บทที่ 13 วังทรัพย์เศวตวงษ์ (2)
สมาชิกในครอบครัวทรัพย์เศวตวงษ์เริ่มพิจารณาตั้งคำถามรมณตั้งแต่ร่างกายยันเรื่องต่าง ๆ ของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นของตัวเธอหรือแม้กระทั้งการเจอกันครั้งแรกของเธอและหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทร (ต้องบอกไว้ก่อนว่าทั้งสองคนได้ตกลงเขียนเรื่องราวที่แสนโรเมติกระหว่างความรักของทั้งสองจวบจนกระทั่งตกลงแต่งงานเพื่อเตรียมตัวเปิดเผยให้คนภายนอกได้รับรู้เรียบร้อย)
และเหมือนว่ารมณจะเข้ากับครอบครัวของหม่อมหลวงหนุ่มได้อย่างเป็นธรรมชาติแม้เธอจะรู้สึกว่าพี่สาวของเขาบางคนจะมีอคติกับเธอแต่ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่เพราะวันนี้เป็นแค่ครั้งแรกที่รู้จักกัน พอนานไปอาจจะดีขึ้น แต่ที่เป็นปัญหาใหญ่ก็เพราะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาด้วยนะสิ
“อุ้ยตายแล้ว ครอบครัวสุขสันต์จังนะคะคุณพี่” โชติกาภรรยารองของท่านปู่ของหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรเดินหน้าเชิดเข้ามาพร้อมกับลูกสาวและหลานสาว
“คนนั้นคงจะเป็นคนที่คุณคิณณ์อ้างว่าเป็นคนรักใช่ไหมคะ” บูรพาหลานยายของโชติกามองเหยียดไปที่รมณ
“น้องบิวสงบปากด้วยนะคะ ถ้าหากว่าคิดคำพูดไม่ออก” หม่อมหลวงภิชญาดาพี่สาวคนที่สี่ของหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรเป็นคนเงียบขรึม รักษากฎเกณฑ์เป็นเลิศ เธอรู้สึกขัดใจที่ญาติสาวแสดงกิริยาหมิ่นเกียรติน้องชายเธอ
“คุณเล็กหมายความว่ายังไงคะ นี่จะบอกว่าบิวไร้มารยาทหรือไง”
หม่อมหลวงโกลัญญายกยิ้มมุมปากเบาๆ ก่อนจะเอ่ยตอบแทนพี่สาวคนที่สี่ “น้องบิวก็รู้ตัวดีนี่คะ ยังจะถามทำไม”
“คุณน้อย!”
“เงียบ!” หม่อมปรียาวดีตะวาดลั่น “พวกเธอทั้งสามมาที่นี้ทำไมกัน”
“โธ่คุณพี่ขา ก็น้องได้ข่าวว่าคุณคิณณ์จะพาแฟนมาแนะนำน้องก็อยากรู้จักด้วย เลยต้องเสียมารยาทเชิญตัวเองเข้ามาเหยียบวังทรัพย์เศวตวงษ์ในวันนี้” ตั้งแต่ที่หม่อมเจ้าทัพ ผู้เป็นปู่ของหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรแต่งภรรยารองเข้ามาร่วมสกุลท่านก็ทรงมีวังแยกจากวังใหญ่อย่างทรัพย์เศวตวงษ์ขึ้นอีกหลังเพื่อไม่ให้ภรรยาหลวงและภรรยารองต้องอาศัยอยู่วังหลังเดียวกัน หลีกเลี่ยงให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งขึ้น สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำความเกียจชังในใจของโชติกา เธอมั่นใจว่าตัวเองได้ครอบครองหัวใจสามีแต่ทำไมถึงไม่ได้ครอบครองทรัพยสินของเขารวมอยู่ด้วย
“หมาตัวไหนมันคาบข่าวไปบอกล่ะ” หม่อมจุฑามณีพี่สาวคนที่สองของหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรเป็นคนตรงไปตรงมาถึงกับควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่เมื่อวันดี ๆ ของครอบครัวต้องถูกรบกวนจากคนนอก
“คุณพลอยทำไมหยาบคายแบบนี้ล่ะคะ” โชติกายกมือทาบอกแสดงออกว่ารับไม่ได้กับกิริยาไม่เหมาะสมของหลานสาวนอกไส้ “ดูสิคะตั้งแต่ท่านชายเสียคนในวังนี้คงจะลืมกฎระเบียบไปแล้ว”
หม่อมโกลัญญาถึงกลับเบ้ปาก“เสแสร้ง”
“หล่อนมีอะไรก็ว่ามา หากอยากทำความรู้จักคนรักของคุณคิณณ์ฉันก็จะแนะนำ แต่ถ้าหากต้องการมาหาเรื่องก็เชิญที่ประตู” หม่อมปรียาวดีไม่ดิ้นไปกับการยั่วยุของครอบครัวรอง ท่านนั้นชินชากับเรื่องราวแบบนี้มานานมากแล้วเพราะตั้งแต่สามีแต่งภรรยาเพิ่มท่านก็เจอกับการกระทำแบบนี้ตลอด ทำให้ท่านใจสลายและเจ็บปวดมาตลอด เมื่อเวลาผ่านไปจึงกลายเป็นด้านชาไม่รู้สึกอะไรอีก ท่านระลึกไว้เสมอว่าตัวเองต้องเข้มแข็งเพื่อรักษาผลประโยชน์ไว้ให้ลูกหลานเท่านั้น
“แม่ใหญ่ยังคงใจร้ายเหมือนเดิมเลยนะคะ” หม่อมปรียาวดีไม่เคยเสแสร้งตั้งแต่บิดาของหม่อมราชวงศ์ชิดชนกยังอยู่จนกระทั่งบิดาของเธอเสีย “หญิงกับคุณแม่ก็แค่เป็นห่วงคุณคิณณ์กลัวโดนหลอกก็เท่านั้นเองค่ะ”
“คุณพี่ก็อย่าให้คุณคิณณ์รีบร้อนอยากเป็นผู้สืบทอดโดยสมบูรณ์จนลืมหลักมนุษยธรรมได้นะคะ”
“ใช่แล้วค่ะหม่อมย่าใหญ่ คุณคิณณ์เคยแต่เป็นฝ่ายรับหากจะเปลี่ยนมาเป็นรุก จะไหวแน่หรือคะ” บูรพาจีบปากจีบคอพูดอย่างฉะฉานเธอมั่นใจเหลือเกิดว่าข่าวที่ได้รับมานั้นถูกต้อง
“.........” ทุกคนในครอบครัวหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรแสดงสีหน้าน่าเกลียดพร้อมที่จะระเบิดอารมณ์เมื่อมีคนมาเปิดแผลที่ทุกคนเป็นกังวล
“หากคุณข้องใจเชิญข้างเตียงได้นะคะ” รมณหันไปจ้องหน้าบูรพานิ่ง ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มหวานอย่างท้าทาย
ทุกคน “!!!”
บูรพาตั้งสติได้ก็ตะโกนขึ้นทันที “สกปรก”
หม่อมหลวงโกลัญญาแม้จะไม่ชอบใจในตัวว่าที่น้องสะใภ้แต่ก็ยังคงรีบออกตัวแทน “ใครกันแน่ที่สกปรกก่อน”
“มันเป็นเรื่องธรรมชาติไม่ใช่หรือคะ” รมณเอ่ยถามหน้าใสซื่อ เธอจะไม่ยอมให้พี่สาวคนที่ห้าของหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรลงสนามช่วย เธอมั่นใจว่าตัวเองสามารถชนะน็อคได้อย่างสวยงานแน่นอน
“อี๋!” บูรพาระคายหู เกิดมาเธอไม่เคยเห็นใครต่ำตมได้เหมือนรมณที่พูดเรื่องบนเตียงได้อย่างคล่องปาก
“หึ!”โชติกาก็รับไม่ได้เหมือนหลานสาว เธอสะบัดหน้าหมุดตัวเตรียมเดินออกจากประตูวังทันที “ไป!”
“ค่ะ/ค่ะ” หม่อมราชวงศ์ชิดชนกและบูรพารีบเดินจ้ำอ้าวตามหลังผู้นำของตัวเองไปติด ๆ
หลังจากครอบครัวรองไปแล้วรมณก็เริ่มกังวลว่าที่ตัวเองแสดงด้านร้ายออกมาจึงหันไปมองหน้าหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรอย่างขอลุแกโทษ แต่ก็ได้รับสายตาปลอบโยนจากเขามาแทน
หม่อมปรียาวดีเห็นว่าว่าที่หลานสะใภ้ทำตัวไม่ถูกจึงลุกขึ้นเดินมากุมมือ “หนูอย่าคิดมากเลยนะลูกย่าเข้าใจ ได้เวลาทานอาหารแล้วเราไปที่ห้องอาหารกันดีกว่านะ”
“ค่ะ”
“หึ” หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรแอบหัวเราะขำคนที่บอกว่าจะทำตัวเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้แต่สุดท้ายก็อดกลั้นไม่อยู่
“คนนี้คงเป็นคนที่ใช่ของเราแล้วใช่ไหม” หม่อมพรรณรินทร์ต้องการคำยืนยันจากน้องชาย
“ครับ”
สองเขยเมื่อเห็นว่าภรรยากำลังจะจัดการน้องชายของพวกเธอ ก็รีบอุ้มลูกชายและลูกสาวของตัวเองเร่งฝีเท้าตามหลังหม่อมปรียาวดีอย่างรวดเร็ว
“คงไม่ได้กำลังแสดงละครตบตาพวกเราอยู่นะ” หม่อมหทัยชนกพี่สาวคนที่สามของหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรยอมเปิดปากพูดครั้งแรก เธอมองน้องชายอย่างจับผิด หม่อมหลวงสาวเป็นคนฉลาดที่สุดในบรรดาพี่สาวทั้งห้าของหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรเธอเป็นคนชอบสังเกตและใส่ใจคนรอบข้างจึงรู้นิสัยส่วนลึกของทุกคนในครอบครัวเป็นอย่างดี
“ผมไม่เอาอนาคตของตัวเองมาล้อเล่นแน่นอนครับ”
หม่อมหลวงภิชญาดายิ้มมุมปากเป็นคนพูดน้อยแต่ต่อยหนักที่สุด “พวกเราจะรอหลานรักจากคุณคิณณ์แล้วกันนะคะ”
หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทร “........”
“เปลี่ยนเป็นน้องวิสกี้ยังทันนะคะ” หม่อมหลวงโกลัญญายังคงไม่หมดหวังที่จะเชียร์น้องสาวของเพื่อนสนิทตัวเอง
“ขอบคุณครับ แต่ยินดีคือคนที่ผมเลือกแล้ว”
“ขอให้คุณคิณณ์มีความสุขกับการใช้ชีวิตครอบครัวก็พอค่ะ” หม่อมจุฑามณีที่ทุ่มเทชีวิตให้กับการทำงานเธอไม่หวังพึ่งชีวิตแต่งงาน แต่พร้อมสนับสนุนให้ทุกคนที่ต้องการมีความรักและสร้างครอบครัวเสมอ “ชีวิตของใครก็ให้คนนั้นเป็นคนกำหนดเองคุณเล็กไม่สมควรจะไปวุ่นวาย”
“แต่คุณพลอย” หม่อมโกลัญญาอยากจะแย้งเพราะเธอมองว่าน้องสาวของเพื่อนสนิทเธอเหมาะสมกว่าหญิงสาวที่น้องชายพามาแนะนำวันนี้
“ความเหมาะสมกับความรักใช่ว่าจะไปด้วยกันได้ค่ะ” หม่อมหลวงจุฑามณีรีบบอกทางสว่างให้น้องสาวรับรู้
“ค่ะ”
“ขอบคุณครับ”
“ขอเชิญคุณ ๆ ทั้งหลายที่ห้องรับประทานอาหารค่ะ” หลังจากหม่อมปรียาวดีพาว่าที่หลานสะใภ้ไปถึงห้องอาหารก็เพิ่งจะรับรู้ว่าหลาน ๆ ของท่านยังไม่ตามมาจึงสั่งให้แม่บ้านออกมาเชิญหลาน ๆ ของวังเพราะเจ้าของวังและแขกนั่งรอที่ห้องนานแล้วแต่หลาน ๆ ก็ไม่ตามมาสักที
“ครับ/ค่ะ”
