บทที่ 11 ตกลง (2)
รมณเพิ่งหายใจได้คล่องคอ เธอส่งคิณณ์ณภัทรออกจากร้าน ตัวปัญหาอีกตัวก็เปิดประตูร้านเข้ามายืนยิ้มแฉ่งตรงหน้าพร้อมสร้อยคอหนักสิบบาทที่สะท้องแสงทองอร่อมแยงตา
“สวัสดีครับคุณยินดี”
“สวัสดีค่ะ” รมณพยายามฝืนยิ้มทักทายแขกตรงหน้าตามมารยาท
“ไม่เจอกันหลายวันคิดถึงกันบ้างไหมครับ”
“คุณเมธัสมีธุระหรือคะถึงมากรุงเทพ”
“ใช่ครับ ผมเลยถือโอกาสมาเยี่ยมคุณยินดีครับ”
“อันนี้ของฝากจากเมืองเหนือ” เมธัสส่งกล่องของฝากที่ยกมาล้นมือให้นิรดาที่เขามองว่าคงเป็นพนักงานในร้านดอกไม้แห่งนี้ “ผมไม่รู้ว่าพวกคุณชอบอะไรเลยขนมาอย่างละลังจะได้เลือกทานกันถูก”
เมธัสไม่ลืมสานสัมพันธ์กับพนักงานในร้านเพราะคิดว่าอนาคตก็ต้องเป็นลูกน้องตนเองด้วย เขาแอบกระซิบเบา ๆ “ชอบตัวไหนเป็นพิเศษบอกมาได้เลยนะครับ เดี๋ยวครั้งหน้าจะจัดหนักให้”
“ค่ะ/ค่ะ” พนักงานสาวสองคนรีบพนักหน้าตอบด้วยความตื่นเต้นที่จะได้ของฟรีมาทาน
“ขอบคุณนะคะ” รมณขอบคุณตามารยาท “แต่ครั้งหน้าไม่ต้องมีของฝากก็ได้ค่ะ เกรงใจ”
“ไม่เป็นไรครับคนกันเอง อีกหน่อยก็ต้องใกล้ชิดกันมากกว่านี้”
“…….” รมณยิ้มแห้ง ๆ
“ผมว่าทำธุระเสร็จจะเที่ยวแถวนี้สัก2-3วัน”
“ที่นี่ก็มีให้เที่ยวเยอะจริง ๆ นั้นแหละ คุณเมธัสอยากเที่ยวแบบไหนก็เสิร์ชหาได้เลย ปักหมุดไปรับรองตรงปกแน่นอน”
“รบกวนคุณยินดีเป็นเพื่อนเที่ยวด้วยนะครับ”
“.........” รมณพูดไม่ออก เธอปฏิเสธทางอ้อมแต่ชายตรงหน้าก็ยังยิ้มแฉ่งทำหน้าโง่ไม่เข้าใจความหมาย
“เดี๋ยวผมขอตัวไปธุระก่อนนะครับ อีก2-3วันเราค่อนเจอกันใหม่”
“.......” รมณทำหน้าสุดเซ็ง เมธัสพูดเองเอ่อเองเธอตกลงตอนไหนก่อน “เฮ้อ”
Rrrrrrrr........
รมณก้มมองโทรศัพท์ที่ร้องขึ้นเมื่อมีสายเรียกเข้า พอมองชื่อที่ขึ้นโชว์ก็ถึงกับทำหน้าเบื่อโลก
“ค่ะ”
(เจอกันยังคะ) แม่เลี้ยงมะลุลีถามขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“เพิ่งกลับไป” รมณนับถือคนเป็นป้าจริง ๆ เหมือนท่านมีญาณทิพย์เมธัสไปปุ๊บท่านก็โทรเข้ามาปั๊บ
(เป็นไงแสนดีใช่ไหม)
“........”
(คนนี้คุณป้าเชียร์สุดใจ)
(ยินดีต้องเปิดใจบ้างนะคะ)
(บ้านเราจะขาดทายาทไม่ได้) แม่เลี้ยงมะลุลีโน้มน้าวหลานสาวสุดชีวิตทั้งใช้ไม่อ่อนและไม้แข็งทำตัวน่าสงสารข้อความเห็นใจ (ดูพี่ชายเราแต่ละคนสิไม่ได้เรื่องทั้งนั้น)
“ไม่ต้องหวังพึ่งทางธรรมชาติก็ได้นิคะ หมอเก่ง ๆ มีเยอะแยะป้าก็เลือกผู้หญิงขึ้นเตียงพวกพี่ ๆ ไปเลย”
(ว้าย! ปาบกรรม) แม่เลี้ยงมะลุลีกรีดร้องมาตามสาย (เอาน่ายินดีของคุณป้า หนูลองให้โอกาสคุณเมธัสเขาสักครั้งนะคะลูก)
“.......”
(คุณป้าไม่กวนแหละหนูทำงานซะนะ แต่ถ้าคุณเมธัสมาหาก็อย่าปิดกันนะคะ) แม่เลี้ยงมะลุลีไม่รอให้หลานสาวปฎิเสธท่านรีบตัดสายทันที
“.......” รมณกรอกตามองบนก่อนจะก้มมองโทรศัพท์ในมือที่สายตัดไปโดยไม่สนใจคำตอบจากเธอ
จากนั้นความวุ่นวายก็มาเยือนรมณ เมื่อ 3 วันผ่านไปเมธัสจัดการธุระที่เข้ามากรุงเทพฯเรียบร้อยชายหนุ่มก็มาวนเวียนรอบ ๆ ตัวเธอ ถึงแม้เธอจะใช้ข้ออ้างว่างานยุ่งไม่สามารถพาเข้าเที่ยวได้แต่ชายหนุ่มก็ยังไม่ย่อท้อคงวนเวียนแวะมาหาที่ร้านสวนทุ่งดอกไม้ของเธอทุกวัน ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเและวันนี้ก็ยังเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือรมณใกล้จะเป็นบ้าตาย
“มาอีกแล้วค่ะ” ขวัญฤทัยที่รู้สึกเห็นใจเจ้านายสาวรีบวิ่งออกมากระซิบแจ้งเตือนเมื่อเห็นเจ้านายสาวกำลังจะเดินเข้าร้าน
“วันนี้ทำไมคุณยินดีมาสายครับ” วันนี้เมธัสตั้งใจมาเจอรมณตั้งแต่เช้าเพื่อจะใช้เวลากับหญิงสาวให้นานขึ้นแต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อหญิงสาวมาทำงานช้ากว่าปกติ
“ฉันตื่นสาย”
“แบบนี้เองครับถึงได้สวย”
ขวัญฤดี “!!!”
นิรณา “!!!”
รมณ “……”
“ทานข้าวมาหรือยังครับ ผมซื้อโจ๊กมาฝาก” เมธัสยกถุงโจ๊กขึ้นโชว์ให้รมณเห็น จากนั้นค่อยส่งต่อให้พนักงานสาวของร้านนำไปจัดการเตรียมให้หญิงสาวในดวงใจของเขาได้ทานตอนร้อน ๆ
“อีกไม่กี่วันผมคงต้องกลับเชียงรายแล้ว พรุ่งนี้คุณยินดีงานยุ่งเหมือนเดิมไหมครับไปเที่ยวเป็นเพื่อนผมหน่อย”
“ฉันไม่ว่างค่ะ”
“ไม่เป็นไรผมรอได้ครับ วันต่อไปก็ได้”
“ช่วงนี้ทั้งเดือนก็ไม่ว่างค่ะ งานยุ่งมาก”
เมธัส “……..”
หลังจากนั้นเมธัสก็หายไป 2 วัน รมณหลงคิดว่าชายหนุ่มคงกลับเชียงรายไปแล้ว แต่สุดท้ายก็มาที่ร้านเธอเหมือนเดิม
“ผมเอาของมาฝากครับ” เมธัสยื่นถุงของฝากที่ซื้อระหว่างเดินเที่ยวรอบเมื่องกรุงไปตรงหน้ารมณ
“คุณเมธัสยังไม่กลับเชียงรายหรือคะ”
“ยังครับ ผมเช็คดูแล้วช่วงนี้ผมว่าง คิดว่ากลับไปก็คงไม่มีอะไรทำ อยู่เป็นเพื่อนคุณยินดีน่าจะดีกว่า”
“……” รมณรู้สึกท้อแท้ภายในใจ
ระหว่างนี้หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรก็เปิดประตูเดินเข้าร้านมาได้จังหวะพอดี “สวัสดีครับ”
รมณฉีกยิ้มหวานให้กับผู้มาช่วยชีวิตเธอ “มาแล้วเหรอคะ”
“ใครกันครับ” เมธัสถามเสียงแข็งแสดงความไม่พอใจ
นาทีนี้รมณสามารถตัดสินใจเลือกได้ทันทีโดยไม่ต้องคิดอะไรอีกแล้ว “คนรักของฉันเองค่ะ”
”ไม่จริง!” เมธัสแสดงสีหน้ารู้ทันแผนการของรมณ คิดจะแอบอ้างเพื่อให้เขาถอดใจ ชายหนุ่มคิดว่าตัวเองคงรุกหนักเกินไปควรเว้นระยะห่างบ้าง...หึ!...หากไม่เจอหน้าเขาขี้คร้านใจจะถวิลหา “งั้นผมจะให้เวลาคุณคิดสักพักนะครับ”
“เฮ้อ!” รมณปล่อยตัวให้ผ่อนคลาย เธอมองหน้าหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรอย่างจริงจัง
“เรื่องนั้นฉันตกลงค่ะ”
หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ด้วยความพึ่งพอใจ
