บทที่ 13 พ่อค้าที่ค้าขายผลประโยชน์เป็นหลัก
ภายในห้องโดยสารบนรถม้า ไซรัสเคาะบัตรเชิญงานเลี้ยงที่คฤหาสน์เจ้ากรมการคลังในมือไป ภายในใจก็จินตนาการภาพงานเลี้ยงระดมทุนไป ยิ่งจินตนาการมากเท่าไหร่ก็ยิ่งสงสัย ว่าคืนนี้ เขากับ ลูคัส ที่วันนี้รับบทผู้ติดตาม จะต้องอดทนเข้าสังคมชั้นสูงของเวเนเซียนานแค่ไหน
พ่อค้าหนุ่มเหลียวมองผู้ติดตามที่นั่งตัวเกร็งอยู่บนที่นั่งฝั่งตรงข้ามแล้วเหยียดยิ้ม อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าแม้แต่ลูคัสที่ดูจะมีท่าทีสงบ คุ้นชินเรื่องวิถีชนชั้นสูงที่สุดในบรรดาผู้ติดตามทั้งหมด แถมยังเข้ากันกับลูกค้าชั้นสูงได้อย่างดีเยี่ยม ยังรู้สึกอึดอัดกังวลได้ขนาดนี้ คำเล่าลือที่ว่าอาณาจักรนี้เป็นอาณาจักรบ้าพิธีรีตองจนน่าเบื่อ คงเป็นเรื่องจริง
“ทำใจให้สบายเถอะ ถ้าอึดอัดก็เดินเข้าไปในงานแค่พอเป็นพิธี ทนไม่ไหวเมื่อไหร่ก็หลบออกมานั่งรอที่รถม้าก็ได้” ไซรัสบอกผู้ติดตามเรียบๆ เรียกรอยยิ้มโล่งใจให้ผุดพรายบนใบหน้าคนฟัง
ท่ามกลางความเงียบงันในบทสนทนา รถม้าเนื้อไม้สีดำสนิท แกะสลักขอบบนและล่างตัวห้องโดยสารด้วยลวดลายคล้ายน้ำเต้า...ผลไม้จากแดนใต้เรียงซ้อนกันเป็นแถวตามแนวยาว เคลื่อนไปตามถนนปูอิฐอย่างไม่เร่งรีบ ส่งผลให้ผู้โดยสารทันได้ยินเสียงนิทานเพลงที่เป็นที่นิยมในช่วงนี้
‘ภาคกลางมีท่านหญิงดอกกุหลาบทะเลทราย...
มารดานางตายจากแต่ยังเยาว์
บิดามากภาระฝากแม่เลี้ยงเลี้ยงดูเจ้า
เรื่องน่าเศร้าจึงเกิดขึ้นกับโฉมตรู’
“ท่านหญิงกุหลาบทะเลทราย...” ไซรัสพึมพำชื่อที่ได้ยินเบาๆ
“ท่านว่าคุณหนูอัยน์นาจะเข้าร่วมงานเลี้ยงระดมทุนนี่ด้วยรึเปล่า” คำถามจากลูคัส ทำเอาดวงตาสีเทาที่ปกติจะนิ่งเฉยเหมือนปลาตายเกิดมีประกายวูบไหวขึ้นมา
ยิ่งนึกถึงดวงตาหลากอารมณ์คู่นั้น เลือดในกายก็พลันฉีดพล่านอย่างน่าพิศวง
“ข่าวว่าพวกแกรนเทรนท์พยายามแก้ข่าวกันน่าดู” ลูคัสยังคงกล่าวต่อไป “น่าทุเรศนัก กลั่นแกล้งรังแกเขาจนผู้คนเล่าลือไปทั่ว พอรู้สึกว่าเรื่องที่ทำทำให้ตัวเองเสื่อมเสียก็รีบออกมาแก้ตัวด้วยการแสดงละครให้ใครใครเห็นว่าเรื่องราวไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ข้ามีคนรู้จักทำงานในคฤหาสน์แกรนเทรนท์ นางเล่าว่าจนถึงเดี๋ยวนี้ คุณหนูอัยน์นาก็ยังต้องไปๆ กลับๆ ระหว่างเรือนคนรับใช้กับตึกใหญ่เพราะโดนเรียกใช้อยู่เนืองๆ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายก็ยังคงได้ใช้เฉพาะของที่พี่สาวต่างมารดาอย่างท่านหญิงพริสซิลล่ากับท่านหญิงแอนนาเบลทิ้งแล้วเท่านั้น”
“แม้แต่เจ้าก็ยังชื่นชมท่านหญิงกุหลาบทะเลทราย” ไซรัสออกความเห็นสั้นๆ แล้วเปิดกล่องไม้ในมือตรวจสอบความเรียบร้อยของของขวัญ
“จะบอกว่าท่านไม่สนใจนางงั้นสิ?” ลูคัสเลิกคิ้วถาม
“เจ้าคิดว่าท่านเจ้ากรมการคลังเป็นคนแบบไหน”
ลูคัสหัวเราะหึ “เปลี่ยนเรื่องชัดๆ ท่านนี่ก็แปลกคน หรือรสนิยมท่านจะแตกต่างจากคนอื่น ท่านไม่ชอบผู้หญิงสาวๆ สวยๆ รึไง ตั้งแต่ติดตามท่านมา จนถึงตอนนี้ก็เดือนกว่าแล้ว ข้ายังไม่เคยเห็นท่านชายตาแลผู้หญิงเลยสักครั้ง”
“มีสมาธิหน่อย ลูคัส เราอยู่ที่นี่ก็เพื่องาน”
“ชายคนนั้นเป็นคนกว้างขวางทีเดียว” ลูคัสหันมาออกความเห็นเรื่องงานด้วยสีหน้าอาบรอยยิ้มจางๆ “ดูเผินๆ เหมือนขุนนางใหญ่ใจซื่อที่ทำหน้าที่อย่างเด็ดขาด ตรงไปตรงมา แต่เบื้องหลังดูจะไม่เป็นอย่างฉากหน้า”
“ยังไง”
“คนคนนี้มักคบหาและอำนวยความสะดวกให้เฉพาะพวกที่ให้ผลประโยชน์งามน่ะสิ มันคล้ายๆ กับว่าคนที่ให้ผลประโยชน์จะได้สิทธิพิเศษหลายข้อ ครั้งนึง เจ้าของอาคารหลังที่ท่านซื้อมาก็เคยได้รับสิทธิพิเศษมากมาย แต่หลังจากที่เขาตกอับ สิทธิพิเศษที่เคยได้ ตั้งแต่ช่องทางทำการค้าตลอดจนการงดเว้นภาษีก็สูญสลายไปพร้อมๆ กับความรุ่งเรืองในอดีต”
“ขุนนางพ่อค้า” ไซรัสนิยาม
“ใช่ เป็นพ่อค้าที่ค้าขายผลประโยชน์เป็นหลัก”
