บทที่ 16 มากไปแล้ว
“ช่างน่าเสียดายแทนคนพวกนั้น ที่ไม่มีโอกาสได้รู้จักคนเก่งๆ อย่างคุณ” คาร์ลเอ่ยยิ้มๆ “แต่ก็อย่างว่านั่นล่ะครับ พวกอัสกันด์น่ะ เก็บตัวนัก ขนาดเวเนเซียเป็นอาณาจักรข้างเคียงแท้ๆ เรายังไม่เคยพบหน้าค่าตาคนทางนั้นกันสักเท่าไหร่ นอกเหนือไปจากพวกคนที่เกิดในตระกูลพ่อค้าที่มีอยู่น้อยนิดแล้ว ดูทุกคนในอาณาจักรนั้นจะชอบทำตัวลึกลับ ไม่พบปะคนแปลกหน้า...เรื่องออกจากอาณาจักรไปนั่นมานี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ถ้าไม่จำเป็นพวกเขาไม่ค่อยจะออกเดินทางกันนักหรอก” ถึงจะดูคล้ายคำพูดชวนคุยธรรมดา แต่คำพูดจากปากคาร์ล กำลังเลื้อยรัด ตีกรอบล้อมให้เขาบอกเล่าถึงตัวตนที่แท้จริง
แต่ไซรัสก็ไม่ยอมให้จับได้ไล่ทันง่ายๆ
อารีพูดถูก เขาจำเป็นต้องซ่อนตัวตนที่แท้จริงเอาไว้
“ที่คุณพูดมาไม่ผิดเลย ” ไซรัสคลี่ยิ้มกว้างขึ้น เขาแสร้งกวาดสายตาไปรอบๆ ก่อนเอ่ย “ว่าแต่คุณเถอะ ดูเหมือนท่านหญิงหลายคนจะอยากให้คุณชวนเต้นรำ”
“ผมเห็นพวกเธอบางคนเหลียวมองคุณกับญาติผู้พี่ของผมด้วยเหมือนกัน” คาร์ลหยิบเครื่องดื่มจากถาดที่คนรับใช้ชายถือผ่านมาให้ท่านเจ้ากรมการคลัง ไซรัส และตนเอง “งานสังคมก็เป็นเช่นนี้ล่ะ มันเป็นสถานทีที่สตรีชั้นสูงจะได้ออกมาอวดโฉมเพื่อหว่านเสน่ห์ให้ผู้คนหลงใหล ถัดจากงานนี้ก็คงมีคุณหนูกับคุณชายจากตระกูลไหนสักตระกูลประกาศการหมั้นหมาย”
“แต่เห็นจะไม่ใช่ตระกูลแกรนเทรนท์” จู่ๆ ภรรยาเจ้ากรมการคลัง ก็ก้าวเข้ามาร่วมวงสนทนา ตอนนี้ร่างกายเธอกรุ่นกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ บอกให้รู้ได้โดยไม่ต้องเดา ว่าแก้วเหล้าหมักผลไม้ในมือเธอ คงไม่ใช่เหล้าแก้วแรกที่ดื่มกิน
ยังดีที่เจ้าหล่อนมีสติพอจะยกพัดป้องปาก ก่อนออกความเห็นต่อไป
“ฉันเห็นคุณหนูแกรนเทรนท์คนโตกับคนรองมองมาทางพวกคุณบ่อยๆ พวกคุณเพิ่งมาจากต่างถิ่น อย่าหลงกลเชียวนะคะ เห็นงามๆ อย่างนั้นน่ะ ไม่มีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่คนไหนในอาณาจักรนี้อยากเฉียดใกล้หรอกค่ะ” นางบอกคาร์ลและไซรัสอย่างไม่สงวนถ้อยคำ ไม่สนใจสายตาห้ามปรามจากสามีแม้แต่น้อย
แล้วคาร์ลก็เล่นด้วยเสียอย่างนั้น
“ทำไมล่ะครับ” ขุนนางหนุ่มถาม
“ไม่ทราบหรือคะ แม่ลูกสาวคนโตพริสซิลล่าที่ผมสีทองยาวหยักศกหน้าสวยคนนั้นน่ะ ขึ้นชื่อลือชาเรื่องเอาแต่ใจ เจ้าอารมณ์ งานอดิเรกที่เหมาะสมไม่มี งานหลักดีๆ ไม่ปรากฏ วันๆ ทำอยู่อย่างเดียว คือหาเรื่องทำร้ายคนรับใช้กับน้องสาวต่างแม่”
“นั่นใช่เรื่องควรพูดรึ” คนเป็นสามีพยายามหยุดการนินทาอย่างน่าเกลียด แต่ท่านผู้หญิงวิลส์ตันกลับไม่ใส่ใจเลยสักนิด
“ท่านหญิงแอนนาเบลน้องสาวคนรองก็ไม่ไหวพอกัน” ภริยาเจ้าบ้านยังคงเอ่ยต่อไป “รายนี้ไม่ร้ายกาจจนน่าปวดหัวเท่าคนพี่ แต่ดูจะคิดอะไรไม่เป็นนัก วันๆ ได้แต่เดินตามพี่สาวเหมือนเงาตามตัว พี่สาวพูดอะไรก็คอยทำตัวเป็นลูกคู่ แต่พออยู่คนเดียวเท่านั้นล่ะ กลายเป็นเบื้อเป็นใบ้ คิดอะไรเองไม่เป็นสักอย่าง”
“ไซรัส” เจ้ากรมการคลัง เอ่ยแทรกอย่างสุดทน “ผมมีคนที่อยากแนะนำให้คุณรู้จัก” เจ้าภาพเหลียวมองคาร์ลด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก “ฝากดูแลท่านผู้หญิงสักครู่ อย่าให้เธอดื่มมากนัก ดูท่าตอนนี้คงดื่มเข้าไปมากแล้ว”
