บทที่ 15 ชอบมากกว่าเข้าสังคม

งานเลี้ยงระดมทุนดำเนินไปโดยมีพ่อค้าหน้าใหม่เป็นศูนย์กลางอยู่นาน จวบจนพ่อบ้านขานชื่อเจ้ากรมการเมืองแกรนเทรนท์และภรรยา ตลอดจนบุตรสาวทั้งสอง ทุกสายตาจึงจับจ้องไปทางนั้น คล้ายไม่คาดฝันว่าตระกูลเก่าแก่ที่กำลังตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ตระกูลนี้จะมาปรากฏตัว

“ประกาศสี่ แต่มีห้าไม่ใช่รึ อย่าบอกเชียวนะ ว่าเอาลูกนอกสมรสมาออกงาน” ภรรยาขุนนางคนหนึ่งยกพัดป้องปากกระซิบกระซาบกับภรรยาขุนนางอีกคน แต่ไม่เบาพอที่คนหูดีอย่างไซรัสจะไม่ได้ยิน

‘ลูกนอกสมรส’ คำนั้นดึงความสนใจจากเขาได้ทันที 

ไม่ทันที่ใครจะได้พูดอะไรมากไปกว่านี้ หญิงสาวอ่อนเยาว์ผิวขาวผ่องดั่งหิมะแรกของฤดูหนาวในชุดราตรีกระโปรงยาวกรอบเท้าสีขาวสะอาดตาก็ก้าวขาเข้ามายืนท่ามกลางสมาชิกครอบครัวแกรนเทรนท์ ราวกับคนกลุ่มนั้น ต้องการเปิดตัวเจ้าหญิงที่เฝ้าฟูมฟักมาเป็นเวลานาน

สตรีผู้ไม่ได้รับการขานชื่อใช้ดวงตาสีนิลเปล่งประกายซื่อใสดั่งลูกกวางกวาดมองไปรอบๆ โถงกว้างอย่างเชื่องช้า เหมือนประหม่าและไม่เคยคุ้น ขับให้ใบหน้าสวยคมดูอ่อนหวานน่ารักขึ้นด้วยในคราวเดียวกัน

“เปิดตัวรึ?” กลุ่มภรรยาขุนนางเริ่มซุบซิบนินทา ในขณะที่ฝ่ายสามีและบุตรชายมัวเหม่อมองจนลืมใส่ใจห้ามปราม ส่งผลให้ทั้งงานเกิดเสียงซุบซิบดังเซ็งแซ่

ไซรัสไม่ชอบที่การปรากฏตัวของเธอดึงความสนใจจากบรรดาลูกค้าหน้าใหม่และกลุ่มคนที่ตนกำลังผูกไมตรี และยิ่งไม่พอใจที่ดวงตาส่องประกายแวววาวเหมือนท้องฟ้าในยามนี้ดึงดูดให้เขาเผลอละความสนใจจากเป้าหมาย ใบหน้าซึ่งปกติถ้าไม่คลี่ยิ้มบางๆ ก็นิ่งเฉย จึงพลันเครียดขึงขึ้นทันตา

ดวงตาอ่อนโยนใสซื่อดั่งเนื้อทรายเหลียวมาสบตาเขาเข้าพอดี

ชั่วพริบตานั้น เขาแน่ใจว่าดวงตาคู่งามดูแข็งกร้าวฉายแววดุดั่งนางเสือสาวที่พร้อมจะขย้ำคอเขาให้ขาดกระเด็น ก่อนจะเปลี่ยนกลับเป็นแววตาประหม่าของคนอ่อนต่อโลก รับกันกับใบหน้ารูปหัวใจ ดูสวยหวาน น่ารัก น่าถนอม

น่าสนใจ

เขาพยายามจะไม่สนใจ แต่สุดท้ายความพยายามนั้นก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า

เคราะห์ดีที่หลังจากนั้นไม่นานพ่อบ้านก็ประกาศชื่อขุนนางอีกคนที่ทำให้เกิดเสียงฮือฮา ช่วยดึงให้พ่อค้าหนุ่มละสายตาจากแววตาแสนลึกล้ำได้สำเร็จ

“ท่านเลขานุการกรมการคลัง คาร์ล วิลส์ตัน”

เสียงประกาศนั้น ทำให้ ‘ท่านเจ้ากรมการคลัง’ ข้างกายเขาหลุดจากภวังค์

เจ้าของงานรีบชี้ชวนไซรัสให้ทักทายผู้มาใหม่ทันที

“ไซรัส รู้จักกันไว้สิ นี่คาร์ล ญาติผม คาร์ลเพิ่งย้ายมาจากต่างเมืองได้ไม่นาน แต่ทำงานคล่องแคล่วนัก” แนะนำแล้ว ท่านเจ้ากรมการคลังก็หันไปบอกอีกฝ่ายบ้าง “นี่ไซรัส พ่อค้าหนุ่มใหม่ไฟแรงที่น่าจับตา ตอนนี้ตึกสี่ชั้นหลังใหญ่ใจกลางย่านร้านค้าเป็นของเขา”

ไซรัสมองดวงตารีเรียวสีเขียวเข้มตัดกับเส้นผมสีน้ำตาลหยักศกระต้นคอแล้วรู้สึกแปลกๆ สัญชาตญาณบางอย่างบอกเขาว่าชายคนนี้มีบางอย่างไม่ชอบมาพากลและเป็นตัวอันตราย แต่เพราะนี่เป็นงานสังคม และเขาเองก็ต้องการเส้นสาย ไซรัสจึงเลือกเก็บซ่อนความรู้สึกนั้นไว้ แล้วทักทายอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตรที่สุด

“ท่านเลขานุการกรมการคลัง”

“ยินดีที่ได้พบ ไซรัส” ยิ่งฟังน้ำเสียงชายคนนี้ตอนเอ่ยชื่อเขา ไซรัสก็ยิ่งรู้สึกคุ้นหู “ผมได้ยินข่าวคุณมาไม่น้อย วันนี้ได้พบตัวจริงเสียที นับว่าโชคดีนัก” คาร์ลยังคงเอ่ยต่อไป “ได้ข่าวว่าคุณมาจากอัสกันด์”

“ครับ” ไซรัสบอกด้วยสีหน้าอาบรอยยิ้มเช่นเคย “แต่จะพูดอย่างนั้นก็คงไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะตลอดหลายปีมานี้ ผมเดินทางไปนั่นมานี่จนทั่ว ช่วงสองปีที่ผ่านมาก็ไปขลุกอยู่ที่อาณาจักรหมู่เกาะทางใต้เสียนาน”

“ผมเองก็มีเพื่อนชาวอัสกันด์ไม่น้อยนะ...ก็ตระกูลพ่อค้าทั้งหลายที่มีอยู่น้อยนิดในอาณาจักรสงบๆ นั้นนั่นล่ะ แปลกนะ พวกเขาไม่ยักรู้จักคนมีความสามารถอย่างคุณ”

“คงเพราะผมชอบผจญภัย ชอบเดินทางไปนั่นมานี่มากกว่าเข้าสังคม”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป