บทที่ 1 บทนำ
แถบผ้าเนื้อโปร่ง สีแดงจัด ไล้ผ่านเอวขาวนวลคอดกิ่วอย่างเอื่อยเฉื่อย ยามร่างระหงสะบัดส่ายไปมาตามจังหวะกลองรูปร่างกลมแบนขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กในมือนักดนตรีผิวคร้ามแดด ทุกครั้งที่เจ้าหล่อนเคลื่อนไหว หน้าอกสล้างใหญ่ใต้แถบผ้าแพรกระจ้อยร่อย จะกระเพื่อมไหว เต้นเร่า ราวกับส่วนแน่นหนันชวนอึดอัดนั้น ต้องการขึ้นมาอวดเนื้อหนังเนียนนุ่มประดับกากเพชรส่องประกายต่อหน้าชายทุกผู้ในย่านร้านค้าใจกลางเมืองหลวงอาณาจักรเวเน-เซีย อาณาจักรอันเป็นศูนย์กลางความเจริญในภูมิภาคนี้
อีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง...ที่นางระบำกรีดตาเย้ายวน เผยอปาก เขย่าร่าง
เจ้าหล่อนโยกย้ายเชิญชวนอย่างชำนิชำนาญ เรียกแววตาหิวกระหายจากบุรุษเพศได้อย่างน่าพิศวง
ไม่เพียงสายตาเท่านั้น ลีลาชวนหยุดหายใจจากแม่นักเต้นสาวหน้าตาสะสวยเส้นผมยาวเหยียดตรงสีดำขลับที่กำลังร่ายระบำเรียกแขกบนระเบียงสถานเริงรมย์ที่ใหญ่ที่สุดในย่าน ยังเรียกเสียงครางฮือจากหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ได้เป็นระยะ สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นการร่ายระบำของ ‘กุหลาบทะเลทราย’
“...น่าฟัดเป็นบ้า...” เสียงใครคนหนึ่งพึมพำอย่างลืมตัวตอนแม่นักเต้นที่สืบเชื้อสายจากต่างแดนเร่งจังหวะสะบัดส่าย ทำเอาคนผิวขาวจัดรูปร่างอ้อนแอ้นในชุดคลุมมีฮู้ดปกปิดเรือนผม ที่มีดวงตาคมกริบและริมฝีปากสี
แดงจัดโดยธรรมชาติคล้ายหญิงสาวร้อนแรงบนระเบียงนั่น เกิดอาการใบหน้าร้อนฉ่าเพราะความขุ่นเคืองผสมกระดากอายอย่างไร้สาเหตุ
ยิ่งเห็นสายตาริษยา รังเกียจ คละเคล้ากับสายตาไม่ชอบใจที่ชาวเมืองเพศหญิงหลายๆ คนในบริเวณนั้นใช้มองนางระบำ สายเลือดซาเมียร์ในร่าง
ก็ยิ่งทำให้หญิงสาวผู้ยืนแทรกตัวยืนดูการเต้นระบำท่ามกลางฝูงชน ทั้งโกรธทั้งอับอายจนอยากกรีดร้องขับไล่ตั้งแต่หญิงคณิกาเชื้อสายซาเมียร์คนนั้น
นักดนตรีชราผิวคร้ามแดดที่ไม่ต้องบอกก็พอเดาออกว่าเป็นสายเลือดซาเมียร์เช่นเดียวกัน เจ้าของกิจการค้าประเวณีผู้นึกอุตริสั่งให้กุหลาบงามประจำร้านออกมาเรียกแขกแต่เช้าตรู่ ไปจนถึงฝูงชนที่ดูเหมือนจะมีทุกความรู้สึกต่อคน
ซาเมียร์ เว้นก็แต่ความเห็นอกเห็นใจและการให้เกียรติในฐานะที่เกิดเป็นมนุษย์เหมือนๆ กันเท่านั้น
มันน่าเจ็บใจนัก...
เธอกัดฟันแน่น แล้วรีบละสายตาจากสตรีเชื้อสายเดียวกันก่อนจะทนระงับสติอารมณ์ไม่ไหว
หญิงสาวร่างเล็กในชุดกระโปรงสีตุ่น สวมผ้าคลุมมีฮู้ดสีเขียวเก่าคร่ำคร่า เคลื่อนตัวฝ่าฝูงชนออกไปอย่างเป็นธรรมชาติ ภายในใจ ไม่มีเรื่องใด นอกจากความเจ็บปวดลึกล้ำเกี่ยวกับความจริงแสนเศร้าที่ว่า สาวงามผู้มีหน้าที่ ‘บำรุงบำเรอมนุษย์เพศชายเพื่อเสกสร้างเม็ดเงินให้เจ้าของอาคารผู้มีอภิสิทธิ์เหนือเธอทุกประการ’ นางนี้ เป็นหนึ่งในบรรดาผู้สืบเชื้อสายชาวซาเมียร์ ที่ถูกพรากชิงมาจากดินแดนอันเป็นที่รู้จักกันในนามดินแดนขอบฟ้าจรดผืนทรายตั้งแต่เมื่อราวยี่สิบปีก่อน ด้วยคมหอก คมดาบ และวิทยาการที่ก้าวหน้ากว่า
นางเป็นทาสเชลย...เหมือนแม่ผู้ให้กำเนิดเธอ
“นายท่านคะ นายท่านรูปหล่อคนนั้นน่ะ” น้ำเสียงแหบพร่าทรงเสน่ห์สำเนียงแปลกแปร่งจากบนระเบียง ดึงให้คนที่กำลังจะเดินจากไป อดเหลียวมองไปทางที่ใครหลายคนในบริเวณนี้มองไม่ได้
ดูเหมือนจู่ๆ กุหลาบทะเลทรายดอกสวยจะหยุดร่ายระบำและเพ่งความสนใจไปยังชายคนหนึ่ง ทำเอาชายคนที่ว่า ตกเป็นเป้าสายตาจากผู้คนในบริเวณนั้นโดยอัตโนมัติ
ชั่วเสี้ยววินาทีที่เธอเหลียวมองตาม นัยน์ตาสีนิล ก็สบเข้ากับดวงตาสีเทาคมกริบที่ทำให้รู้สึกถึงกลิ่นน้ำหอมชวนเมามาย ราตรีดิบเถื่อน ใบมีด และโซ่ตรวน ได้อย่างน่าพิศวง
แทนที่ชายร่างสูงไว้ผมสีดำยาวเหยียดตรงเหมือนพวกกวีราชสำนักทว่าสวมเสื้อคลุมหนังสีดำยาวทับชุดกางเกงสีเดียวกันดูรัดกุมเหมือนพวก
นักเผชิญโชคคนนั้นจะมองนางระบำบนระเบียง เขากลับมองตรงมาทางเธอ
ทำเอาคนมีเชื้อสายซาเมียร์...แม้จะเพียงครึ่ง อดสงสัยขึ้นมาไม่ได้ ว่าเผลอทำตัวผิดสังเกตอะไรให้เขารู้ว่าจริงๆ แล้วเธอเป็นใครเข้าหรือเปล่า
ผมสีดำขลับ... เธอรำพึง ถ้าไม่ใช่ว่ามีเชื้อสายซาเมียร์ด้วยอีกราย
ก็ต้องเป็นเชื้อสายตระกูลขุนนางใหญ่จากอัสกันด์ อาณาจักรเก่าแก่ที่เล่าลือกันว่ามีบรรพบุรุษกลุ่มเดียวกับชาวซาเมียร์
“นายท่านชุดดำ” แม่กุหลาบทะเลทรายดอกใหญ่บนระเบียงสถานเริงใจสำหรับพวกผู้ชายเรียกซ้ำอย่างไม่ยอมแพ้ “มัวสนใจอะไรกันคะ ข้ายืนร่าย-ระบำอยู่ตรงนี้ เพื่อท่าน”
“เอาแล้วไง ซามีร่า แม่สาวจอมทะนง” ใครคนหนึ่งในกลุ่มคนหนุ่มที่เธอจำได้ว่าสองในเจ็ดเป็นลูกขุนนางผู้มั่งคั่งผิวปากหวือเมื่อเอ่ยประโยคนั้น
และใครอีกคนในกลุ่มนั้นก็หัวเราะรับ พยักหน้าเออออ “อยากจะบอกว่าหมอนั่นซวยอยู่หรอกนะ แต่ดูท่าไอ้หมอนั่นจะโชคดีมากกว่า”
โชคดีที่จะได้เข้าหอนางคณิกาไปหาความสำราญกับซามีร่าตั้งแต่เช้าตรู่...?
คิดได้เพียงเท่านั้น คนร่างเล็กใต้เสื้อคลุมสีตุ่นแบบมีฮู้ดตัวยาวกรอมเท้าก็เผลอทำตาเขียวใส่คนที่ทำให้อดรู้สึกไม่ได้ว่าเอาแต่จ้องมองเธอมาตลอดทันที
ก็เอาสิ ไปสิ หันไปมองตามที่สาวงามร้องขอ จะมัวมองมาทางนี้ทำไม เดี๋ยวทางนี้ก็พลอยเป็นจุดสนใจไปด้วยพอดี!
นึกได้ไม่ทันจะขาดห้วงคิด ซามีร่า หญิงงามเมืองเลื่องชื่อ ก็เอ่ยประโยคถัดไปด้วยน้ำเสียงของสตรีที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและชอบเอาชนะ
“พึงใจสุภาพสตรีตรงนั้นมากกว่าเหรอคะ” เจ้าหล่อนถาม “แหม สวมผ้าคลุมปิดหน้าปิดตาไว้อย่างนั้น อยากรู้นัก จะงามสักแค่ไหน”
ซามีร่าพูดเพียงเท่านั้น ใครสักคนในบริเวณที่เธอยืนอยู่ ก็ยื่นมือมาเปิดฮู้ด ทำเอาคนไม่ทันตั้งตัวอย่างเธอ ตกใจจนแทบปรับสีหน้าไม่ทัน
เสียงฮือฮาบังเกิดทันทีที่ผ้าสีตุ่นเปิดออก เผยให้เห็นใบหน้าขาวนวลแลดูอ่อนเยาว์ที่ประดับด้วยนัยน์ตาสีดำ สีเดียวกับเรือนผมหยิกหยักศกซึ่งมองจากส่วนที่โผล่พ้นเสื้อคลุมก็พอจะเดาได้ว่ามันทั้งยาวและเรียงตัวกันเป็นระเบียบเหมือนระลอกคลื่นบนผืนน้ำ แต่ละองค์ประกอบตั้งแต่ใบหน้าเล็กเรียวรูปหัวใจ ดวงตาเปล่งประกาย คิ้ว จมูก และริมฝีปากสีแดงจัดตามธรรมชาติ ล้วนดูน่ารักน่าถนอม แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความคมเข้ม เต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งสายเลือดซาเมียร์ชวนหลงใหล
