สึกห่อเหี่ยว ฉันยกแขนขึ้นมาท้าวค้างบนโต๊ะ รู้สึกหมดอาลัยตายอยากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ก่อนจะเริ่มสาธยายถึงความรู้สึกอัดอั้นที่มีอยู่ข้างในออกมา

“ก็ที่บริษัทฉันน่ะสิ…อยู่ ๆ ก็โยนงานโคตรหินมาให้ แล้วแกคิดดูนะ ฉันเป็นแค่เด็กใหม่ได้งานโปรเจคที่พวกรุ่นพี่คนอื่นไม่กล้ารับ พอหัวหน้าสั่ง ฉันเลยโดนแจ็คพ๊อต แล้วถ้าฉันทำงานนี้ไม่สำเร็จนะ เหอะ...โดนเพ่งเล็งแหง”

ยิ่งนึกก็ยิ่งกลุ้ม ฉันจึงหันไปเห็นน้ำเปล่าที่บริกรเตรียมเอาไว้ขึ้นมาจิบ เผื่อหัวใจจะได้รู้สึกชุ่มชื้นและบรรเทาความหัวร้อนที่เริ่มคุกรุ่นขึ้นมา

“หืม… งานยากขนาดนั้นเลยเเหรอ”

“ลำพังงานก็ธรรมดานะแหละ ให้ไปเสนออุปกรณ์การแพทย์ให้โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ไอ้ยากมันไม่ยากเหรอก ถ้าผู้บริหารคนนั้นเป็นคนใจดีแล้วก็ไม่เรื่องมากอะนะ แต่ว่าข้อมูลของคนที่ฉันจะต้องไปขอเข้าพบน่ะสิ ท่าจะยากสุด ๆ”

ฉันเกริ่นเรื่องขึ้นมา ส่วนไอด้ามีท่าทีสนใจหัวข้อที่ฉันเปิด ในขณะที่ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างไอด้ายังคงวางท่าทีนิ่งเฉยนิ่งฟังฉันกับไอด้าคุยเงียบ ๆ  แต่ถึงตอนนี้ฉันไม่สนใจแล้วล่ะ ต่อมอยากเมาท์ของฉันก็เริ่มทำงานแล้ว ฉันไม่สนใจแล้วว่าจะมีคนนอกอย่างเขากำลังนั่งฟังและรับรู้เรื่องราวของฉันด้วยอีกคน

“แล้วแกคิดดูนะไอด้า ฉันเพิ่งเริ่มทำงานใหม่ อยู่ ๆ ก็โดนให้ไปเสนองานให้คนที่โคตรหิน แล้วแกว่า...ฉันจะรู้จักเส้นสายที่ไหนไหม...ก็ไม่”

“แล้วโรงพยาบาลอะไรที่แกต้องไปเสนองาน มา...ฉันช่วยแนะนำให้ เผื่อฉันรู้จัก”

“โรงพยาบาล T ส่วนคนที่ฉันต้องเข้าพบ คือผู้บริหารของโรงพยาบาลเป็นนายแพทย์หนุ่มอะไรนี่ล่ะ แต่รุ่นพี่บอกว่าหยิ่งมากเลยนะแถมเข้าถึงตัวยากสุด ๆ สงสัยจะเป็นประเภทพวกมาดเยอะ หรือขี้เก็ก เนอะแกเนอะ ชื่ออะไรน้า อ๋อๆ ชื่อวาคิม นายแพทย์วาคิม อะ แก”

“...”

ทุกคนดูเหมือนอึ้งไปเมื่อฉันเอ่ยชื่อนี้ ฉันเลยคิดไปเองว่าคงไม่มีใครรู้จักเขาแน่ ๆ ฉันเลยพรั่งพรูทุกสิ่งที่อยู่ในจิตใจออกมา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป