บทที่ 11 เพชร
เจ้าของอาคารเดินนำผู้ติดตามผิวสีและเด็กหนุ่มผมทองลงไปยังโถงกว้างด้านล่าง ซึ่งเปิดเป็นร้านซื้อขายเครื่องประดับและแพรพรรณ
ทันทีที่ชายเจ้าของกิจการปรากฏตัว นายทหารรูปร่างท้วมก็ลุกจากม้านั่งที่จัดไว้ให้ลูกค้า แล้วปราดเข้าหาชายหนุ่มด้วยท่าทีขึงขัง
“คุณรึ เจ้าของตึกหลังนี้คนใหม่”
“ถูกแล้ว” ไซรัสตอบด้วยท่าทีสงบนิ่งดั่งขุนนางใหญ่ ทำเอาหัวคิ้วอีกฝ่ายขมวดมุ่นเข้าหากันโดยอัตโนมัติ
“คุณคงมาจากอาณาจักรอัสกันด์” นายทหารร่วงท้วมเอ่ยอย่างไม่แน่ใจนัก และไซรัสก็พอใจจะปล่อยให้นายทหารตรงหน้าเลือกเชื่อเอาตามที่คิด
“คนของผมบอกว่าคุณเป็นคนของท่านเจ้ากรมการคลัง ไม่ทราบว่าท่านเจ้ากรมมีธุระอะไรกับผม ถึงต้องส่งทหารในจวนมามากมายเพียงนี้” เขาจงใจเลือกใช้สำนวนการพูดการจาอย่างชนชั้นสูง
นั่นทำให้รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏบนใบหน้าอารีและลูคัส ผู้แม้จะเป็นชนชั้นล่างทั้งคู่ แต่ก็สามารถช่วยให้คนที่มีข้อเสียเพียงหนึ่งเดียวคือเรื่องที่ดูเหมือนจะเป็นคนชนชั้นล่างจากต่างแดนอย่างเขา สามารถเรียนรู้วิถีแห่งชนชั้นสูงของอาณาจักรนี้ได้ในเวลาแค่ไม่ถึงเดือน
“หามิได้ สายข่าวเรารายงานว่ามีชาวเมืองกลุ่มนึงลักลอบสั่งสมสินค้าอันตราย อาทิ ดินปืน น้ำมันดิน ท่านเจ้ากรมการคลังเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสินค้าและการคลังที่ท่านดูแล ก็เลยส่งผมมาตรวจตรา” นายทหารล้วงมืออวบอูมหยิบซองจดหมายสีขาวออกมายื่นให้เจ้าของอาคาร “ท่านเจ้ากรมการคลังทราบอยู่ก่อนแล้ว ว่ามีพ่อค้าอัญมณีและแพรพรรณจากต่างแดนเพิ่งเปิดร้านรวงใหญ่โตในย่านร้านค้า ท่านใคร่เชิญคุณไปงานเลี้ยงระดมทุนที่คฤหาสน์ แต่ไม่ต้องการใช้บ่าวไพร่สามัญมาเชิญคุณ ครั้นจะเดินทางมาด้วยตัวเองก็ติดเรื่องที่ช่วงนี้ภารกิจมากมายนัก ประเหมาะเคราะห์ดีเห็นว่าผมต้องมาที่นี่พอดี ก็เลยไหว้วานให้ผมถือเทียบมาเชิญคุณด้วยตัวเอง”
ไซรัสก้มมองตราประทับขุนคลังบนครั่งสีชาดแล้วถาม “ไม่ทราบว่าท่านเจ้ากรมการคลังมีอัญมณีที่พึงใจเป็นพิเศษบ้างหรือไม่?”
“ช่วงนี้ท่านเจ้ากรมการคลังดูจะสนใจทับทิมเป็นพิเศษ”
คำตอบนี้ทำให้ไซรัสรู้ในทันที ว่าข่าวการค้นพบทัมทิมเม็ดเขื่อง คงแพร่ไปถึงหูขุนคลังรายนี้แล้ว
“แล้วคุณล่ะ”
คำถามถัดมาทำเอานายทหารร่างท้วมฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันแทบทุกซี่
“ผมชอบอัญมณีทุกชนิด พวกมันสวยงามกันคนละแบบ”
“ลูคัส” ไซรัสเหลียวมองไปทางชายรูปร่างสูง โปร่ง ผมสีน้ำตาลตัดสั้น ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวกับกางเกงขายาว สวมทับเสื้อเชิ้ตด้วยเสื้อกั๊กอย่างพวกศิลปิน
ไม่นานนัก ชายร่างสูงก็ถือหีบไม้สีแดงคล้ำเหมือนเลือดแห้งออกมาหานายทหาร
“ในนี้มีแหวนประดับอัญมณีน้ำงามสำหรับสุภาพบุรุษอยู่หลายวง” ไม่ต้องรอให้ไซรัสพูดจบประโยคดี ลูคัสก็เปิดหีบต่อหน้านายทหารร่างท่วมอย่างรู้งาน “คุณเป็นทหารที่ทำงานหนักเพื่อผู้คนในอาณาจักร นี่เป็นสิ่งตอบแทนน้ำใจเล็กน้อยจากผม เชิญคุณเลือกหยิบไปหนึ่งวงได้ตามใจ จะหยิบเผื่อภรรยาด้วยอีกวงก็ได้”
“คุณนี่ช่างเป็นสุภาพบุรุษที่ใจกว้างสมคำร่ำลือ” คนได้ของกำนัลรีบเลือกหยิบแหวนจากในหีบด้วยท่าทีที่ดูกระตือรือร้น คล่องแคล่ว ไม่มีอาการกระดากอายหรือตะขิดตะขวงใจเลยสักนิด
ทหารในจวนเจ้ากรมการคลังช่างรับของกำนัลคล่องแคล่วนัก...เขาประเมินจากผลการทดสอบตรงหน้า
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ไซรัสพบว่า แม้แต่พ่อค้าที่ล้วนรู้ราคาของและมุ่งหวังทรัพย์สินเงินทองกว่าสิ่งใด ก็ยังรู้จักเกรงใจและลังเลเมื่อมีใครใคร่มอบของกำนัล
การที่นายทหารจากจวนขุนคลังคุ้นชินกับการรับของกำนัล ก็คิดได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
“ตาถึงนัก” ไซรัสเอ่ยชมแกมประชด เมื่อเห็นชายร่างท้วมสวมแหวนเนื้อเงินรมดำประดับอัญมณีสีใสบนนิ้วชี้ “วงที่ท่านถืออยู่ ถึงหัวแหวนจะดูเล็กกว่าเพื่อน แต่วงนั้นแพงที่สุดในหีบ มันเป็นแหวนประดับเพชร น้ำงามมากทีเดียว”
“เพชรรึ!”
“วงนี้มีวงที่เข้ากันอยู่อีกวง” เจ้าของกิจการค้าเครื่องประดับและแพรพรรณหยิบแหวนสีเงินเกลี้ยงเกลาประดับเพชรเม็ดสวยส่งให้นายทหาร “เรือนแหวนเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับสุภาพสตรี ภรรยาคุณน่าจะชอบ”
นายทหารมองแหวนทั้งสองวงด้วยแววตาเป็นประกาย
